ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

วางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนให้ประหยัดสุดด้วยเมืองรองและคูปองท่องเที่ยว

วางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนให้ประหยัดสุดด้วยเมืองรองและคูปองท่องเที่ยว
ความสนใจ|เที่ยวประหยัด

เข้าใจภาพรวมก่อนวางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนแบบประหยัด

การวางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนให้ประหยัด คือการกำหนดงบประมาณ เลือกเมืองรองท่องเที่ยว ใช้คูปองท่องเที่ยวและส่วนลดที่พักให้ถึงเพดานสิทธิ์ พร้อมจัดลำดับค่าใช้จ่ายเรื่องเดินทาง กิน พัก อย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้ใช้เงินน้อยลงแต่ยังได้ประสบการณ์เที่ยวครบทั้งพักผ่อน กิจกรรม และอาหารท้องถิ่นในระยะเวลาสั้น

ถ้าอยากออกทริปสั้นแบบไม่หนักกระเป๋า การวางแผนเที่ยว 3 วัน ให้ละเอียดตั้งแต่เลือกเมือง ไปจนถึงคุมงบที่พักและอาหารคือหัวใจสำคัญ งบท่องเที่ยวประหยัดในมุมของคนส่วนใหญ่มีตั้งแต่ไม่เกิน 3,000 บาทไปจนถึงมากกว่า 12,000 บาท โดยมีการมองว่าระดับงบไม่เกิน 3,000 บาทคือสายประหยัด 3,001–5,000 บาทคือเที่ยวแบบคุมงบ 5,001–8,000 บาทคือเที่ยวสบาย ๆ 8,001–12,000 บาทคือเน้นกินดีพักดี และมากกว่า 12,000 บาทคือจัดเต็มเรื่องเที่ยว

ประสบการณ์ตรงของคนที่เที่ยวบ่อยจะรู้ว่า ถ้าไม่คิดเรื่องแผนเลยมักจะบานปลายหลักพันบาทโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าใช้สิทธิ์คูปองท่องเที่ยวให้ครบ จองที่พักประหยัดแบบมีวางแผนล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงช่วงงดใช้สิทธิ์ การไปเที่ยว 3 วัน 2 คืนกับเพื่อนหรือคนรู้ใจจะกลายเป็นทริปสบายกระเป๋าและรู้สึกว่าคุ้มตั้งแต่คืนแรก

เลือกเมืองรองท่องเที่ยวและกำหนดงบทริปให้เหมาะกับตัวเอง

จุดเริ่มต้นของทริปประหยัดคือการเลือกเมืองรองท่องเที่ยวแทนเมืองหลัก เมืองรองอย่างเช่นน่าน แพร่ ลำปาง นครพนม หรือพัทลุงมักมีค่าที่พักและค่าอาหารถูกกว่าเมืองใหญ่ และยังได้คูปองท่องเที่ยวในมูลค่าสูงกว่าอีกด้วย การเลือกจุดหมายปลายทางในเมืองรองจะได้รับมูลค่าคูปองดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายสูงสุดถึง 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันได้มากกว่าการเที่ยวเมืองหลักอย่างเห็นได้ชัด

จากมุมมองเรื่องงบท่องเที่ยวประหยัด คนส่วนหนึ่งมองว่าไม่เกิน 3,000 บาทคือสายประหยัดที่ต้องอาศัยคูปองและโปรหนัก ๆ ขณะที่ช่วงงบ 3,001–5,000 บาทจะเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบคุมงบแต่ยังมีพื้นที่เผื่อกินคาเฟ่หรือทำกิจกรรมบางอย่าง ส่วนช่วงงบ 5,001–8,000 บาทคือระดับเที่ยวสบาย ๆ ที่อาจอัปเกรดที่พักได้บ้าง และถ้าอยู่ในช่วง 8,001–12,000 บาทหรือมากกว่านั้นก็จะเน้นกินดีพักดีหรือจัดเต็มเรื่องเที่ยวตามสไตล์ของแต่ละคน

เมื่อเลือกเมืองรองท่องเที่ยวและช่วงงบคร่าว ๆ ได้แล้ว ให้ลองจินตนาการค่าใช้จ่ายหลักสามหมวดคือ ที่พัก ประมาณการค่าอาหารและคาเฟ่ และค่าเดินทางหรือรถเช่า แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้คูปองท่องเที่ยวและโปรที่มีช่วยลดหมวดไหนบ้าง เพื่อให้ทริป 3 วัน 2 คืนยังอยู่ในงบที่ตั้งใจไม่ว่าจะเป็นสายประหยัดหรือสายกินดีพักดี

วางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนให้ประหยัดสุดด้วยเมืองรองและคูปองท่องเที่ยว

ขั้นตอนวางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนด้วยคูปองท่องเที่ยวและที่พักประหยัด

ส่วนสำคัญของการคุมงบคือการจัดขั้นตอนให้เป็นลำดับเดียวแล้วทำตาม เช่นเดียวกับคนที่ใช้โครงการคูปองท่องเที่ยวและส่วนลดที่พักอย่างไทยเที่ยวไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่ายระหว่างภาครัฐและประชาชนผ่านแอปพลิเคชันที่ให้สิทธิ์สนับสนุนค่าที่พักสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืนแบบรัฐช่วยจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ และแจกคูปองดิจิทัลสำหรับใช้จ่ายค่าอาหาร คาเฟ่ บริการนวดสปา รถเช่า และแพ็กเกจทัวร์โดยรัฐออกให้ 50 เปอร์เซ็นต์และประชาชนออกอีก 50 เปอร์เซ็นต์

  1. เลือกเมืองรองท่องเที่ยวและกำหนดช่วงงบทริปที่เหมาะ เช่น ช่วงงบไม่เกิน 5,000 บาทสำหรับสายคุมงบ หรือช่วงงบ 5,001–8,000 บาทสำหรับเที่ยวสบาย ๆ โดยอิงจากกรอบงบที่คนจำนวนมากมองว่าเหมาะกับทริป 3 วัน 2 คืน
  2. ตรวจสอบสิทธิ์คูปองท่องเที่ยวและส่วนลดค่าที่พักผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง ว่ามีสิทธิ์ร่วมมาตรการและผ่านการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนจริงเรียบร้อย เพื่อใช้สิทธิ์ร่วมจ่ายค่าที่พักและรับคูปองดิจิทัลได้เต็มเพดาน
  3. เลือกที่พักประหยัดโดยเล็งโรงแรมหรือโฮมสเตย์ที่ราคาประมาณ 1,500–2,000 บาทต่อคืน เพื่อให้ส่วนลดจากรัฐในเพดานไม่เกิน 2,000 บาทต่อคืนทำงานเต็มที่ ลดค่าที่พักลงครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องรับภาระส่วนต่างราคาห้องที่สูงเกินไป
  4. จองที่พักล่วงหน้าช่วงเปิดระบบรับสิทธิ์ เพราะจำนวนสิทธิ์มีจำกัด จึงควรวางแผนวันเดินทาง เลือกโรงแรม หรือโฮมสเตย์ไว้ก่อนวันเปิดจอง เพื่อป้องกันปัญหาห้องเต็มในวันหยุดหรือช่วงที่คนเดินทางมาก
  5. ตรวจสอบช่วงเวลาที่โครงการกำหนดงดใช้สิทธิ์ เช่น ช่วงเทศกาลปีใหม่ แล้ววางแผนให้การเดินทาง 3 วัน 2 คืนของคุณอยู่ในช่วงที่เปิดใช้สิทธิ์จริง เพื่อไม่ให้พลาดส่วนลดและคูปองที่ตั้งใจจะใช้
  6. วางแผนใช้คูปองท่องเที่ยวกับร้านค้าท้องถิ่น เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านของฝากที่ร่วมรายการในพื้นที่ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องกินในทริปลงครึ่งหนึ่ง และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในชุมชนไปในตัว

เมื่อทำตามขั้นตอนนี้แล้ว ผลลัพธ์ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ ทริป 3 วัน 2 คืนสำหรับสองคนในเมืองรองที่มีค่าที่พักตามตัวอย่างคืนละ 2,000 บาทสองคืน รวมค่าที่พัก 4,000 บาท ค่าอาหาร คาเฟ่ หรือสปา 4,000 บาท และค่าเดินทางหรือรถเช่า 2,000 บาท รวมก่อนใช้สิทธิ์เท่ากับ 10,000 บาท แต่หลังใช้ส่วนลดค่าที่พักแบบร่วมจ่ายและใช้คูปองดิจิทัลช่วยออกค่าอาหารครึ่งหนึ่ง จะจ่ายจริงเพียง 6,000 บาท ประหยัดไปได้ถึง 4,000 บาท

ตัวอย่างจัดงบทริปและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม

เพื่อให้เห็นภาพว่าควรจัดงบยังไง ลองดูตัวอย่างทริป 3 วัน 2 คืนในเมืองรองสำหรับสองคน ที่มีรายการหลักสามหมวดคือที่พัก อาหาร คาเฟ่ สปา และค่าเดินทางหรือรถเช่า จากข้อมูลตัวอย่าง ทริปที่พักสองคืนในเมืองรองราคาคืนละ 2,000 บาท รวม 4,000 บาท ค่าอาหารและคาเฟ่ตลอดทริป 4,000 บาท ค่าเดินทางหรือรถเช่าอีก 2,000 บาท ทำให้ยอดรวมก่อนใช้สิทธิ์เท่ากับ 10,000 บาท แต่เมื่อใช้สิทธิ์ร่วมจ่ายค่าที่พักและคูปองดิจิทัลช่วยค่าอาหาร จะจ่ายจริงเพียง 6,000 บาท ประหยัดได้ถึง 4,000 บาทจากทริปเดียว

เวลาจองที่พักประหยัด ให้ดูเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานไปพร้อมกับราคา เช่น เตียงนอนสะอาด ห้องน้ำในตัว อินเทอร์เน็ตฟรี และทำเลที่ใกล้จุดท่องเที่ยวหรือมีรถสาธารณะผ่าน เพราะถึงจะได้ราคาดีแค่ไหน ถ้าเดินทางลำบากหรือพักไม่สบายก็อาจต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มและเสียเวลาโดยไม่จำเป็น การเลือกโรงแรมหรือโฮมสเตย์ช่วงราคา 1,500–2,000 บาทต่อคืนช่วยให้ได้ทั้งส่วนลดเต็มเพดานและมาตรฐานความสะดวกที่ยังตอบโจทย์การพักผ่อนในทริปสั้น

สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มงบท่องเที่ยวไม่เกิน 3,000 บาทหรือ 3,001–5,000 บาท การเน้นคูปองท่องเที่ยวกับร้านท้องถิ่นและเลือกเมืองรองจึงยิ่งสำคัญ เพราะทำให้การกิน ดื่มกาแฟ หรือซื้อของฝากไม่ดึงงบหลักจนเกินไป ในขณะที่คนที่วางแผนเที่ยวในงบ 5,001–8,000 บาทขึ้นไปก็สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกันเพื่อเซฟเงินหลักพันบาท แล้วนำงบที่เหลือไปอัปเกรดห้องพักหรือเพิ่มกิจกรรมในทริปได้

สรุปทริป 3 วัน 2 คืนแบบคุมงบ คุ้มไหมและควรจับตาอะไร

เมื่อมองภาพรวม การวางแผนเที่ยว 3 วัน 2 คืนแบบใช้เมืองรองท่องเที่ยวและคูปองท่องเที่ยวอย่างชาญฉลาดถือว่าคุ้มค่าเพราะช่วยประหยัดงบทริปได้หลักพันบาทหรือมากกว่านั้น โดยตัวอย่างหนึ่งแสดงให้เห็นว่าทริปสองคนในเมืองรองสามารถลดค่าใช้จ่ายจาก 10,000 บาทเหลือ 6,000 บาท ประหยัดได้ถึง 4,000 บาทเมื่อใช้ส่วนลดค่าที่พักและคูปองดิจิทัลเต็มสิทธิ์

สิ่งที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือรายละเอียดเงื่อนไขสิทธิ์และช่วงเวลาที่งดใช้สิทธิ์ รวมถึงการจองที่พักล่วงหน้าในช่วงเปิดระบบ เพราะสิทธิ์มีจำนวนจำกัด ถ้าเผลอจองช้าหรือวางแผนชนช่วงงดใช้สิทธิ์ก็อาจเสียโอกาสส่วนลดไปโดยไม่ตั้งใจ การกลับมาทวนแผนทั้งเรื่องเมืองรอง งบท่องเที่ยวประหยัด การเลือกที่พักประหยัด และการใช้คูปองท่องเที่ยวกับร้านท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ทริป 3 วัน 2 คืนของคุณทั้งสนุกและสบายกระเป๋าในเวลาเดียวกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!