ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อแบรนด์ไลฟ์สไตล์เลือกเซเลบริตี้พรีเซนเตอร์เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด

เมื่อแบรนด์ไลฟ์สไตล์เลือกเซเลบริตี้พรีเซนเตอร์เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

เซเลบริตี้พรีเซนเตอร์ในธุรกิจไลฟ์สไตล์คืออะไร และทำไม MOSHI ถึงลงสนาม

เซเลบริตี้พรีเซนเตอร์ในธุรกิจไลฟ์สไตล์ คือการดึงบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงและฐานแฟนคลับให้มารับบทเป็นตัวแทนภาพลักษณ์แบรนด์ ทำหน้าที่สื่อสารบุคลิก จุดยืน และประสบการณ์ที่แบรนด์ต้องการส่งต่อสู่ลูกค้า ผ่านทั้งสื่อออนไลน์ อีเวนต์ และกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วม เพื่อขยายการรับรู้ การขยายฐานลูกค้า และผลักดันยอดขายในตลาดที่แข่งขันสูง การที่ MOSHI ตัดสินใจเลือก “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ขึ้นเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกไม่ใช่แค่การตามเทรนด์ แต่เป็นสัญญาณชัดว่าแบรนด์กำลังยกระดับยุทธศาสตร์การตลาดแบรนด์ให้ตอบโจทย์ยุคที่แฟนคลับและโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้ออย่างมาก การจับมือกับคนดังจึงกลายเป็นอาวุธสำคัญในการดันให้ MOSHI ขยับเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดไลฟ์สไตล์อย่างมีเป้าหมาย

เมื่อแบรนด์ไลฟ์สไตล์เลือกเซเลบริตี้พรีเซนเตอร์เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด

จากแฮชแท็กสู่หน้าร้าน: พลังของแฟนคลับในยุทธศาสตร์การตลาดแบรนด์

ทันทีที่ MOSHI เปิดตัวบิวกิ้นในฐานะแบรนด์เซเลบริตี้พรีเซนเตอร์คนแรก แฮชแท็ก #MoshiMoshixBILLKIN ก็ทะยานติดเทรนด์โซเชียลมีเดียพร้อมยอด Engagement พุ่งทุกแพลตฟอร์ม ถ้ามองแบบนักการตลาด สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ความปังชั่วคราว แต่คือการแสดงให้เห็นว่าฐานแฟนคลับกำลังถูกแปลงให้กลายเป็น Traffic ทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ การออกแบบแคมเปญภายใต้แนวคิด “Moshi Moshi ความน่ารัก ที่เติมได้ทุกวัน” แล้วจับคู่กับเซเลบริตี้ที่มีบุคลิกสดใสตรงกับตัวแบรนด์ คือการบอกชัดว่าบริษัทต้องการใช้ความผูกพันทางอารมณ์ของแฟนคลับกับคนดัง มาสร้างความผูกพันชุดใหม่ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ การขยายฐานลูกค้าในวันนี้จึงไม่ใช่การหว่านโฆษณา แต่คือการดึงคอมมูนิตี้แฟนคลับให้เดินเข้ามาเป็นลูกค้าประจำโดยสมัครใจ

อีเวนต์ “BILLKIN is Calling” และบทบาทพรีเซนเตอร์ที่มากกว่าหน้าปกโฆษณา

การจัดงาน “Moshi Moshi, BILLKIN is Calling” ที่ศูนย์การค้า The Mall Lifestore Bangkapi คือคำตอบว่าทำไมการมีพรีเซนเตอร์ยุคนี้ต้องมาคู่กับกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าแบบลงมือสัมผัสจริง MOSHI ไม่ปล่อยให้บิวกิ้นอยู่แค่บนโปสเตอร์ แต่ให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคผ่านกิจกรรมพูดคุยและโชว์บนเวที พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ Exclusive ให้ Lucky Fans 150 คน ซึ่งเป็นการให้รางวัลกับการมีส่วนร่วมของแฟนคลับอย่างชัดเจน สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทประกาศว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่งานเปิดตัว หากแต่เป็น “จุดเริ่มต้นของแคมเปญระยะยาว” ที่จะเดินหน้าสร้าง Brand Loyalty และความผูกพันกับผู้บริโภคต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าบทบาทพรีเซนเตอร์ถูกออกแบบให้เป็นทั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์และเครื่องมือสร้าง Engagement แบบต่อเนื่อง ในเชิงยุทธศาสตร์นี่คือการลงทุนในความสัมพันธ์ มากกว่าการซื้อหน้าโฆษณาเพียงไม่กี่ชิ้น

ดันยอดขายครึ่งปีหลังและชิงส่วนแบ่งตลาดไลฟ์สไตล์: ผลเชิงธุรกิจที่ MOSHI ตั้งใจให้เกิด

MOSHI ระบุชัดว่าการขับเคลื่อนกิจกรรมเซเลบริตี้พรีเซนเตอร์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ เพื่อกระตุ้นการเติบโตในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2569 จงสังเกตว่าบริษัทพูดถึงทั้ง Traffic หน้าร้านและออนไลน์ รวมถึง Engagement และแรงจูงใจในการซื้อ ไม่ได้มองแค่มิติการรับรู้แบรนด์ แปลว่าหัวใจของแคมเปญคือการแปลงความสนใจให้เป็นยอดขาย และรักษา Momentum การเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าให้ต่อเนื่อง ในตลาดไลฟ์สไตล์ที่มีคู่แข่งมาก การจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดไลฟ์สไตล์จึงต้องเล่นเกมมากกว่าราคา MOSHI เลือกเสริมความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของแบรนด์ระยะยาว ผ่านการผูกแบรนด์เข้ากับบุคคลที่ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจและชื่นชอบ ถ้ากิจกรรมและคอนเทนต์ต่อเนื่องสามารถเปลี่ยนแฟนคลับของบิวกิ้นให้กลายเป็นลูกค้าและแฟนแบรนด์ ผลลัพธ์จะไม่ใช่เพียงยอดขายครึ่งปีหลัง แต่คือฐานลูกค้าใหม่ที่ยืนระยะยาว

บทสรุป: เมื่อเซเลบริตี้กลายเป็นสะพานเชื่อมแบรนด์กับชีวิตประจำวันของลูกค้า

กรณี MOSHI ดึงบิวกิ้นมานั่งเป็นพรีเซนเตอร์คนแรก แสดงให้เห็นชัดว่าการใช้แบรนด์เซเลบริตี้พรีเซนเตอร์ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์ลอยๆ แต่เป็นยุทธศาสตร์การตลาดแบรนด์ที่ตั้งใจใช้ความผูกพันระหว่างคนดังกับแฟนคลับ มาเป็นสะพานเชื่อมให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างเนียนและยั่งยืน เมื่อแคมเปญถูกออกแบบให้มีทั้งกระแสโซเชียล อีเวนต์สัมผัสจริง และกิจกรรมระยะยาว เป้าหมายการขยายฐานลูกค้าและการรักษาความจงรักภักดีต่อแบรนด์จึงมีโอกาสเกิดขึ้นจริงมากกว่าการยิงโฆษณาแบบเดิม สำหรับผู้เล่นในตลาดไลฟ์สไตล์ บทเรียนจาก MOSHI คือ หากจะลงทุนกับเซเลบริตี้ ต้องคิดให้ไกลกว่าการสร้างกระแสชั่วครู่ และออกแบบให้คนดังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางลูกค้าตั้งแต่รู้จักแบรนด์ ซื้อสินค้า ไปจนถึงกลับมาซื้อซ้ำ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!