กลยุทธ์ AI เศรษฐกิจคืออะไร และทำไมต้องคิดเป็นระบบนิเวศ 5 เสา
กลยุทธ์ AI เศรษฐกิจ คือกรอบการพัฒนาเชิงรุกที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาบุคลากร และแอปพลิเคชันภาคธุรกิจเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียว เพื่อเพิ่มผลิตภาพ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิอากาศ โดยเน้นการลงทุนแบบมุ่งเป้าและการออกแบบนโยบายให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
ภาพของกลยุทธ์นี้ชัดขึ้นเมื่อมองจากเวที The Bangkok Business Summit 2026 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ซึ่งนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Business Building the Future: Winning in Turbulence แก่นคิดสำคัญของเขาคือ ความผันผวนของโลกทั้งสงคราม ความขัดแย้ง เศรษฐกิจ และสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่เพียงความเสี่ยง แต่คือโอกาสในการสร้างรอบการเติบโตใหม่ หากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ ร่วมกันวางยุทธศาสตร์และลงทุนอย่างถูกจุด

จาก AI และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล สู่โครงสร้างการแข่งขันแบบใหม่
หัวใจของกรอบ 5 เสา คือการมอง AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานการแข่งขันรูปแบบใหม่ ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมในองค์กร เมื่อมองในภาคธุรกิจ นายศุภชัยชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นจาก AI ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และเทคโนโลยีคลาวด์ ซึ่งกำลังกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์กร นี่คือจุดที่ผู้นำธุรกิจต้องเลิกคิดแบบโครงการเล็กๆ และเริ่มคิดแบบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
หากสรุปเป็น 5 เสาหลักในระดับระบบนิเวศ ประกอบด้วย หนึ่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการเชื่อมต่อ สอง ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล สาม โมเดล AI และเทคโนโลยี AI สี่ การพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยี ห้า แอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม เสาเหล่านี้ตอบตรงกับแนวทางสร้างโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้การลงทุน AI ไม่กระจัดกระจาย แต่ส่งกำไรทางเศรษฐกิจกลับมาได้เร็วและเสี่ยงน้อยลง

การพัฒนาบุคลากร AI และการลงทุนแบบมองไกล 5 ปี
ต่อให้โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและฮาร์ดแวร์พร้อม หากไม่มีคนที่ใช้ AI เป็น กลยุทธ์ก็เดินต่อไม่ได้ ประเด็นที่น่าสนใจจากเวทีนี้คือข้อเสนอให้วางแผนลงทุน 5 ปี โดยแบ่งเม็ดเงินเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและห้องปฏิบัติการ การลงทุนเพื่อดึงดูด Talent และนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากทั่วโลก และการลงทุนในโครงการวิจัย มุมนี้สะท้อนว่า การพัฒนาบุคลากร AI ไม่ใช่แค่เรื่องหลักสูตรเรียน แต่คือการสร้างระบบนิเวศการทำงาน วิจัย และธุรกิจที่ดึงดูดคนเก่งให้เข้ามาอยู่ร่วมกัน
ความคิดเช่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ของงานซัมมิต ซึ่งต้องการเป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์การปฏิรูประบบเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน และปูทางสู่การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่บทบาทประธานอาเซียนในปี 2571 หากวางแผนบุคลากร AI ผูกกับไทม์ไลน์เช่นนี้ได้จริง โอกาสในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาคจะไม่ใช่แค่คำขวัญ

แอปพลิเคชัน AI ภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ตัวอย่างผลตอบแทนจากการแปลงเศรษฐกิจดิจิทัล
ยุทธศาสตร์ AI ที่ดีต้องลงเอยที่การใช้งานจริงในเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่จบที่ห้องทดลอง หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดคือการใช้ AI และ Automation ยกระดับภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 20 ล้านไร่ หากมีการนำ Precision Farming AI และระบบอัตโนมัติเข้าไปสนับสนุน นายศุภชัยประเมินว่าผลิตภาพสามารถเพิ่มขึ้นได้ 3–5 เท่า ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือภาพของการแปลงเศรษฐกิจดิจิทัลที่แตะชีวิตผู้ประกอบการรายย่อยจริง ไม่ใช่แค่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
ในภาคธุรกิจอื่น AI ยังถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เปลี่ยนทุกกระบวนการธุรกิจ ตั้งแต่สายการผลิต โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า ไปจนถึงการวิเคราะห์จราจรและการขนส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่ จุดแข็งของแนวทางนี้คือการไม่แยกภาคเกษตร การผลิต และบริการออกจากกัน แต่ใช้ AI และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเป็นตัวเชื่อมให้ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมกลายเป็นโครงข่ายดิจิทัลเดียวกัน

ทำไมต้องร่วมมือข้ามภาคส่วน หากอยากเปลี่ยนความผันผวนเป็นข้อได้เปรียบ
จุดที่น่าคิดที่สุดของกรอบ 5 เสา ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือการออกแบบการร่วมมือ ข้อมูลจากงานซัมมิตบอกชัดว่า โครงการนี้ตั้งอยู่บนความร่วมมือของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารกลาง หน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจชาติ และธนาคารโลก ภาพนี้สะท้อนว่า หากอยากให้กลยุทธ์ AI เศรษฐกิจเดินหน้าได้จริง ต้องมีทั้งรัฐบาล บริษัทใหญ่ สตาร์ทอัพ มหาวิทยาลัย และนักวิจัยเข้ามาอยู่ในโต๊ะเดียวกัน
ในเชิงความคิด นี่คือการพลิกมุมมองต่อความผันผวน จากสิ่งที่ต้องรอให้คลี่คลาย กลายเป็นแรงผลักดันให้กล้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล การพัฒนาบุคลากร AI และการสร้างแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง หากทำได้ ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนอาจไม่ลดลงทันที แต่ผลตอบแทนจากการแปลงเศรษฐกิจดิจิทัลจะมาถึงเร็วกว่าประเทศที่ยังมอง AI เป็นแค่โครงการทดลอง







