AI partnership ภูมิภาค คืออะไร และทำไมต้องเริ่มจากคองโกลเมอเรต
AI partnership ภูมิภาค คือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวระหว่างกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในแต่ละพื้นที่กับผู้ให้บริการเทคโนโลยีและคลาวด์ระดับโลก เพื่อสร้างระบบ AI ธุรกิจที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการนำ AI ไปใช้จริงในอุตสาหกรรมหลากหลาย เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร แต่เพื่อยกระดับทั้งภูมิภาคให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม AI และดิจิทัล พร้อมสร้างความสามารถแข่งขันใหม่ให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในวงกว้าง ดีลล่าสุดของเครือ ซี.พี. อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และทรู คอร์ปอเรชั่น ที่จับมือกับ AWS ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปีเพื่อทรานส์ฟอร์มประเทศสู่ศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค จึงไม่ใช่แค่โครงการเทคโนโลยี แต่เป็นการประกาศเปิดศึกในสนาม AI hub ภูมิภาคอย่างชัดเจน ความทะเยอทะยานนี้ชี้ให้เห็นว่า ยุคต่อไปของการพัฒนาเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนผ่านคลาวด์และ AI แทนที่โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม และคองโกลเมอเรตจะกลายเป็นตัวเร่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้

AI in All จากมือถือถึงร้านสะดวกซื้อ จุดเริ่มต้นระบบ AI ธุรกิจเต็มรูปแบบ
แก่นคำว่า AI in All คือการผลักดันให้ระบบ AI ธุรกิจแทรกตัวเข้าไปในทุกห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่โทรคมนาคม การเงิน ค้าปลีก ไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงาน เครือ ซี.พี. อไรซ์ และทรูประกาศชัดว่าจะนำ AI มาใช้ในภาคโทรคมนาคม บริการทางการเงิน และค้าปลีกควบคู่กัน ซึ่งสะท้อนมุมมองว่า AI ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในฝ่ายไอที แต่ต้องฝังตัวในทุกฟังก์ชันขององค์กร ในภาคค้าปลีก การทรานส์ฟอร์มจุดให้บริการกว่า 19,000 แห่งของ 7-Eleven Lotus’s และ Makro จากพื้นที่จับจ่ายธรรมดา สู่ประสบการณ์ที่สามารถคาดการณ์ความต้องการและนำเสนอสินค้าแบบเฉพาะบุคคล คือภาพชัดของการใช้กลไกแนะนำสินค้าและ machine learning เพื่ออ่านใจลูกค้าในทั้งช่องทางมือถือและหน้าร้าน นี่คือการยืนยันว่าคองโกลเมอเรตจะไม่หยุดอยู่แค่การติดตั้งระบบ แต่จะออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่บนฐานข้อมูลและ AI recommendation engines ที่เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าแบบต่อเนื่อง

ฮับ AI ภูมิภาคต้องเริ่มจากคน ไม่ใช่แค่ศูนย์ข้อมูล
จุดแข็งจริงของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ในศูนย์ข้อมูลหรือคลาวด์ แต่คือการตั้งเป้าพัฒนาคนไทยให้ใช้ AI เป็น งานนี้ประกาศว่าจะอัปสกิลทักษะคลาวด์และ AI ให้กับคนถึง 3 ล้านคน ซึ่งรวมทั้งพนักงานเครือ ซี.พี. และประชาชนในระบบนิเวศ ให้สามารถใช้เครื่องมือและสร้างโซลูชัน AI ได้เองในระยะยาว เมื่อปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญ AI ระดับสูงเพียงกว่าพันคน การตั้งเป้าขยายฐานความรู้เช่นนี้จึงเป็นการวางรากฐานให้ฮับ AI ภูมิภาคไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นสังคมที่มีทักษะดิจิทัลกระจายตัวกว้างขึ้น โครงการ AI FOR ALL ที่เปิดเวทีแข่งขัน AI Innovation Hackathon ให้คนอายุ 18 ปีขึ้นไปร่วมพัฒนา Generative AI เพื่อแก้โจทย์ด้านสาธารณสุข เกษตรกรรม และการศึกษา ยิ่งตอกย้ำว่าคองโกลเมอเรตไม่ได้มอง AI เป็นเทคโนโลยีปิด แต่เป็นแพลตฟอร์มให้คนทั่วไปเข้ามาร่วมออกแบบอนาคตร่วมกัน หากฮับ AI ใดมองข้ามการพัฒนาคน ต่อให้มีคลาวด์ล้ำแค่ไหนก็จะกลายเป็นศูนย์ข้อมูลร้าง

จากระบบ AI ธุรกิจสู่เศรษฐกิจใหม่ บททดสอบความยั่งยืนของคองโกลเมอเรต
เมื่อ AI ถูกนิยามว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เปลี่ยนโลกได้เร็วกว่ายุคอินเทอร์เน็ต ทุกประเทศจึงเร่งสร้าง AI Ecosystem ให้ครบตลอดห่วงโซ่เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันทั้งระดับชาติ องค์กร และประชาชน ในบริบทนี้ การที่คองโกลเมอเรตลงทุนสร้าง AI Center of Excellence และระบบนิเวศสตาร์ตอัพจำนวนมาก เป็นความพยายามจะนิยามบทบาทตัวเองใหม่จากผู้เล่นดั้งเดิมในภาคเกษตรและค้าปลีก ไปสู่ผู้นำ AI hub ภูมิภาค แน่นอนว่าความร่วมมือกับคลาวด์ยักษ์ใหญ่อย่าง AWS ที่ประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศพร้อมเป้าหมายสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาล ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าฮับ AI แห่งนี้ไม่ใช่โครงการสั้นระยะหนึ่งสองปี แต่เป็นเกมยาวหลายปีที่ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์ทั้งในเชิงผลิตภาพและโอกาสใหม่ของคนทั่วไป คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะมีเทคโนโลยีอะไรเพิ่มขึ้น แต่คือระบบ AI ธุรกิจเหล่านี้จะช่วยสร้างงาน สร้างทักษะ และสร้างผู้ประกอบการรายใหม่มากแค่ไหน เพราะหากไม่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ ฮับ AI ใดก็ยากจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ






