ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ

ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

ทำความเข้าใจก่อนเริ่ม: ตั้งค่าเสียง iPhone แบบยืดหยุ่น

การตั้งค่าเสียง iPhone คือการปรับค่าการแจ้งเตือน เสียงกระดิ่ง เสียงปลุก เสียงคีย์บอร์ด และฟีเจอร์การอ่านออกเสียง ให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคน เพื่อควบคุมว่าช่วงไหนอยากให้มือถือเงียบ ช่วงไหนอยากให้ดัง และจะแยกเสียงสำคัญออกจากเสียงรบกวนได้อย่างไร โดยไม่ต้องปิดเสียงทั้งเครื่อง

บทความนี้เหมาะกับคนที่อยากลดความรำคาญจากการแจ้งเตือน แต่ยังไม่อยากพลาดเรื่องสำคัญ เช่น เสียงปลุกตอนเช้า หรือการเตือนนัดหมาย ข้อแม้สำคัญคือคุณต้องใช้ iOS 27 เพื่อให้แยกเสียงปลุก iPhone ออกจากเสียงกระดิ่งได้เต็มรูปแบบ เพราะระบบนี้เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่และไม่ได้เปิดอัตโนมัติ นอกจากนี้การปิด Time Sensitive ต้องทำเป็นรายแอป ไม่มีสวิตช์รวมให้กดครั้งเดียว ดังนั้นต้องใจเย็นและค่อยๆ ตั้งค่าไปทีละส่วน

โครงเรื่องหลักที่เราจะทำคือ ปิด Time Sensitive เฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น แยกเสียงปลุกออกจากเสียงกระดิ่ง iOS 27 ตั้งค่าเสียงคีย์บอร์ดไม่ให้ดังรบกวน และเปิดฟีเจอร์อ่านข้อความให้ฟัง เพื่อให้ iPhone ทำงานเงียบขึ้น แต่ยังช่วยเตือนและช่วยอ่านเนื้อหาต่างๆ ได้สะดวก

  1. ปิด Time Sensitive ของแอปที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการแทรกโฟกัสโดยไม่ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด
  2. แยกเสียงปลุกออกจากเสียงกระดิ่งในเมนู Sounds & Haptics บน iOS 27
  3. ปิดเสียงกดคีย์บอร์ดและเสียงระบบบางอย่างเพื่อลดเสียงรบกวน
  4. เปิดฟีเจอร์อ่านออกเสียงและทดลองให้ iPhone อ่านข้อความให้ฟัง
ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ

ควบคุม Time Sensitive ลดการรบกวนโดยไม่พลาดเรื่องสำคัญ

Time Sensitive notifications คือการแจ้งเตือนสำคัญที่ถูกออกแบบให้ทะลุโหมดโฟกัสและสรุปการแจ้งเตือนมาขึ้นบนหน้าจอล็อกแบบเด่นเป็นพิเศษ แม้คุณจะเปิดโหมดห้ามรบกวน การแจ้งเตือนแบบนี้ก็ยังปลุกหน้าจอและส่งเสียงได้ หากไม่ได้เปิดโหมดปิดเสียง เมื่อขึ้นบนหน้าจอแล้ว การแจ้งเตือน Time Sensitive จะกลายเป็นเหมือนโพสต์ปักหมุด ทำให้แจ้งเตือนอื่นที่มาทีหลังถูกดันไปอยู่ข้างล่าง

ข้อดีคือคุณไม่พลาดเรื่องเร่งด่วน เช่น เตือนยาหรือนัดสำคัญ แต่ข้อเสียคือถ้าแอปบางตัวเตือนบ่อย เช่น แอปเตือนงานที่คุณทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ติ๊กออก การแจ้งเตือนเหล่านี้จะค้างอยู่บนหน้าจอและบดบังการแจ้งเตือนใหม่ๆ ได้ ทางออกคือปิด Time Sensitive เฉพาะแอปที่คุณไม่อยากให้แทรกโฟกัส แต่ยังคงเปิดสำหรับแอปสำคัญเช่นสุขภาพหรือบ้าน เพราะยังมีแจ้งเตือนระดับ Critical ที่ทะลุทุกอย่างเพื่อความปลอดภัย

วิธีปิด Time Sensitive จากหน้า Settings ทำแบบนี้ 1 เข้าแอป การตั้งค่า แล้วแตะ การแจ้งเตือน 2 เลือกแอปที่ต้องการปิด Time Sensitive เช่น แอปเตือนงานบางตัว 3 มองหาตัวเลือก Time Sensitive Notifications แล้วปิดสวิตช์ลง เพื่อให้การแจ้งเตือนจากแอปนั้นกลับมาอยู่ในระดับปกติ อีกทางหนึ่งคือปิดจากหน้าแจ้งเตือนเอง เลื่อนแจ้งเตือน Time Sensitive ไปทางซ้ายเล็กน้อย แตะตัวเลือก แล้วเลือกปิด Time Sensitive เพื่อหยุดการปักหมุดของแจ้งเตือนแบบนั้น

ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ

แยกเสียงปลุก iPhone ออกจากเสียงกระดิ่งใน iOS 27

ปัญหาคลาสสิกของผู้ใช้ iPhone คือพอกดลดเสียงกระดิ่งก่อนนอน กลายเป็นไปลดเสียงปลุกตอนเช้าไปด้วย ทำให้ต้องลุ้นทุกเช้าว่าปลุกจะดังหรือไม่ ใน iOS 27 แอปเปิลเพิ่มความสามารถให้เราแยกเสียงปลุกออกจากเสียงกระดิ่งได้เต็มรูปแบบ โดยการปิดตัวเลือกที่ให้เสียงปลุกผูกกับระดับเสียงกระดิ่ง ฟีเจอร์นี้ไม่ได้เปิดอัตโนมัติ และถูกซ่อนอยู่ในเมนูย่อยที่คนส่วนใหญ่มักเลื่อนผ่านไป

ข้อดีคือคุณสามารถทำให้เสียงกระดิ่งเงียบหรือเบามากในช่วงกลางคืน แต่ยังล็อกเสียงปลุกให้ดังตามที่ต้องการได้ตลอด ตามคำอธิบายในแหล่งข้อมูลหนึ่ง เมื่อปิดตัวเลือก Match Ringtone Volume แล้ว สไลเดอร์เสียงปลุกจะไม่ผูกกับปุ่มเสียงด้านข้างอีกต่อไป และการกดปุ่มเสียงภายหลังจะเปลี่ยนแค่เสียงสื่อและเสียงกระดิ่ง แต่เสียงปลุกจะคงระดับเดิมที่ตั้งไว้

วิธีตั้งเสียงปลุกแยกจากเสียงกระดิ่งใน iOS 27 1 เปิด การตั้งค่า แล้วแตะเมนู Sounds & Haptics เพื่อเข้าเมนูตั้งค่าเสียง iPhone 2 เลื่อนลงไปจนเจอส่วน Alarms & Timers แล้วปิดสวิตช์ Match Ringtone Volume เพื่อยกเลิกการผูกเสียงปลุกกับเสียงกระดิ่ง 3 หลังจากปิดแล้ว จะมีสไลเดอร์ Alarm & Timer Volume โผล่ขึ้นมา ให้ลากปรับระดับเสียงปลุกตามที่ต้องการ เสียงนี้จะใช้กับนาฬิกาปลุกในแอปนาฬิกาและตัวจับเวลาเสียงมาตรฐาน หากคุณใช้ Wake-Up Alarm ที่ตั้งผ่านแอปสุขภาพหรือใช้ Sleep Focus ระบบจะจัดการระดับเสียงตามโปรไฟล์การนอนของคุณเอง ฟีเจอร์เสียงปลุกแยกนี้จะใช้กับปลุกและตัวจับเวลาปกติที่คุณสร้างในแอปนาฬิกาหรือผ่าน Siri

ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ

ปิดเสียงคีย์บอร์ดและเสียงระบบยิบย่อยให้เงียบขึ้น

เสียงกดแป้นพิมพ์เวลาแชตหรือกรอกแบบฟอร์มอาจสนุกในช่วงแรก แต่ถ้าต้องพิมพ์เยอะๆ หรืออยู่ในที่เงียบ เสียงติ๊กๆ ตลอดเวลาอาจทั้งรำคาญตัวเองและคนรอบข้าง การตั้งค่าเสียง iPhone ให้เงียบลงเริ่มได้จากการปิดเสียงคีย์บอร์ด รวมถึงเสียงล็อกหน้าจอและการสั่นของระบบบางอย่างเพื่อให้โฟกัสกับงานได้มากขึ้น

วิธีปิดเสียงคีย์บอร์ด iPhone ทำได้จากเมนูเดียวกับการตั้งค่าเสียงหลัก แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายว่า ให้เข้าไปที่ Settings หรือ การตั้งค่า จากนั้นเลือกหัวข้อ Sounds & Haptics แล้วเลื่อนลงไปด้านล่างเพื่อปิด Keyboard Clicks เมื่อทำแบบนี้แล้ว เสียงกดแป้นพิมพ์และตัวเลขจะไม่ดังรบกวนอีกต่อไป

หากอยากให้เงียบกว่านั้นยังสามารถปิดเสียงตอนล็อกเครื่องและการสั่นของระบบได้เพิ่มเติม ในเมนูเดียวกันให้ปิด Lock Sound และ System Haptics เพื่อไม่ให้มีเสียงคลิกตอนล็อกหน้าจอ และลดการสั่นของระบบลง ถ้าในบางสถานการณ์คุณต้องการเงียบทุกอย่างรวมถึงเสียงโทรเข้า การเลื่อนสวิตช์ด้านข้างตัวเครื่องให้เห็นแถบสีส้มก็จะเป็นการเข้าสู่โหมดปิดเสียง โดยจะยังได้ยินเฉพาะเสียงเพลงหรือวิดีโอเท่านั้น

ตั้งค่าเสียง iPhone แยกเสียงปลุก แจ้งเตือน และการอ่านข้อความ

เปิดฟีเจอร์อ่านข้อความให้ฟัง เพิ่มความสะดวกและการเข้าถึง

นอกจากการจัดการเสียงแจ้งเตือนแล้ว iPhone ยังมีฟีเจอร์อ่านข้อความให้ฟังสำหรับคนที่ไม่อยากจ้องหน้าจอนานหรืออยากฝึกฟังภาษาอื่น ฟีเจอร์นี้คือการให้เครื่องอ่านข้อความที่เราเลือกบนหน้าจอออกเสียง โดยเหมาะมากทั้งกับคนที่อ่านบทความยาวๆ แล้วตาล้า หรือคนที่อยากฟังสำเนียงภาษาอังกฤษผ่านข้อความที่มีอยู่ในเครื่อง เพราะระบบสามารถอ่านข้อความภาษาอังกฤษได้และการออกเสียงถือว่าใช้ได้ดี

การเปิดใช้งานเริ่มจากเมนูการช่วยการเข้าถึง แหล่งข้อมูลหนึ่งอธิบายขั้นตอนว่า ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า แล้วเลือกเมนู การช่วยการเข้าถึง จากนั้นเลือกหัวข้อ การอ่านเนื้อหา แล้วเปิดตัวเลือกที่เกี่ยวกับการอ่านออกเสียง เมื่อเปิดแล้วคุณจะเห็นเมนูสำหรับให้ iPhone อ่านออกเสียงสิ่งที่เลือก เพื่อเตรียมพร้อมใช้งานในทุกแอปที่รองรับ

เมื่อเปิดฟีเจอร์เรียบร้อย วิธีให้ iPhone อ่านข้อความให้ฟังทำได้ง่ายมาก เลือกหรือไฮไลต์ข้อความที่ต้องการบนหน้าจอ แตะค้างที่ข้อความที่ไฮไลต์ แล้วเลือกคำสั่ง อ่านออกเสียง จากเมนูที่โผล่ขึ้นมา iPhone จะเริ่มอ่านข้อความที่คุณเลือกทันทีตามลำดับ การรวมฟีเจอร์นี้เข้ากับการตั้งค่าเสียงที่สงบลงช่วยให้คุณใช้มือถือเป็นเครื่องอ่านหนังสือหรือบทความแทนสายตาได้สะดวกขึ้นในชีวิตประจำวัน

เมื่อคุณปรับ Time Sensitive ให้พอดีกับการใช้งาน แยกเสียงปลุกออกจากเสียงกระดิ่ง ปิดเสียงคีย์บอร์ดที่รบกวน และเปิดอ่านข้อความให้ฟังแล้ว iPhone ของคุณจะกลายเป็นเครื่องมือที่เงียบลงแต่ฉลาดขึ้น เตือนเฉพาะเรื่องที่ต้องรู้ และช่วยอ่านเนื้อหาที่คุณสนใจแทนสายตาได้ สิ่งที่ควรระวังคือทุกการตั้งค่าต้องทำทีละแอป ทีละเมนู ถ้าเผลอปิดแจ้งเตือนสำคัญมากเกินไป อาจทำให้พลาดเรื่องจำเป็นได้ จึงควรลองใช้สักพักแล้วปรับให้เหมาะกับจังหวะชีวิตของตัวเอง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!