ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เต้นเก่งแต่ทำงานได้แค่ไหน เมื่อความจริงมีเพียง 20%

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เต้นเก่งแต่ทำงานได้แค่ไหน เมื่อความจริงมีเพียง 20%
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

จากฮิวแมนนอยด์เต้นกังฟูสู่คำถามใหญ่เรื่องประสิทธิภาพหุ่นยนต์

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์คือโรบอทที่ออกแบบให้มีรูปร่างและข้อต่อคล้ายมนุษย์ ทั้งส่วนหัว ลำตัว แขน ขา เพื่อให้เคลื่อนไหวในสิ่งแวดล้อมที่สร้างมาสำหรับคน เช่น โรงงาน คลังสินค้า หรือบ้าน และมักถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ในงานที่ใช้กำลังหรือทำซ้ำจำนวนมาก แต่ความสามารถของโรบอทในโลกจริงยังห่างไกลจากภาพในโฆษณาและคลิปโชว์เต้นกังฟูที่เราเห็นบ่อยครั้ง แก่นของบทความนี้คือการตั้งคำถามว่า ประสิทธิภาพหุ่นยนต์ในฐานะแรงงานจริงอยู่ตรงไหน เมื่อเทียบกับมนุษย์ และทำไมเราจึงควรมองลึกกว่าคลิปโชว์ หุ่นยนต์ที่เต้น วิ่งแข่ง หรือชกมวยบนเวที กลายเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ในสายตาคนทำงานอุตสาหกรรม ภาพเหล่านี้คือการจัดฉากมากกว่าความพร้อมใช้งานจริง นักวิจัยบางรายถึงกับวิจารณ์ว่าที่เห็นมากมายวันนี้เป็นการเต้นที่ปลอมตัวมาเป็นการทำงาน ช่องว่างระหว่างโชว์กับงานจริงนี่เองที่เราจำเป็นต้องตรวจสอบ

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เต้นเก่งแต่ทำงานได้แค่ไหน เมื่อความจริงมีเพียง 20%

ตลาดหุ่นยนต์ที่โตด้วยเงินรัฐ แต่สมองและงานจริงยังตามไม่ทัน

แม้ภาพโชว์จะดูหวือหวา แต่ข้อมูลการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกสะท้อนภาพอีกด้าน ปริมาณส่งมอบอยู่ราว 20,000 ตัวในปีหนึ่ง และผู้ผลิตจากภูมิภาคเดียวคิดเป็นถึง 95% ของจำนวนทั้งหมด แปลว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเร็วมาก ขณะที่การใช้งานจริงยังจำกัด ที่น่ากังวลคือการเติบโตส่วนใหญ่ถูกผลักด้วยเม็ดเงินจากภาครัฐมากกว่าความต้องการจากตลาดเอกชน มีการตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเกือบ 1,000 โครงการ ครอบคลุมการซื้อหุ่นยนต์ ระบบฝึก และโครงการสาธิต พบว่ามูลค่าการซื้อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และที่เกี่ยวข้องในช่วงครึ่งแรกของปีหนึ่งพุ่งจากเพียงระดับหลักหน่วย เป็นหลายสิบ และกลายเป็นหลายร้อยภายในสามปี สะท้อนความเร่งรัดเชิงนโยบายมากกว่าความสุกงอมของเทคโนโลยี เมื่อสมองหุ่นยนต์ยังไม่เข้าใจโลกทางกายภาพได้ดี โรบอทในโลกจริงจึงยังติดอยู่ในกรอบงานที่ถูกออกแบบและจัดฉาก หากเจอสถานการณ์ที่ต้องใช้สัญชาตญาณหรือการเบี่ยงเบนจากลำดับคำสั่ง หุ่นยนต์ยังทำได้ไม่ใกล้เคียงมนุษย์ นักพัฒนาหุ่นยนต์เองก็ยอมรับว่าไอคิวของหุ่นยนต์ยังต่ำเกินไป แต่การลงทุนกลับพุ่งขึ้นสวนทางกับข้อจำกัดนี้

สมองเอไอกับร่างกายหุ่นยนต์ เมื่อโมเดลภาษาไม่พอให้เข้าใจโลกจริง

การกลับมาสนใจหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทเอไอรายใหญ่ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในฮาร์ดแวร์ แต่เกิดจากการมองเห็นว่า สมองเอไอสำหรับร่างกายหุ่นยนต์ต้องใช้ข้อมูลและวิศวกรรมคนละแบบกับโมเดลภาษาอย่างที่ใช้ในแชตบอท บริษัทหนึ่งเคยหยุดวิจัยด้านหุ่นยนต์ในปีหนึ่ง เพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลมากพอสำหรับฝึกเอไอให้ควบคุมหุ่นยนต์ได้ เนื่องจากข้อมูลข้อความบนอินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอจะสอนให้เข้าใจโลกทางกายภาพและผลของการกระทำ นี่คือจุดที่แนวคิด World Models และ omni-bodied brain ถูกผลักขึ้นมาเป็นด่านหน้า ผู้พัฒนาบางรายตั้งเป้าสร้างระบบเอไอที่ควบคุมหุ่นยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ แม้เป็นหุ่นที่ไม่เคยใช้ในการฝึกมาก่อน แต่แม้สมองเอไอจะตอบสนองเร็วและจดจำรูปแบบได้ดีแล้ว นักวิจัยจากสถาบันยานยนต์รายใหญ่เตือนว่า เทคโนโลยีสมองของหุ่นยนต์วันนี้อาจแก้ปัญหาได้เพียงครึ่งเดียว เพราะสิ่งที่ยังยากคือการใช้เหตุผลและเข้าใจโลกทางกายภาพ เช่น เข้าใจว่าจับแก้วแรงไปจะแตก หรือคาดเดาเส้นทางการตกของวัตถุ ที่สำคัญ แม้ผู้บริหารบริษัทเอไอรายหนึ่งจะให้กรอบเวลาชัดเจนกับอุปกรณ์เอไอแบบตั้งโต๊ะ ว่าอาจเปิดตัวในช่วงต้นปี 2570 แต่สำหรับโครงการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เขากลับระบุเพียงว่าจะทำมันอย่างแน่นอน ไม่มีเส้นตายที่ทุกคนยึดได้ สะท้อนว่าร่างกายหุ่นยนต์คือโจทย์ยากกว่าซอฟต์แวร์ล้วนๆ

ธุรกิจไม่ต้องการหุ่นยนต์โอลิมปิก แต่ต้องการมือที่ทำงานได้เหมือนคน

หากฟังเสียงคนทำงานโลจิสติกส์ รายใหญ่ระดับโลกที่ใช้ระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมในคลังสินค้าหลายแห่งจะพูดตรงกันว่า สิ่งที่ธุรกิจต้องการไม่ใช่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่วิ่ง 100 เมตรเร็วหรือเต้นสวย แต่คือหุ่นยนต์ที่หยิบจับของได้หลากหลายและทำงานเคียงข้างคนได้อย่างไว้ใจ ประสิทธิภาพหุ่นยนต์ที่แท้จริงเริ่มต้นจากมือ ผู้บริหารของบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกคนหนึ่งเล่าว่าพวกเขากำลังทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากหลายผู้ให้บริการ โดยโฟกัสกับสิ่งที่เรียกว่า “single-digit challenges” คือการทำให้มือหุ่นยนต์เลียนแบบมือคนได้มากขึ้น ทั้งการกางนิ้วและประกบนิ้วซับซ้อน ซึ่งต้องใช้ข้อต่อที่ยืดหยุ่นหลายจุด และหากทำได้จะเปลี่ยนเกมของงานที่หุ่นยนต์ทำได้ในคลังสินค้า เขาอธิบายว่า ความต่างของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กับโรบอทอุตสาหกรรมแบบแขนกลอยู่ที่ระดับอิสระในการเคลื่อนไหว ร่างกายมนุษย์มีการเคลื่อนไหวมากกว่า 200 รูปแบบ ขณะที่โรบอทอุตสาหกรรมทั่วไปมีแค่ 4 ถึง 6 การเคลื่อนไหว แต่ฮิวแมนนอยด์สมัยนี้มีระดับอิสระมากกว่า 100 จุด กระนั้นสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่การใช้ศักยภาพเหล่านั้นเพื่อโชว์ท่าโอลิมปิก แต่เพื่อแก้ปัญหางานหยิบจับ ยกของ และทำงานในอุณหภูมิติดลบในคลังแช่แข็งที่คนเข้าไปลำบาก

สนามแข่งขันใหม่ของยุโรปและจีน คือระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมที่ใช้การได้จริง

เมื่อฟังจากผู้นำโลจิสติกส์ที่กำลังทดลองหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ภาพที่ชัดเจนคือคลังสินค้ากำลังกลายเป็นห้องทดลองกลางของความร่วมมือระหว่างคนกับหุ่นยนต์ เขาเล่าว่าตอนนี้กำลังทำงานกับหุ่นยนต์สองแบบ คือแบบสองขาเดิน และแบบฐานล้อที่เคลื่อนที่ในคลังสินค้า โดยเน้นให้หุ่นยนต์เหล่านี้เสริมคน ไม่ใช่แทนคน เพื่อรับมือกับปัญหาขาดแรงงานและอัตราเปลี่ยนงานสูงถึง 25% ในสภาพแวดล้อมคลังสินค้า คติของเขาชัดเจนว่า ยุคใหม่ของระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมไม่ใช่การลดต้นทุนแรงงานด้วยการส่งงานไปที่ใดที่หนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญผ่านเทคโนโลยีคลังสินค้า เขาเรียกธุรกิจของตัวเองว่า living lab เพราะกำลังทำงานกับทั้งรถยกอัตโนมัติเต็มรูปแบบและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทำงานในช่องแช่แข็งติดลบมากกว่า 30 องศา ในอีกฟากหนึ่งของโลก บริษัทผู้ผลิตฮิวแมนนอยด์จำนวนมากกำลังเร่งสายพานการผลิตอย่างรุนแรง แต่กลับต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและโครงการจัดซื้อภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งต่างจากแนวคิดในคลังสินค้ายุโรปที่ใช้หุ่นยนต์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจริงๆ มากกว่าสร้างโชว์ การแข่งขันจริงจึงไม่ใช่สนามเต้นหรือวิ่งแข่ง แต่เป็นการพิสูจน์ว่าโรบอทในโลกจริงตอบโจทย์งานอุตสาหกรรมได้หรือไม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!