ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

องค์กรจะเลิกลงทุน AI แบบมืดบอดได้อย่างไรเมื่อเครื่องมือใหม่เริ่มวัด ROI แบบลงลึก

องค์กรจะเลิกลงทุน AI แบบมืดบอดได้อย่างไรเมื่อเครื่องมือใหม่เริ่มวัด ROI แบบลงลึก
ความสนใจ|วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI

วัดผลการลงทุน AI คืออะไร และทำไมองค์กรถึงเริ่มทวงคำตอบ

วัดผลการลงทุน AI คือแนวคิดและชุดเครื่องมือที่ใช้เชื่อมโยงการใช้จ่ายในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน โมเดล เอเจนต์ ไปจนถึงผู้ใช้แต่ละคน เข้ากับตัวชี้วัดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ เช่น รายได้ ประสิทธิภาพ และคุณภาพงาน เพื่อให้ผู้นำองค์กรตัดสินใจได้ว่าควรขยาย ลด หรือหยุดโครงการใด โดยอาศัยข้อมูลแทนความรู้สึก

สาระสำคัญของข่าวนี้คือ AI ไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นโพรงงบประมาณขนาดใหญ่ที่ผู้บริหารเริ่มถามหาหลักฐาน ว่าต้นทุน AI องค์กรที่เพิ่มขึ้นทุกปีนั้นให้ผลตอบแทนจริงแค่ไหน การสำรวจผู้บริหารระดับสูง 2,000 คนพบว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา มีเพียงประมาณหนึ่งในสี่ของโครงการ AI ที่ได้ผลตอบแทนตามที่ตั้งเป้าไว้ และยิ่งมีเงินไหลเข้าสู่ AI มากเท่าไร จำนวนที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่ชัดเจนกลับน้อยลงเท่านั้น นี่จึงไม่ใช่ประเด็นเทคนิค แต่เป็นคำถามเชิงกลยุทธ์ของงบประมาณรอบถัดไป ว่าองค์กรควรกล้าตัดโครงการ AI ที่ไม่สร้างคุณค่าออกหรือไม่

Ascerta: จากเครื่องมือคุมต้นทุน AI สู่แพลตฟอร์มพิสูจน์ ROI ปัญญาประดิษฐ์

ท่ามกลางความสับสนนี้ Ascerta โผล่ขึ้นมาในบทบาทใหม่ในฐานะแพลตฟอร์มที่ตั้งใจช่วยองค์กรติดตาม ROI ปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร เดิมทีบริษัทเปิดตัวในชื่อ Pay-i โดยโฟกัสแค่การจัดการต้นทุนของแอปพลิเคชัน AI ก่อนที่การใช้งานในองค์กรจะพุ่งขึ้นจนลูกค้าเริ่มถามคำถามยากขึ้น ว่าใครใช้ AI อย่างไร เอเจนต์ทำอะไรอยู่ และโครงการไหนคุ้มค่าต่อการลงทุนต่อไป เมื่อผู้ก่อตั้งเห็นว่าลูกค้าไม่ได้อยากรู้เพียงตัวเลขค่าใช้จ่าย แต่ต้องการเห็นภาพการนำไปใช้และผลลัพธ์ธุรกิจ การเปลี่ยนชื่อเป็น Ascerta และการนิยามตัวเองใหม่ว่าเป็นแพลตฟอร์ม “การจัดการ AI สำหรับองค์กร” จึงเกิดขึ้น

หัวใจของ Ascerta คือการเชื่อมร่องรอยการใช้จ่ายด้าน AI ลงไปถึงระดับเอเจนต์และตัวอักษรย่อย แล้วผูกเข้ากับผลลัพธ์ที่โครงการตั้งใจสร้าง ตั้งแต่ผู้ใช้ ทีม ไปจนถึงกรณีใช้งานแต่ละแบบ เพื่อให้ CIO CFO และผู้นำด้าน AI มีมุมมองเดียวกันว่าโครงการไหนควรขยาย ปรับปรุง หรือปิด David Tepper ซีอีโอของบริษัทชี้ว่าตลาดวันนี้เต็มไปด้วยตัวเลขสวยๆ อย่างจำนวนโทเคนหรือจำนวนบรรทัดโค้ดที่สร้าง แต่สิ่งที่องค์กรยังตอบไม่ได้คือ AI ได้ทำอะไรให้ธุรกิจจริงๆ นั่นทำให้แพลตฟอร์มลักษณะนี้แตกต่างจากแดชบอร์ดนับโทเคนทั่วไป เพราะจุดยืนคือการวัดผลการลงทุน AI ไม่ใช่แค่การรายงานการใช้งาน

ต้นทุน AI องค์กรที่ซ่อนอยู่และช่องว่างผลตอบแทนที่ขยายตัว

สาเหตุที่องค์กรเริ่มหมุนหาเครื่องมือวัดผลการลงทุน AI ก็เพราะต้นทุน AI องค์กรไม่ใช่สิ่งที่เห็นชัดในใบแจ้งหนี้เสมอไป เครื่องมือ AI สำหรับองค์กรจำนวนมากซ่อนค่าใช้จ่ายไว้ในระดับการใช้โทเคนย่อย การรันเอเจนต์ที่หลุดออกจากกรอบ หรือค่าธรรมเนียมที่ระบบพื้นฐานไม่เคยแสดง ตัวอย่างจากลูกค้า Ascerta แสดงให้เห็นว่าการรันเอเจนต์ที่ดูเหมือนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียงเล็กน้อย กลับมีการรันบางส่วนที่มีต้นทุนสูงกว่าปกติอย่างมากและเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งต่อวัน เมื่อตรวจพบและแก้ไขได้ทันที องค์กรจึงประหยัดได้ในระดับที่สัมผัสได้

ในเชิงภาพรวม งานวิจัยด้านราคาของโมเดลภาษาแสดงให้เห็นว่าต้นทุนต่อการสร้างผลลัพธ์ลดลงอย่างต่อเนื่องหลายเท่าต่อปี ขณะที่การใช้จ่ายด้าน AI แบบสร้างสรรค์ในองค์กรกลับเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งสะท้อนสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “ปริศนาเจวอนส์” คือของยิ่งถูกลง ยิ่งถูกใช้มากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลง เมื่อประกอบกับการศึกษาจาก IBM ที่พบว่าเพียง 25% ของโครงการ AI ส่งผลตอบแทนตามเป้า และมีเพียง 16% ที่ถูกขยายใช้ทั่วองค์กร ข้อเท็จจริงเหล่านี้คือสัญญาณชัดเจนว่าองค์กรกำลังใช้เงินจำนวนมากบนเทคโนโลยีที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพ AI ธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

Dell Technologies Capital และสัญญาณว่าตลาดต้องการความรับผิดชอบด้าน AI

การระดมทุนรอบล่าสุดของ Ascerta น่าสนใจไม่ใช่แค่เพราะขนาดของเม็ดเงิน แต่เพราะว่าใครเป็นผู้นำรอบ การลงทุน Series A ครั้งนี้นำโดย Dell Technologies Capital พร้อมด้วย Hitachi Ventures BGV Wipro Ventures และผู้ลงทุนเดิมเข้าร่วม ทำให้บริษัทมีเงินทุนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้นำรอบลงทุนอย่าง Raman Khanna เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้บริหารด้านข้อมูลของมหาวิทยาลัยชื่อดังมานาน ก่อนย้ายเข้าสู่วงการลงทุน และเคยถูกจัดอันดับในรายชื่อผู้ลงทุนชั้นนำด้านข้อมูลและความปลอดภัยหลายครั้ง การที่อดีต CDO มาลงทุนในบริษัทที่ตั้งใจขายให้กับ CDO CIO และ CFO โดยตรง เป็นสัญญาณชัดว่าตลาดกำลังเห็น AI เป็นเรื่องของความรับผิดชอบทางการเงินและข้อมูล ไม่ใช่แค่ของเล่นสำหรับทีมเทคโนโลยี

อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจาก FinOps Foundation ระบุว่าสัดส่วนของผู้ปฏิบัติงานที่ต้องจัดการค่าใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้นจากประมาณหนึ่งในสามเป็นเกือบทั้งหมดภายในสองปี ซึ่งเร็วกว่าทุกหมวดค่าใช้จ่ายอื่นที่พวกเขาดูแล เครื่องมือ FinOps แบบเดิมสามารถบอกได้ว่าค่าใช้จ่ายคลาวด์และ AI ไหลไปที่ไหน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าการใช้จ่ายเหล่านั้นสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจมากน้อยเพียงใด ช่องว่างนี้จึงเปิดพื้นที่ให้แพลตฟอร์มแบบ Ascerta เข้ามาเป็นชั้นใหม่บนระบบเดิม ช่วยเชื่อมข้อมูลด้านต้นทุนเข้ากับผลลัพธ์ และแปลเป็นการตัดสินใจงบประมาณที่มีหลักฐานรองรับ ซึ่งสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาว่าผู้ลงทุนเชิงกลยุทธ์กำลังมองเห็นคุณค่าของการติดตาม ROI ปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นเรื่อยๆ

จากแดชบอร์ดสู่เข็มทิศ: ข้อเสนอสำหรับผู้นำองค์กรที่ต้องการประสิทธิภาพ AI ธุรกิจจริง

สิ่งที่ทำให้ Ascerta น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่การคุมงบ แต่คือการจับคู่การใช้งานกับผลลัพธ์ในระดับคนและทีม แพลตฟอร์มเชื่อมต่อกับระบบเดิมและเครื่องมือ AI สำหรับองค์กรที่ใช้กันแพร่หลายอยู่แล้ว เช่น ชุดเครื่องมือ Copilot ของ Microsoft Amazon Bedrock AgentCore Salesforce Agentforce และตัวช่วยเขียนโค้ดอย่าง GitHub Copilot หรือ Claude Code เพื่อวัดการใช้งานแยกตามบุคคล ทีม และเครื่องมือ รายละเอียดด้านค่าใช้จ่ายในระดับโทเคนย่อย ค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ และส่วนลดที่เจรจาในแต่ละครั้งที่เรียกใช้โมเดล ทำให้ผู้นำเห็นได้ว่าใครกำลังสร้างผลลัพธ์จริง และสามารถออกแบบการเรียนรู้ให้คนอื่นตามทันได้

ลูกค้า Ascerta รายงานว่าค่าใช้จ่าย AI ที่สูญเปล่าลดลงเฉลี่ย 86% ผลตอบแทนจากการดำเนินการ AI สูงขึ้น 47% และเวลาในการเปิดตัวเอเจนต์ลดลง 24% เมื่อใช้แพลตฟอร์มเพื่อตัดสินใจแบบมีข้อมูลรองรับ บริษัทเองยังมีขนาดเล็กด้วยจำนวนพนักงานราว 15 คน แต่มีแผนจะขยายทีมเกือบสามเท่าเป็นประมาณ 40 คนภายในสิ้นปี 2027 เพื่อรองรับการขยายความสามารถแพลตฟอร์ม ทีมด้านการตลาดและวิศวกรรม รวมถึงการเพิ่มการเชื่อมต่อกับเครื่องมือ AI สำหรับองค์กรรายใหญ่แทบทุกราย สำหรับผู้นำองค์กร บทเรียนจากเรื่องนี้ชัดเจนมาก หากยังวัดผลการลงทุน AI ด้วยตัวเลขการใช้งานหรือโทเคนเพียงอย่างเดียว คุณกำลังเดินในห้องมืดถึงเวลาเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือที่บอกได้ว่าทุกบาทที่ลงไปใน AI กลับออกมาในรูปของคุณค่าทางธุรกิจเท่าไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!