บ้านประหยัดพลังงานคืออะไร และทำไมโครงการนี้สำคัญ
บ้านประหยัดพลังงานคือที่อยู่อาศัยที่ออกแบบและก่อสร้างให้ใช้ทรัพยากรพลังงานน้อยลงทั้งการระบายอากาศ แสงสว่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยคำนึงถึงฉนวนกันความร้อน การวางทิศทางอาคาร วัสดุที่เหมาะสม และการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
สาระสำคัญของมติคณะรัฐมนตรีครั้งนี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานจากของฟุ่มเฟือยมาสู่สิทธิขั้นพื้นฐานด้านคุณภาพชีวิต คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างบันทึกความตกลงโครงการส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมอนุมัติให้การเคหะแห่งชาติลงนามร่วมกับโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติและมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โครงการนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 1,050 ล้านบาทที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก จุดยืนเชิงนโยบายชัดเจนว่า บ้านเขียวไม่ควรเป็นอภิสิทธิ์ของคนมีฐานะ แต่ต้องเป็นมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยสีเขียวสำหรับประชาชนวงกว้าง
รายละเอียดโครงการ 1,050 ล้าน: เป้าหมาย ระยะเวลา และทิศทางใหญ่
หัวใจของโครงการนี้คือการใช้เงิน 1,050 ล้านบาทอย่างมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่สร้างบ้านเพิ่ม แต่ยกระดับระบบที่อยู่อาศัยทั้งโครงสร้าง การเงิน และบุคลากร โครงการมีมูลค่ารวม 32.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1,050 ล้านบาท โดยได้รับเงินให้เปล่าจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลกผ่านโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีเงินลงทุนและบริจาคสมทบจากการเคหะแห่งชาติและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แม้ตัวเลขจะดูเป็นเม็ดเงินโครงการทั่วไป แต่ความสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้เงินก้อนนี้สร้างมาตรฐานบ้านประหยัดพลังงานที่จะใช้ต่อไปอีกนาน
กรอบดำเนินงานโครงการวางไว้ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2569 ถึง 2572 และเปิดช่องให้ขยายเวลาได้ตามความตกลง ระยะเวลานี้เพียงพอสำหรับการทดลอง ปรับแก้ และผลักมาตรฐานสู่ระดับกฎระเบียบถาวร ที่สำคัญ โครงการถูกออกแบบเป็นการตกลงระดับหน่วยงานรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ ไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีภาระงบประมาณเพิ่มที่รัฐบาลต้องจ่าย หมายความว่าเป็นดีลด้านสิ่งแวดล้อมที่ใช้เงินสนับสนุนจากภายนอก ลดแรงต้านเชิงการคลัง และเปิดทางให้ทดลองนโยบายบ้านเขียวในระดับใหญ่
สามกลไกหลัก: มาตรฐานบ้านเขียว สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการพัฒนาคน
โครงการบ้านประหยัดพลังงานนี้ไม่ได้พึ่งเพียงเงินอุดหนุน แต่ใช้สามกลไกหลักขับเคลื่อนระบบที่อยู่อาศัยสีเขียว ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ระบุว่า จะมีการพัฒนามาตรฐานบ้านประหยัดพลังงานประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ควบคู่กับการขยายผลการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 นี่คือการยกระดับจากการประหยัดไฟเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าไปสู่การออกแบบทั้งตัวบ้านให้มีสมรรถนะด้านพลังงาน ซึ่งจะกลายเป็นฐานสำคัญของการประเมินบ้านเขียวในอนาคต
แกนที่สองคือการดึงสถาบันการเงินเข้ามาจัดตั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเข้าถึงบ้านประหยัดพลังงานได้ผ่านกลไกตลาด ไม่ใช่รอแต่บ้านโครงการรัฐ ส่วนแกนที่สามคือการพัฒนาบุคลากร ทั้งการอบรมเทคนิคการออกแบบอาคารสีเขียวให้สถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงการรณรงค์ประชาชน เมื่อมีทั้งมาตรฐานบ้านประหยัดพลังงาน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และทีมคนทำงานที่เข้าใจบ้านเขียวจริง ระบบที่อยู่อาศัยสีเขียวจึงมีโอกาสขยับจากโครงการนำร่องสู่ความเป็นปกติในตลาด
บ้านประหยัดพลังงานกับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก และสิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้
การผลักดันที่อยู่อาศัยสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสถาปัตยกรรม แต่เชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับโลก คณะรัฐมนตรีระบุชัดว่าโครงการนี้จะช่วยผลักดันเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีสและยุทธศาสตร์ชาติ การทำให้บ้านเขียวแพร่หลาย แปลว่าแต่ละหลังช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะสมเป็นผลลัพธ์ระดับประเทศ ขณะเดียวกันผู้อยู่อาศัยได้ประโยชน์จากบ้านที่อยู่สบายและค่าไฟลดลงในระยะยาว
ในเชิงมุมมองผู้บริโภค สิ่งที่เจ้าของบ้านและคนที่วางแผนสร้างหรือซื้อบ้านควรจับตามองมีสองเรื่อง คือมาตรฐานบ้านประหยัดพลังงานและระบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เมื่อมาตรฐานและฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ขยายมาสู่ระดับตัวบ้าน เจ้าของบ้านจะมีเกณฑ์ที่ชัดขึ้นในการเปรียบเทียบว่าบ้านไหนเป็นบ้านเขียวอย่างแท้จริง ส่วนความร่วมมือระหว่างการเคหะแห่งชาติ องค์กรสิ่งแวดล้อมนานาชาติ และสถาบันสิ่งแวดล้อมในประเทศ จะเป็นตัวชี้ว่าระบบสินเชื่อและเกณฑ์บ้านเขียวจะถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสิ่งแวดล้อมและชีวิตจริงของประชาชนได้ดีแค่ไหน






