ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่
ความสนใจ|การพูดคุยเกี่ยวกับสูตรอาหาร

Collaboration Marketing ในธุรกิจอาหาร คืออะไร และทำไมกำลังเปลี่ยนเกม

Collaboration Marketing ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม คือยุทธศาสตร์ที่แบรนด์จับมือกันสร้างเมนูลิมิเต็ดแบรนด์ หรือผลิตภัณฑ์ร่วมที่ผสมเอกลักษณ์ของแต่ละฝ่าย เพื่อกระตุ้นการลองซื้อ ดึงฐานลูกค้าข้ามกัน และสร้างกระแสในโซเชียลโดยอาศัยพลังของการเล่าเรื่องร่วมกัน แคมเปญลักษณะนี้ไม่ได้แข่งกันที่ราคาถูก แต่แข่งกันที่ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป การร่วมมือแบรนด์อาหารจึงกลายเป็นวิธีเพิ่มสีสันให้ตลาด เปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่คนอยากถ่ายรูป แชร์ และพูดถึงซ้ำ

กรณี Café Amazon ที่จับมือกับเด็กสมบูรณ์ทำเมนูกาแฟซีอิ๊วดำ เป็นตัวอย่างชัดว่าคอลแลบไม่ใช่แค่การออกเมนูแปลก แต่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างบทสนทนาบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในหมู่ Gen Z ที่ชอบทดลองสินค้าที่อยู่ในกระแสและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่แชร์ต่อได้ ขณะเดียวกัน อานตี้ แอนส์ก็เดินหน้ากลยุทธ์ Collaboration Marketing กาแฟและชาในแบบของตัวเอง ผ่านซอฟท์เพรทเซลคอลแลบกับแบรนด์ชาผลไม้และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี เพื่อขยายฐานคนรุ่นใหม่ที่โหยหาความแปลกใหม่ การร่วมมือแบรนด์อาหารจึงไม่ใช่ทางเลือกเสริม แต่เริ่มกลายเป็นแกนกลางของกลยุทธ์ตลาดอาหารไทยยุคนี้

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่

Auntie Anne’s x Nose Tea x LINE MAN: เมื่อเครื่องดื่มดังกลายร่างเป็นซอฟท์เพรทเซลคอลแลบ

อานตี้ แอนส์ ผู้นำตลาดซอฟท์เพรทเซล เดินหน้าต่อยอด Collaboration Marketing ด้วยการจับมือ Nose Tea แบรนด์ชาผลไม้และชาครีมชีส และแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN เปิดตัวเมนูลิมิเต็ดแบรนด์ “Signature Cheese Tea Pretzel” เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดเบเกอรี นี่คือการเอาเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมมาถ่ายทอดในรูปแบบขนมอบที่ถือกินสะดวก ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใช้เมนูอาหารเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และอัตลักษณ์บนโซเชียล ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์เบเกอรีไม่จำเป็นต้องยึดติดกับหมวดสินค้าเดิม แต่สามารถเชื่อมโลกเครื่องดื่มเข้ามาเพื่อเล่าเรื่องใหม่ได้

Signature Cheese Tea Pretzel ดึงเอกลักษณ์รสชาติและกลิ่นของชาชีสซิกเนเจอร์จาก Nose Tea มาพัฒนาเป็นไส้ชาเนื้อนุ่ม ผสานกับแป้งเพรทเซลสูตรเฉพาะของ Auntie Anne’s ที่หอมนุ่มและเคลือบด้วยเกล็ดอัลมอนด์ พร้อมออกแบบให้หยิบกินง่ายและเหมาะกับการสั่งผ่านเดลิเวอรี แบรนด์ยังตั้งใจให้เมนูนี้เป็นสะพานเชื่อมฐานลูกค้าของทั้งสองฝั่ง เปิดโอกาสให้คนดื่มชาได้ลองซอฟท์เพรทเซล และคนรักเพรทเซลได้ลองรสชาติชาในรูปแบบใหม่ กล่าวได้ว่าอานตี้ แอนส์ใช้ซอฟท์เพรทเซลคอลแลบเป็นอาวุธขยายฐานไปสู่กลุ่ม Gen Z และวัยทำงานที่ชอบทดลองเมนูใหม่และตามเทรนด์อย่างต่อเนื่อง

เมนู Signature Cheese Tea Pretzel วางราคาชิ้นละ 69 บาท พร้อมเซ็ต Fresh & Cheese ที่จับคู่กับเลมอนเนดขนาด 16 ออนซ์ในราคา 115 บาท เซ็ต Cheese DUO เพรทเซล 2 ชิ้นในราคา 129 บาท และ Cheese Triple 3 ชิ้นในราคา 189 บาท รวมถึงสิทธิ์แลกซื้อ 1 ชิ้นในราคา 65 บาทเมื่อซื้อสินค้าครบ 129 บาท โครงสร้างราคานี้สะท้อนแนวคิด “คุ้มค่าพร้อมสนุก” คือไม่ถูกสุดในตลาดแต่ให้ความรู้สึกได้ลองอะไรใหม่โดยไม่รู้สึกว่าฟุ่มเฟือย เมนูลิมิเต็ดแบรนด์นี้เปิดขายตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 ที่หน้าร้านทุกสาขาและช่องทางเดลิเวอรีผ่านแอป LINE MAN เท่านั้น

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่

Café Amazon x เด็กสมบูรณ์: Collaboration Marketing กาแฟที่กล้าท้าความคุ้นเคย

อีกด้านหนึ่ง Café Amazon เลือกจับมือกับแบรนด์ซีอิ๊วดำเด็กสมบูรณ์เพื่อออกเมนูกาแฟซีอิ๊วดำ เขย่าตลาดคาเฟ่ที่เริ่มอิ่มตัว ทั้งสองแบรนด์ใช้กระบวนการ R&D และทดลองรสชาติร่วมกัน เพื่อหาสมดุลระหว่างรสกาแฟกับซีอิ๊วดำ โดยไม่ให้ความแปลกแย่งซีนจนผู้บริโภคดื่มไม่ไหว ความกล้าคิดเมนูที่ฟังดูย้อนแย้งนี้คือการยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับการถูกพูดถึง ซึ่งเป็นแก่นของ Collaboration Marketing กาแฟแบบใหม่ ความต่างจึงกลายเป็นจุดขาย ไม่ใช่สิ่งต้องหลบเลี่ยง

สำหรับ Café Amazon แคมเปญนี้เป็นมากกว่าการออกเมนูใหม่ แต่เป็นการใช้ความแตกต่างของสินค้าเป็นเครื่องมือสร้างบทสนทนาบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เปิดรับสินค้าใหม่ ชอบทดลองของที่อยู่ในกระแส และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สามารถแชร์ต่อบนโซเชียล ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ยังเป็น Gen Y ราว 50% ขณะที่ Gen Z มีเพียงประมาณ 20% ของฐานผู้บริโภค แนวทางคอลแลบครั้งนี้จึงตั้งใจขยายสัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Gen Z โดยไม่ใช้วิธีลดราคา แต่เน้นการสร้างสินค้าที่มีคุณภาพและทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าจ่ายแล้วคุ้มค่า

ในตลาดกาแฟที่ร้านเปิดใหม่และปิดตัวทุกวัน ความแปลกเพียงครั้งเดียวไม่พออีกต่อไป แบรนด์ต้องเปลี่ยนกระแสให้กลายเป็น Repeat Purchase หรือการซื้อซ้ำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อการรักษาฐานลูกค้า Café Amazon จึงใช้การคอลแลบกับเด็กสมบูรณ์ที่มีภาพจำต่างกันอย่างชัด เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนกลับมาพูดถึงแบรนด์และทดลองสินค้า และทดสอบว่าความแปลกสามารถพลิกเป็นความชอบและการซื้อซ้ำได้แค่ไหน ผู้บริหารยังบอกชัดว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่จบแค่สองเมนู แต่จะมีโปรเจกต์ใหม่ร่วมกันตามมาใน 1–2 สัปดาห์ สะท้อนว่าคอลแลบถูกวางเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่แคมเปญครั้งเดียว

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่

ทำไมการร่วมมือแบรนด์อาหารถึงดึงลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดขายซ้ำ

ทั้ง Auntie Anne’s และ Café Amazon แสดงให้เห็นตรงกันว่า การร่วมมือแบรนด์อาหารไม่ใช่เรื่องแฟชั่นชั่วคราว แต่ตอบโจทย์ธุรกิจในสามมิติสำคัญ หนึ่ง คือการดึงลูกค้าใหม่จากฐานของพันธมิตร สอง คือการสร้างเมนูลิมิเต็ดแบรนด์ที่มีเรื่องเล่า ทำให้คนอยากลอง และสาม คือการผลักดันให้ลูกค้าเดิมกลับมาซื้อซ้ำ เพราะรู้สึกว่าแบรนด์ไม่หยุดนิ่ง การจับมือกับแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจน เช่น Nose Tea หรือเด็กสมบูรณ์ ช่วยเติมความแปลกใหม่ให้ภาพจำเดิม สร้างสีสันและความคึกคักให้กลยุทธ์ตลาดอาหารไทยที่เริ่มหนาแน่นและแข่งขันหนัก

ในเชิงพฤติกรรม Gen Z และวัยทำงานยุคดิจิทัลมองเมนูอาหารเป็นประสบการณ์มากกว่าสินค้า ทั้ง Signature Cheese Tea Pretzel และกาแฟซีอิ๊วดำจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ “อยากลองของใหม่ที่กำลังเป็นกระแส” มากกว่าคำว่าอร่อยแบบปลอดภัย การมีแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่าง LINE MAN เข้ามาเชื่อมต่อประสบการณ์หน้าร้านและออนไลน์ ยิ่งทำให้ Collaboration Marketing มีมิติครบ ทั้งการรับรู้ การเข้าถึง และการพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สุดท้าย การคอลแลบที่ดีไม่ใช่แค่ทำให้คนหันมอง แต่ต้องทำให้คนหวนกลับมา นี่คือเส้นบางๆ ระหว่างคอนเทนต์ไวรัลกับธุรกิจที่เติบโตได้จริง

ร้านดังจับมือแบรนด์ยักษ์ เกม Collaboration Marketing ที่แย่งใจลูกค้าใหม่

บทสรุป: คอลแลบไม่ใช่ของเล่น แต่คือสนามรบใหม่ของแบรนด์อาหาร

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า Collaboration Marketing กาแฟ เบเกอรี และเครื่องดื่มกำลังกลายเป็นสนามรบใหม่ของแบรนด์อาหารยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว เมนูอย่าง Signature Cheese Tea Pretzel และกาแฟซีอิ๊วดำพิสูจน์ว่า ความแปลกและการผสมตัวตนข้ามหมวดสินค้า สามารถสร้างกระแส ดึงลูกค้าใหม่ และทดลองเปลี่ยนเป็นยอดขายซ้ำได้ หากทำบนฐานคุณภาพและความคุ้มค่า การร่วมมือแบรนด์อาหารจึงเป็นมากกว่าวิธีสร้างสีสัน แต่เป็นการลงทุนเพื่อทดสอบอนาคตของแบรนด์ในโลกที่ความสนใจสั้นลงเรื่อยๆ

ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ยังมองคอลแลบเป็นแค่แคมเปญประชาสัมพันธ์ อาจกำลังพลาดโอกาสสร้างการเติบโตระยะยาว ในทางกลับกัน แบรนด์ที่มองเห็นศักยภาพของเมนูลิมิเต็ดแบรนด์ การใช้พาร์ตเนอร์ที่มีตัวตนชัด และช่องทางเดลิเวอรีเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ จะมีโอกาสยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภคและตลาดไปพร้อมกัน สารที่กรณีศึกษาทั้งสองส่งออกมาจึงชัดเจนว่า ในยุคที่ร้านเปิดได้ทุกวันและปิดได้ทุกวัน การคอลแลบที่กล้าต่างแต่คุ้มค่า คือคำตอบที่แบรนด์อาหารไทยควรนำมาคิดให้ลึกตั้งแต่วันนี้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!