SmartThings redesign ครั้งใหญ่: สัญญาณใหม่ของ One UI 9

SmartThings redesign ครั้งใหญ่: สัญญาณใหม่ของ One UI 9
ความสนใจ|แอปมือถือ

SmartThings redesign: จากแอปถูกมองข้ามสู่หัวใจของ One UI 9

SmartThings redesign คือการยกเครื่องครั้งใหญ่ของ Samsung smart home app ที่รวมศูนย์การควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะและบริการเสริมต่างๆ ไว้ในแอปเดียว โดยปรับดีไซน์ให้สอดคล้องกับ One UI 9 update เพิ่ม floating tab bar interface และองค์ประกอบใหม่อย่างวอลเปเปอร์แบบไดนามิกและการจัดระเบียบส่วน Routines ขึ้นมาใหม่ เพื่อทำให้ประสบการณ์ควบคุมบ้านอัจฉริยะของผู้ใช้กว่า 430 ล้านคนมีความชัดเจน ใช้งานง่าย และลดความซับซ้อนลงอย่างเห็นได้ชัด. ความเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญเพราะตลอดช่วง One UI 8.0 และ 8.5 แอปหลักแทบทั้งหมดได้รับดีไซน์ใหม่ ยกเว้น SmartThings ที่ถูกทิ้งไว้ในสภาพเดิม. การที่ Samsung ตัดสินใจอัปเกรดดีไซน์ของ SmartThings พร้อม One UI 9 จึงเป็นข้อความชัดเจนว่าแพลตฟอร์มสมาร์ทโฮมกำลังถูกยกระดับให้เป็นเสาหลักของระบบนิเวศ Galaxy มากกว่าที่เคย.

SmartThings redesign ครั้งใหญ่: สัญญาณใหม่ของ One UI 9

floating tab bar interface: ดีไซน์ที่มาช้า แต่เปลี่ยนเกมการควบคุมบ้าน

จุดเปลี่ยนเชิงประสบการณ์ที่เห็นได้ทันทีใน SmartThings redesign คือ floating tab bar interface แบบแคปซูลที่ลอยอยู่ด้านล่างหน้าจอ ซึ่งเป็นภาษาออกแบบเดียวกับแอป One UI 8.0 และ 8.5 แต่เพิ่งถูกนำมาใช้กับ SmartThings ในรอบนี้. แถบนี้แบ่งแอปออกเป็นห้าแท็บหลัก ได้แก่ Home, Devices, Life, Routines และ Menu ทำให้โครงสร้างที่เคยรู้สึกเกะกะกลายเป็นระบบที่อ่านง่ายและคาดเดาได้มากขึ้น. การจัดกลุ่มใหม่นี้มีความหมายเชิงกลยุทธ์ เพราะ SmartThings ไม่ได้ควบคุมแค่อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะอีกต่อไป แต่ยังรวมบริการอย่าง Samsung Find, Family Care, Music Sync, Pet Care และ Samsung Food อยู่ในหน้าตาเดียวกัน. เมื่อฟังก์ชันล้นจนผู้ใช้และนักวิจารณ์มองว่าแอป “แบกรับมากเกินไป” การแจกแจงเป็นแท็บชัดเจนจึงเป็นการยอมรับปัญหาเดิม และแก้ด้วยดีไซน์แทนการตัดฟีเจอร์ทิ้ง.

วอลเปเปอร์ไดนามิกและ SmartThings Now: ดีไซน์ที่สะท้อนชีวิตประจำวัน

ส่วน Home ใน SmartThings redesign แสดงให้เห็นว่าดีไซน์ไม่ใช่แค่ความสวย แต่เป็นการสื่อความสัมพันธ์ของผู้ใช้กับ “สถานที่” ที่ควบคุมอยู่ หน้าหลักจะใช้วอลเปเปอร์แบบไดนามิกที่เปลี่ยนสีและบรรยากาศตามช่วงเวลาเช้า กลางวัน เย็น และกลางคืน ทำงานคล้าย live wallpaper และยังให้เลือกภาพจากแกลเลอรีหรือกล้องได้เอง. ผู้ใช้ที่ดูแลหลายโลเคชัน เช่นบ้านตัวเองและบ้านพ่อแม่ สามารถเซ็ตวอลเปเปอร์ต่างกันในแต่ละแห่งได้ ทำให้การสลับโลเคชันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรายการอุปกรณ์ แต่เป็นการเปลี่ยนบริบททางสายตาไปด้วย. อีกองค์ประกอบที่สะท้อนแนวคิด “แนะนำแทนสั่งให้เรียนเอง” คือ SmartThings Now card ที่อยู่ด้านบนของ Home tab แสดงคำแนะนำฟีเจอร์ที่ยังไม่เคยใช้ และสามารถปิดได้หากไม่ต้องการ. นี่คือการยอมรับว่าฟีเจอร์มีจำนวนมาก จึงต้องใช้การเสนอแนะเชิงบริบทแทนคู่มือยาว ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ค้นพบความสามารถของแอปโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด.

SmartThings redesign ครั้งใหญ่: สัญญาณใหม่ของ One UI 9

Routines และวิดเจ็ต: ก้าวสู่ระบบอัตโนมัติที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ทั่วไป

ส่วน Routines ใน SmartThings redesign เป็นการยอมรับว่าการทำระบบอัตโนมัติคือหัวใจของบ้านอัจฉริยะ แต่ที่ผ่านมา SmartThings ทำให้ฟีเจอร์ทรงพลังนี้ดูน่ากลัวสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ดีไซน์ใหม่แบ่งแท็บออกเป็นสองส่วนชัดเจนคือ My Routines สำหรับอัตโนมัติที่ผู้ใช้สร้างเอง และ Discover สำหรับสูตรยอดนิยมที่ผู้ใช้ SmartThings คนอื่นนิยมใช้. การแบ่งแบบนี้ลดกำแพงการเริ่มต้น เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคิดทุกอย่างเอง สามารถเริ่มจากแนวทางที่คนอื่นพิสูจน์แล้วว่าใช้งานได้. นอกจากในแอปเอง SmartThings ยังเพิ่มวิดเจ็ตสามประเภท คือ Device Control, Screen Device Control และ Routines. นี่คือการดึงการควบคุมและระบบอัตโนมัติออกมาไว้ที่หน้าจอหลักโดยตรง มุมมองเชิงความคิดเห็นคือ Samsung เลิกมองบ้านอัจฉริยะเป็น “ฟีเจอร์ในแอปหนึ่ง” แต่ดันให้มันกลายเป็นส่วนของประสบการณ์ One UI ทั้งระบบ เพราะวิดเจ็ตเหล่านี้มีศักยภาพทำให้การเปิดไฟ ปิดแอร์ หรือเรียกสูตรอัตโนมัติกลายเป็นการแตะครั้งเดียวจากหน้าโฮมสกรีน.

One UI 9 update: สัญญาณว่าบ้านอัจฉริยะคือเส้นทางหลักของ Galaxy

สิ่งที่ทำให้ SmartThings redesign น่าสนใจไม่ใช่แค่ดีไซน์ใหม่ แต่คือจังหวะการปล่อยพร้อม One UI 9 update ซึ่งบอกชัดว่าบ้านอัจฉริยะถูกยกระดับเป็นเส้นทางหลักของแพลตฟอร์ม Galaxy. ดีไซน์ของแอปสอดคล้องกับ One UI 9.0 และจึงคาดว่าอัปเดต SmartThings จะตามมาหลังการปล่อย One UI 9 แบบเสถียรสำหรับสมาร์ทโฟน Galaxy รุ่นที่รองรับ. ตามข้อมูลที่มี การปล่อย One UI 9 เริ่มต้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 พร้อมกับ Galaxy Z Fold 8 และ Z Flip 8 และจะขยายไปถึง Galaxy S26 และรุ่นก่อนหน้าประมาณเดือนกันยายน 2026. คำกล่าวอ้างที่ใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางคือ “SmartThings มีผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 430 ล้านคน และเป็นหนึ่งในแอปที่ถูกใช้มากที่สุดในระบบนิเวศของ Samsung”. เมื่อแอปที่มีผู้ใช้ระดับนี้ถูกยกเครื่องเสียใหม่หลังจากถูกละเลยตลอดยุค One UI 8.0 และ 8.5 เราควรมองว่าบริษัทกำลังลงทุนกับอนาคตของสมาร์ทโฮมอย่างจริงจังมากกว่าการปรับเครื่องสำอาง. สรุปเชิงความคิดเห็นคือ การออกแบบใหม่ของ SmartThings เป็นก้าวที่มาช้า แต่จำเป็น และอาจเป็นฐานให้การควบคุมบ้านอัจฉริยะใน One UI รุ่นต่อ ๆ ไปกลายเป็นประสบการณ์ที่ “รู้สึกเป็นธรรมชาติ” สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่คนเล่นแกดเจ็ตสายฮาร์ดคอร์.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!