การประชุมนานาชาติกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของท่องเที่ยวยั่งยืน
การประชุมนานาชาติด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คือเวทีที่ผู้นำ ผู้ประกอบการ และผู้กำหนดนโยบายจากหลากหลายประเทศมาพบกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กำหนดทิศทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายใหม่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาการเดินทางเชิงคุณภาพที่เคารพสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าให้ชุมชน และตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งประสบการณ์และความรับผิดชอบต่อโลกใบนี้
มุมมองสำคัญในปีนี้คือ การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การดึงคนเข้ามาใช้จ่าย แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยืนได้ด้วยตัวเองอย่างมีความหมาย การรวมตัวของงานประชุมและมหกรรมท่องเที่ยวขนาดใหญ่ทั้งด้านความยั่งยืน พลังงาน วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ จึงสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์จากการแข่งกันเรื่องจำนวนคน มาเป็นการแข่งกันเรื่องคุณภาพและผลกระทบที่ดีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ภูเก็ต PHIST จุดเปลี่ยนจาก “คำสวยหรูเรื่องยั่งยืน” สู่ “โมเดลทำกำไรได้จริง”
งาน PHIST ถูกยกให้เป็นงานด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปีนี้จะจัดขึ้นที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ในวันที่ 7 กันยายน ตลอดวันระหว่างเวลา 09.00–18.00 น. งานคาดว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและการบริการกว่า 1,300 คนเข้าร่วม ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการทำธุรกิจไปพร้อมกัน
โจทย์ของ PHIST ไม่ใช่แค่การพูดว่า "ท่องเที่ยวยั่งยืน" ดีอย่างไร แต่คือการตอบคำถามที่ยากกว่ามากว่า การลดการใช้ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิลจะกลายเป็นผลกำไรได้อย่างไร ผู้จัดจึงออกแบบกว่า 25 เซสชัน ทั้งเสวนา เวิร์กช็อป และ fireside chat เพื่อเจาะประเด็นตั้งแต่การลดคาร์บอน รายงาน ESG ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบอาหาร ไปจนถึงการบริหารจัดการจุดหมายปลายทางอย่างยั่งยืน สิ่งที่น่าสนใจคือวิสัยทัศน์จาก KP Ho ที่ย้ำว่าอนาคตของธุรกิจบริการจะเป็นของผู้ที่พิสูจน์ได้ว่า “ความยั่งยืนสร้างคุณค่าให้แขก พนักงาน นักลงทุน และชุมชนได้พร้อมกัน”
มหกรรมกอล์ฟ ดำน้ำ และ Outdoor: ยุทธศาสตร์ดันสู่จุดหมายไลฟ์สไตล์พรีเมียม
อีกด้านหนึ่ง งาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการใช้การประชุมและมหกรรมสินค้าเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน “การท่องเที่ยวคุณภาพ” งานปีล่าสุดถูกจัดที่ฮอลล์ 5–6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 21–24 พฤษภาคม และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 65,000 คน พร้อมสร้างเงินสะพัดมากกว่า 200 ล้านบาทในระยะเวลา 4 วัน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่านักเดินทางสายกอล์ฟ ดำน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้งไม่ใช่แค่กลุ่มเฉพาะทาง แต่เป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มองว่า งานนี้ถูกออกแบบให้เป็น One-stop Experience สำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์ที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ไม่ใช่เพียงการเดินทางเท่านั้น จุดสำคัญคือการเสริมภาพลักษณ์สู่ Premium Lifestyle Destination ผ่านการรวมกอล์ฟ ดำน้ำ และ Outdoor ไว้ในที่เดียว การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งจึงไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เป็นพื้นที่ประกาศจุดยืนด้านท่องเที่ยวยั่งยืน ที่คนรักการผจญภัยมีจิตสำนึกร่วมในการดูแลธรรมชาติ และพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

บทเรียนจาก Japan Expo Malaysia: เมื่อคอนเทนต์ข้ามพรมแดนสร้างโอกาสใหม่ให้ท่องเที่ยว
การเติบโตของงาน Japan Expo Malaysia ที่ศูนย์ประชุม Kuala Lumpur Convention Centre ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 55,000 คนตลอดสามวัน เป็นสัญญาณว่ามหกรรมวัฒนธรรมและท่องเที่ยวสามารถขยายผลไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างจริงจัง บริษัทผู้จัดจากไทยร่วมมือกับพันธมิตรในมาเลเซียและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อาหาร การศึกษา และไลฟ์สไตล์ในรูปแบบครบวงจร
สิ่งที่น่าสนใจคือการนำคอนเทนต์จากไทยไปเติมสีสันในงาน ทั้งมาสคอตจากค่ายบันเทิงและแชมป์ Coffee Brewing Championship ที่ไปถ่ายทอดเทคนิคการชงกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นให้ผู้เข้าร่วมงาน นี่คือการพิสูจน์ว่าคอนเทนต์ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมสามารถข้ามพรมแดนได้ และเมื่อผู้จัดงานจากไทยประสบความสำเร็จในการดึงคนกว่า 55,000 คนมาร่วมงานในต่างประเทศ ก็ยิ่งตอกย้ำบทบาทใหม่ในฐานะผู้นำด้านการจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการเดินทางในภูมิภาคเดียวกัน

สรุป: ท่องเที่ยวยั่งยืนและไลฟ์สไตล์พรีเมียมคือสนามแข่งขันใหม่ของเอเชีย
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าเวทีอย่างภูเก็ต PHIST งาน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest และมหกรรมวัฒนธรรมระดับนานาชาติในมาเลเซียร่วมกันผลักให้ภูมิภาคหันมาแข่งกันในสนามใหม่ คือการเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติด้านท่องเที่ยวยั่งยืนและไลฟ์สไตล์พรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเรื่อง ESG และคาร์บอน หรือการผลักดันตลาดกอล์ฟ ดำน้ำ และกิจกรรมกลางแจ้งที่มีนักเดินทางกำลังซื้อสูง งานเหล่านี้สะท้อนชัดว่าจำนวนคนไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายอีกต่อไป คุณภาพของประสบการณ์และผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมต่างหากคือจุดชี้วัดใหม่
ในมุมมองเชิงนโยบาย การทำให้การประชุมและมหกรรมท่องเที่ยวกลายเป็นโครงสร้างถาวรของเศรษฐกิจจะสำคัญกว่าการจัดงานให้ "ใหญ่" ในแต่ละปี การต่อยอดองค์ความรู้จาก PHIST สู่ธุรกิจจริง การรักษาเสน่ห์สายกอล์ฟ ดำน้ำ และ Outdoor ให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการผลักดันคอนเทนต์วัฒนธรรมให้ข้ามพรมแดนอย่างมีคุณภาพ ล้วนคือเงื่อนไขที่ต้องทำต่อเนื่อง หากภูมิภาคต้องการขึ้นเป็นผู้นำด้านท่องเที่ยวยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่แค่ฉายเดี่ยวในปีใดปีหนึ่งเท่านั้น







