ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคใหม่ เปลี่ยนเกมสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยดิจิทัลเฮลธ์และเอไอ

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคใหม่ เปลี่ยนเกมสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยดิจิทัลเฮลธ์และเอไอ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคคืออะไร และทำไมต้องคิดใหม่เรื่องอายุยืน

ศูนย์สุขภาพภูมิภาค คือโครงสร้างระบบสุขภาพที่มุ่งเชื่อมเครือข่ายบริการ การแพทย์ เทคโนโลยีดิจิทัล และงานวิจัย ในระดับภูมิภาค เพื่อรองรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การดูแลสุขภาพเมตาบอลิก และการยืดช่วงเวลาที่คนมีสุขภาพดี โดยเน้นการป้องกันและคัดกรองเชิงรุกมากกว่ารอรักษาเมื่อป่วยหนัก

มุมมองต่อระบบสุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการทำให้คนอยู่ได้นาน เป็นการทำให้คนสุขภาพดีได้นาน แนวคิดนี้สะท้อนบนเวทีเสวนาระดับนโยบายที่ระบุชัดว่าปัญหาใหญ่ในอนาคตไม่ใช่เพียงอายุขัย แต่คือระยะเวลาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคเรื้อรังและความเปราะบาง ในขณะเดียวกัน สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์กำลังผลักดันยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อปักหมุดให้ภูมิภาคก้าวสู่ศูนย์กลางสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ โดยขยับจากระบบที่ตั้งรับเพื่อรักษาไปสู่การดูแลเชิงรุกตั้งแต่ระยะแรก และยกระดับงานวิจัยและพัฒนาในห่วงโซ่ยาและชีววิทยาศาสตร์ทั้งระบบ

แนวโน้มสังคมสูงวัยยิ่งตอกย้ำว่าการยืดวัยทำงานที่มีสุขภาพดีสำคัญกว่าการเพิ่มปีชีวิตเฉยๆ ปัจจุบันมีคนอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าหนึ่งในห้าของประชากร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ในปี 2576 หากยังใช้โมเดลรักษาเมื่อป่วย ระบบสุขภาพจะรับภาระไม่ไหว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มจาก 712,000 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 871,800 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็น 5.4 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ศูนย์สุขภาพภูมิภาคจึงไม่ใช่โครงการหรูหรา แต่เป็นโครงสร้างจำเป็นในการคุมต้นทุนโรคเรื้อรังระยะยาว

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคใหม่ เปลี่ยนเกมสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยดิจิทัลเฮลธ์และเอไอ

โรคไม่ติดต่อเรื้อรังกับวิกฤติสุขภาพเมตาบอลิกที่ต้องรับมือแบบภูมิภาค

แรงกดดันที่ทำให้ต้องตั้งศูนย์สุขภาพภูมิภาค เกิดจากการระเบิดของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งกลุ่มหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ไต และโรคเมตาบอลิกอื่นๆ ตัวเลขล่าสุดชี้ว่ามีผู้สูงอายุมากกว่า 13 ล้านคน และผู้เสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากกว่า 320,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 77 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตทั้งหมด หากไม่มีระบบคัดกรองและดูแลสุขภาพเมตาบอลิกอย่างเป็นระบบ การเสียชีวิตและความพิการจะยิ่งเพิ่มขึ้น

ยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์จึงโฟกัสชัดเจนไปที่สามกลุ่มโรคใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือกลุ่มหัวใจ ไต และเมตาบอลิก ซึ่งเน้นการรณรงค์ตรวจคัดกรองและดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรก เพื่อคุมอาการของโรคเรื้อรังก่อนลุกลามไปเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรง นี่คือหัวใจของการดูแลสุขภาพเมตาบอลิกในระดับประชากร ไม่ใช่แค่ตรวจเลือดปีละครั้งแบบพิธีกรรม

สิ่งที่เปลี่ยนเกมคือการเปลี่ยนระบบคิดจากการรักษาเป็นการป้องกัน รัฐมนตรีสาธารณสุขย้ำการขยับจาก Treatment ไปสู่ Prevention และจาก Reactive Care ไปสู่ Proactive Care เหตุผลก็ตรงไปตรงมา เมื่อรู้ผลไวและเริ่มรักษาตั้งแต่ต้น ย่อมป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนรุนแรง ช่วยทั้งคุณภาพชีวิตและลดภาระเศรษฐกิจของประเทศ ศูนย์สุขภาพภูมิภาคจึงต้องถูกออกแบบให้เป็นฐานข้อมูลและฐานบริการสำหรับการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลใหญ่ที่รักษาปลายเหตุ

One Health One Nation เชื่อมดิจิทัลเฮลธ์ เอไอ และข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ

การตั้งศูนย์สุขภาพภูมิภาคในยุคนี้หากไม่มีดิจิทัลเฮลธ์ เอไอ และข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมกัน ก็เท่ากับสร้างอาคารสวยแต่ไร้ระบบประสาท โมเดล One Health One Nation ถูกออกแบบมาเพื่อแก้จุดนี้ โดยเน้นการเชื่อมข้อมูลสุขภาพของคนทั้งประเทศให้ไหลเวียนแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้การดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงบ้านและชุมชนทำได้จริง

รัฐมนตรีสาธารณสุขได้ประกาศทิศทางการพัฒนาดิจิทัลเฮลธ์และเอไอบนเวทีประชุมวิชาการระบบบริการสุขภาพดิจิทัล ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยชี้ว่าเทคโนโลยีเอไอจะเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นปัญญาเพื่อใช้ตัดสินใจทางการแพทย์ และช่วยปรับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน ในอีกเวทีหนึ่งที่งาน Techsauce Global Summit 2026 เขาเน้นว่าข้อมูลจากพันธุกรรม ไลฟ์สไตล์ สภาพแวดล้อม และประวัติสุขภาพ จะถูกนำมาประมวลร่วมกันเพื่อออกแบบคำแนะนำเฉพาะบุคคล

หัวใจของ One Health One Nation อยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพบุคคลผ่าน Personal Health Data Hub ข้อมูลภาพรังสีผ่าน Imaging Hub ข้อมูลการส่งต่อผ่านระบบ MOPH Refer รวมถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ไอโอที เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพอยู่ในมือของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง เมื่อผูกเข้ากับเทเลเมดิซีนและระบบติดตามอาการระยะไกล ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลก็เข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้รวดเร็วและเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากในระบบสุขภาพมายาวนาน

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคใหม่ เปลี่ยนเกมสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยดิจิทัลเฮลธ์และเอไอ

จากโรงพยาบาลสู่บ้านและชุมชน ระบบสุขภาพแห่งภูมิภาคที่ต่อเนื่องและใกล้ตัว

หากมองจากมุมคนทั่วไป สิ่งที่สำคัญไม่ใช่คำว่าแพลตฟอร์มหรือเอไอ แต่คือคำถามง่ายๆ ว่า ระบบใหม่ทำให้การดูแลสุขภาพใกล้ตัวขึ้นหรือไม่ โมเดลศูนย์สุขภาพภูมิภาคที่ผูกกับดิจิทัลเฮลธ์กำลังผลักการดูแลออกจากโรงพยาบาลไปสู่บ้านและชุมชน ผ่านเทเลเมดิซีนและการติดตามอาการระยะไกล ซึ่งช่วยให้กลุ่มที่เคยขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียมและรวดเร็ว

แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบาย MOPH PLUS+ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพระบบสุขภาพ พร้อมเปลี่ยนมุมมองจากภาระค่าใช้จ่ายสู่การมองว่าสุขภาพคือการลงทุน โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมของตัวเอง ส่งเสริมการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยีการแพทย์ และพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เข้มแข็งผ่านความร่วมมือทุกภาคส่วน กล่าวอีกแบบคือ ระบบสุขภาพแห่งภูมิภาคไม่ได้แค่รักษาคน แต่สร้างเศรษฐกิจสุขภาพไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์สุขภาพภูมิภาคที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูล คุณภาพบริการ และเทคโนโลยี ลงไปถึงระดับชุมชน ไม่ใช่หยุดอยู่ที่โรงพยาบาลใหญ่ ภาคเอกชนด้านเภสัชภัณฑ์เองก็ย้ำว่าการสนับสนุนให้ภาครัฐสามารถดูแลและรักษาผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นคือเป้าหมายเร่งด่วน เพราะการรู้ผลและรักษาตั้งแต่ระยะต้นจะลดทั้งความรุนแรงของโรคและภาระเศรษฐกิจ เมื่อเชื่อมกับแพทย์ทางไกลและระบบส่งต่อดิจิทัล ศูนย์สุขภาพในระดับพื้นที่สามารถกลายเป็นจุดเชื่อมระหว่างชีวิตประจำวันกับระบบสุขภาพระดับชาติ

ศูนย์สุขภาพภูมิภาคใหม่ เปลี่ยนเกมสู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรังด้วยดิจิทัลเฮลธ์และเอไอ

บทสรุป ศูนย์สุขภาพภูมิภาคจะสำเร็จได้ ต้องวัดผลที่ Healthspan ไม่ใช่อายุขัย

ทิศทางใหม่ของระบบสุขภาพแห่งภูมิภาคกำลังเดินไปในทางเดียวกัน คือหันมาจริงจังกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และยกระดับสุขภาพเมตาบอลิกด้วยดิจิทัลเฮลธ์ เอไอ และศูนย์สุขภาพที่ทำงานเชื่อมกัน แนวคิด Healthspan ที่เน้นช่วงเวลาที่คนมีสุขภาพดี มากกว่าปีชีวิตที่สะสมบนกระดาษ กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ของความสำเร็จในนโยบายสุขภาพ

แต่ศูนย์สุขภาพภูมิภาคจะไม่แตกต่างจากโครงการบนกระดาษ หากขาดสามเงื่อนไข หนึ่ง การลงทุนต่อเนื่องในดิจิทัลเฮลธ์และโครงสร้างข้อมูลที่ประชาชนใช้ได้จริง สอง การผลักดันการคัดกรองและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงศูนย์เชี่ยวชาญ และสาม การร่วมมือกันอย่างจริงจังระหว่างภาครัฐ ภาควิจัย และภาคเอกชนตามที่นโยบายเศรษฐกิจสุขภาพตั้งเป้าไว้

หากทำได้ ระบบสุขภาพแห่งภูมิภาคจะไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่จะเปลี่ยนชีวิตคนธรรมดาที่เคยต้องรอคิวโรงพยาบาลยาวนาน ให้กลายเป็นคนที่รู้ความเสี่ยงล่วงหน้า ปรับพฤติกรรมได้ทันท่วงที และมีทีมสุขภาพในชุมชนที่เชื่อมต่อกับข้อมูลและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบไร้รอยต่อ นั่นคือคำตอบเดียวที่จะทำให้เรายืดทั้งอายุขัยและช่วงเวลาที่สุขภาพดีไปพร้อมกัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!