C PROJECT เดสทิเนชั่นที่มากกว่าศูนย์รวมช้อปปิ้ง
C PROJECT คือแพลตฟอร์มและเดสทิเนชั่นออนไลน์ที่รวบรวมแบรนด์ไทยแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์มากกว่า 50 แบรนด์ที่ผ่านการคัดสรรโดยคิวเรเตอร์ชื่อดัง เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ ไอเดีย และผู้คนที่หลงใหลในสไตล์ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้รูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้การค้นพบสไตล์ไม่จำกัดอยู่แค่การซื้อสินค้า แต่กลายเป็นพื้นที่ของแรงบันดาลใจ การแสดงตัวตน และการเติบโตทางธุรกิจร่วมกันของดีไซเนอร์และผู้ประกอบการ. การเปิดตัว C PROJECT ภายใต้ IC LAB ของ ICC ไม่ใช่เพียงการเพิ่มแพลตฟอร์มขายของ แต่เป็นการประกาศว่าเกมในอุตสาหกรรมแฟชั่นและบิวตี้กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปเป็นการแข่งขันด้านความเข้าใจผู้บริโภคและการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับตัวตนของคนรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการเลือกสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวเองมากกว่าการตามกระแสเทรนด์.

Curator-led Model: เมื่อสไตล์กลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ
จุดพลิกเกมสำคัญของ C PROJECT คือการเลือกใช้ Curator-led Model ที่เอา “สไตล์” มาเป็นหัวใจในการคัดสรรแบรนด์ ไม่ใช่ยอดไลก์หรือความฮอตชั่วคราว. การดูแลโดยจิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์ฝั่งแฟชั่น และกานดา สายทุ้มฝั่งบิวตี้ ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีทิศทางชัดเจนและพูดภาษาของคนรักสไตล์ได้ตรงจุดมากขึ้น. การคัดเลือกแบรนด์ไทยแฟชั่นและแพลตฟอร์มบิวตี้ไทยใน C PROJECT ไม่ได้ให้ค่ากับความนิยมระยะสั้น แต่สนใจอัตลักษณ์ แนวคิด จุดยืน และศักยภาพในการเติบโตของแบรนด์ เช่น IC LAB, PONY STONE, Dry Clean Only, Morph8ne, Calm Outdoors หรือ ACOCO และ Qloas Beauty ต่างถูกมองผ่านเลนส์ของ “ตัวตน” มากกว่า “เทรนด์”. นี่คือการยกระดับคำว่า “คัดสรร” ให้กลายเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ ที่ทำให้แพลตฟอร์มแตกต่างจากมาร์เก็ตเพลสทั่วไปอย่างชัดเจน.

จากแพลตฟอร์มสู่ Ecosystem: ทางลัดใหม่ของดีไซเนอร์ไทยนานาชาติ
สิ่งที่ทำให้ C PROJECT น่าจับตาในฐานะแพลตฟอร์มบิวตี้ไทยและแฟชั่น ไม่ใช่แค่จำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมมากกว่า 50 แบรนด์ แต่คือโครงสร้างเบื้องหลังที่ผสานพลังสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ไทยเข้ากับ Ecosystem ครบวงจรของ ICC ตั้งแต่การพัฒนาแบรนด์ การสื่อสารและวางภาพลักษณ์ การผลิต ระบบหลังบ้าน ไปจนถึงการกระจายสินค้า เพื่อเร่งศักยภาพให้แบรนด์สามารถแข่งขันในตลาดที่กว้างขึ้นได้อย่างเป็นระบบ. จากคำกล่าวของธรรมรัตน์ โชควัฒนา “เราไม่ได้มองความหลากหลายของผู้บริโภคว่าเป็นการทำให้ตลาดแตกออกเป็นกลุ่มย่อย แต่เป็นโอกาสในการสร้างตลาดที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวเองของผู้คนมากขึ้น”. นี่คือมุมมองที่ชัดว่าบทบาทของ C PROJECT เดสทิเนชั่น ไม่ใช่เป็นแค่หน้าร้านออนไลน์ แต่เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ภายใต้ IC LAB ที่เข้ามาเป็นคู่คิดให้แบรนด์ ลดข้อจำกัด และสร้างเส้นทางจากดีไซเนอร์ไทยนานาชาติให้มีโอกาสเติบโตในเวทีโลก.

ประสบการณ์ผู้ใช้: จากการช้อปสู่การค้นพบตัวตน
สำหรับผู้บริโภค C PROJECT คือคำตอบของคนที่มองแฟชั่นและบิวตี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ไม่ใช่แค่สินค้าในตะกร้าช้อปปิ้ง. แพลตฟอร์มนี้เชื่อมโลกของเสื้อผ้า เมคอัพ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ทำให้การค้นพบสไตล์ใหม่หมายถึงการได้รู้จักเรื่องราวและแนวคิดของแบรนด์ที่ตนเลือกใช้ไปพร้อมกัน. ผู้ใช้สามารถเข้าถึง C PROJECT ผ่านเว็บไซต์ Instagram Facebook และ TikTok ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมการค้นหาสินค้าแฟชั่น-บิวตี้ที่เกิดขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์และคอมมูนิตี้ต่างๆ มากกว่าศูนย์การค้าแบบเดิม. จุดแข็งคือการทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นพื้นที่สนทนาเรื่องสไตล์ ไม่ใช่แค่แคตตาล็อกสินค้า. การคัดเลือกแบรนด์โดยให้ความสำคัญกับตัวตนและภาษาการออกแบบ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าแต่ละชิ้นที่เลือกสะท้อนความเป็นตัวเองอย่างมีบริบท ไม่ใช่การแต่งตัวตามเทรนด์ล่าสุดแบบไร้เรื่องราว. นี่คือการเคลื่อนจากการ “ขายของ” ไปสู่การ “สร้างตัวตนร่วมกัน” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค.

เป้าหมายโกอินเตอร์และอนาคตของแบรนด์ไทยแฟชั่น
บทสรุปสำคัญของ C PROJECT คือการไม่หยุดอยู่แค่ในบทบาทแพลตฟอร์มคัดสรรแบรนด์ แต่ประกาศชัดถึงเป้าหมายการผลักดันแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างน้อย 15 แบรนด์ภายในปี 2569 พร้อมมองตลาดญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นจุดเริ่มต้นในระยะแรก. นี่คือความทะเยอทะยานที่สอดรับกับศักยภาพดีไซเนอร์ไทยนานาชาติ ซึ่งต้องการโครงสร้างธุรกิจที่ช่วยยกระดับงานสร้างสรรค์ให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้จริง. จากโลกออนไลน์ C PROJECT ยังมีแผนต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างสรรค์และป๊อปอัพในสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสตัวตนของแบรนด์อย่างใกล้ชิด พบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และขยายคอมมูนิตี้ของคนรักสไตล์ให้มีชีวิตมากขึ้น. หากทำได้ตามเป้า C PROJECT จะไม่ใช่แค่เดสทิเนชั่นของการช้อปแบรนด์ไทยแฟชั่นและบิวตี้ แต่จะกลายเป็น Ecosystem ทางธุรกิจที่พิสูจน์ว่าแบรนด์ไทยพร้อมยืนบนเวทีโลกได้อย่างมั่นใจ.







