รับแอปรับแอป

รีวิวจัดเต็ม Creality K1C: เครื่องพิมพ์ 3 มิติความเร็ว 600 mm/s ที่เหมาะทั้งสายโปรและมือใหม่

พิมพ์ชนก สุขใจ01-31

ทำไม Creality K1C ถึงน่าจับตามอง?

ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ทั้งเร็ว แรง และแม่นยำในเครื่องเดียว Creality K1C คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย

รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณเปลี่ยนไอเดียในหัวให้กลายเป็นชิ้นงานจริงได้แบบมืออาชีพ ตั้งแต่งานต้นแบบซับซ้อน ไปจนถึงงานใช้งานจริงที่ต้องการความแข็งแรงระดับอุตสาหกรรม

K1C รองรับการพิมพ์วัสดุเสริมใยคาร์บอนไฟเบอร์ มีระบบทำความเย็น 3 ทิศทาง กล้อง AI ตรวจสอบงานแบบเรียลไทม์ และความเร็วสูงสุดถึง 600 mm/s เรียกได้ว่าโหดทั้งด้านคุณภาพ และเวลาในการผลิต

ด้วยโครงสร้างแบบ Die-Cast ที่แข็งแรง ทำให้เครื่องนิ่งและมั่นคงในทุกการเคลื่อนที่ จะเป็นบริษัทผลิตโมเดล นักออกแบบ ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่มือใหม่ในวงการ 3D Printing ก็สามารถเริ่มต้นได้ง่ายมาก

เปิดกล่อง ตั้งค่า และเริ่มพิมพ์ได้ในประมาณ 3 นาที ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหลไม่ต่างกับการตั้งค่าอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เลย

สเปกหลักของ Creality K1C แบบสรุปอ่านง่าย

  • เทคโนโลยีการพิมพ์: Fused Deposition Modeling (FDM)

  • ขนาดพื้นที่การพิมพ์: 220 x 220 x 250 mm

  • ความเร็วการพิมพ์สูงสุด: 600 mm/s

  • อัตราเร่ง: 20,000 mm/s²

  • ความแม่นยำการพิมพ์: 100 ±0.1 mm

  • ความสูงชั้น (Layer Height): 0.1 - 0.35 mm

  • ประเภทหัวฉีด: Dual-gear direct drive extruder

  • ขนาดเส้นใย: 1.75 mm

  • ขนาดหัวฉีด: 0.4 mm

  • ภาษาที่รองรับ: อังกฤษ, สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, โปรตุเกส, อิตาลี, ตุรกี, ญี่ปุ่น, จีน

  • อุณหภูมิหัวฉีดสูงสุด: ≤300°C

  • อุณหภูมิฐานพิมพ์สูงสุด: ≤100°C

  • แผ่นฐานพิมพ์: แผ่นสร้างแบบยืดหยุ่น PEI

  • โหมดปรับระดับฐาน: การปรับระดับอัตโนมัติแบบแฮนด์ฟรี

  • การถ่ายโอนไฟล์: USB Drive, WiFi

  • หน้าจอ: หน้าจอสัมผัสสีขนาด 4.3""

  • กล้อง AI: มีในตัว

  • ระบบกู้คืนเมื่อไฟดับ: รองรับ

  • เซ็นเซอร์ตรวจจับเส้นใยหมด: มีให้

  • เครื่องฟอกอากาศ: ติดตั้งมาในเครื่อง

  • การกำหนดรูปร่างอินพุต: รองรับ

  • ชุดไฟส่องสว่าง: มีในตัว

  • โหมดสลีป: รองรับ

  • แรงดันไฟฟ้า: 100–120V~, 200–240V~, 50/60 Hz

  • กำลังไฟ: 350W

  • วัสดุที่รองรับ: ABS, PLA, PETG, PET, TPU, PA, ASA, PC, PLA-CF, PA-CF, PET-CF

  • รูปแบบไฟล์สำหรับพิมพ์: G-code

  • ซอฟต์แวร์สไลซ์ที่รองรับ: Creality Print, Cura 5.0 ขึ้นไป

  • ไฟล์โมเดลที่รองรับ: STL, OBJ, 3MF, AMF

  • ระบบปฏิบัติการที่ใช้ร่วมได้: Windows, macOS, Linux

  • ขนาดตัวเครื่อง: 355 x 355 x 482 mm

  • ขนาดบรรจุภัณฑ์: 441 x 441 x 578 mm

  • น้ำหนักตัวเครื่อง: 12.4 kg

  • น้ำหนักรวมบรรจุภัณฑ์: 16 kg

หัวฉีดโหด ทน ถอดง่าย ใช้ยาวไม่อุดตัน

หัวฉีดของ K1C ถูกออกแบบมาให้ใช้งานหนักได้อย่างสบาย

มีการเสริมสปริงและลูกปืนดันเพื่อให้เส้นพลาสติกถูกยึดแน่นไม่ลื่น ไม่หลวมง่าย และรองรับการทำงานต่อเนื่องได้มากกว่า 1,000 ชั่วโมง โดยลดโอกาสการอุดตันลงอย่างชัดเจน

หัวพ่นผลิตจากทองแดง เคลือบปลายด้วยเหล็กกล้า ผสานกับท่อไทเทเนียมกันความร้อนย้อนกลับ ช่วยจัดการอุณหภูมิให้เสถียร ลดความร้อนสะสมในโซนที่ไม่ควรเกิด

และที่เด็ดคือ สามารถถอดเปลี่ยนหัวฉีดได้อย่างง่ายดาย ใช้เวลาไม่นาน เหมาะกับคนที่ต้องเปลี่ยนหัวตามชนิดงานบ่อยๆ

ระบบระบายความร้อน 3 ส่วน จัดการงานเร็วโดยไม่เสียคุณภาพ

การพิมพ์เร็วระดับ 600 mm/s จะเอาอยู่ได้ ต้องมีระบบระบายความร้อนที่ฉลาดและเอาอยู่ ซึ่ง K1C ใส่มาให้ครบ 3 จุดหลักๆ:

  • 1. พัดลมหัวพ่น: ช่วยลดความร้อนสะสมภายในหัวฉีด ทำให้การดันเส้นสม่ำเสมอ ไม่ไหลเลอะ

  • 2. พัดลมเป่าชิ้นงาน: ส่งลมแรงเฉพาะจุดผ่านท่อพิเศษ ทำให้เส้นพลาสติกแข็งตัวแทบจะทันที ช่วยให้พื้นผิวเรียบเนียน และการยึดชั้นแน่นขึ้น

  • 3. พัดลมเสริมด้านข้าง: ช่วยระบายอากาศภายในห้องพิมพ์ ลดปัญหาการหดตัวและการบิดเบี้ยวของชิ้นงาน โดยเฉพาะจุดยื่นและส่วนที่เชื่อมต่อกัน

รองรับวัสดุหลากหลาย ตั้งแต่งานโมเดลจนถึงงานอุตสาหกรรม

K1C ไม่ได้เกิดมาเพื่อพิมพ์แค่ PLA แบบทั่วๆ ไป แต่รองรับวัสดุหลากหลายมาก

เส้นพลาสติกเสริมใยคาร์บอน (CF) ช่วยให้ได้ชิ้นงานที่ แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับงานใช้งานจริงหรืองานอุตสาหกรรมที่ต้องเจอแรงเสียดสี

นอกจากนี้ยังรองรับวัสดุยอดนิยม เช่น PLA, ASA, ABS, TPU เหมาะสำหรับพาร์ตประกอบ ชิ้นส่วนกลไก โมเดล ของเล่น ของใช้ และของตกแต่งบ้านที่ต้องการดีไซน์เฉพาะตัว

แกะกล่องแล้วพิมพ์ได้เลย ไม่ต้องประกอบให้ปวดหัว

อีกหนึ่งข้อดีที่สาย Maker ชอบมากคือ K1C ถูกประกอบและทดสอบจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว

คุณไม่ต้องมานั่งขันน็อต เช็กแกน หรือไล่คาลิเบรตเองให้เสียเวลา แค่เปิดกล่อง เสียบปลั๊ก แตะหน้าจอให้เครื่องเริ่มคาลิเบรตอัตโนมัติ ก็พร้อมใช้งานได้เลย

ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งานถูกออกแบบให้เรียบง่ายเหมือนการตั้งค่าโทรศัพท์เครื่องใหม่ ใช้เวลาไม่นานก็พร้อมสั่งพิมพ์ชิ้นงานแรกของคุณได้ ภายในประมาณ 3 นาที เท่านั้น

กล้อง AI เฝ้างานให้แบบเรียลไทม์

โครงสร้างแบบ CoreXY ที่มีน้ำหนักเบา ทำให้เครื่องเคลื่อนที่ได้คล่องตัวและรวดเร็ว ความเร็วสูงสุดถึง 600 mm/s พร้อมอัตราเร่ง 20,000 mm/s² แต่ยังคงคุณภาพของผิวงานและรายละเอียดไว้ได้ดี

ที่น่าสนใจคือ K1C มาพร้อม กล้อง AI ในตัว ซึ่งสามารถตรวจจับความผิดปกติของงานพิมพ์ระหว่างรันงาน และแจ้งเตือนให้คุณทราบแบบเรียลไทม์ ลดโอกาสปล่อยให้เครื่องพิมพ์งานเสียๆ ไปจนจบชิ้นโดยไม่รู้ตัว

ดีไซน์โปร่งใส ดูงานได้ทุกมุม แต่เก็บความร้อนได้ดี

ตัวเครื่องล้อมด้วยแผ่นอะคริลิกโปร่งใสพร้อมประตูกระจก ช่วยเก็บรักษาอุณหภูมิภายในห้องพิมพ์ให้เหมาะสม ลดปัญหาชิ้นงานบิดเบี้ยวขณะพิมพ์

ขณะเดียวกันก็ยังสามารถมองเห็นผลงานของคุณในทุกขั้นตอน สายถ่ายวิดีโอ Time-lapse หรือสายคอนเทนต์เกี่ยวกับ 3D Printing น่าจะชอบดีไซน์แนวนี้มาก

เงียบพอจะไว้ในห้องนอนได้

สำหรับใครที่กลัวเสียงเครื่องพิมพ์ดังรบกวน ห้องนอนหรือออฟฟิศเงียบๆ K1C มี โหมดเงียบ ให้เลือกใช้งาน

เมื่อเปิดโหมดนี้ ระดับเสียงจะต่ำกว่า 45 dB ใกล้เคียงกับเสียงพลิกหน้าหนังสือ ทำให้สามารถใช้งานในพื้นที่ส่วนตัวได้สบาย

นอกจากนี้ หากคุณพิมพ์งานแบบเป็นชุด แล้วมีบางชิ้นล้มเหลวระหว่างทาง ยังสามารถข้ามเฉพาะชิ้นที่เสียไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดงานทั้งชุด ถือว่าช่วยลดเวลาสูญเปล่าได้มาก

ไฮไลต์เด่นที่ทำให้ K1C น่าสนใจกว่าเครื่องทั่วไป

  • พร้อมพิมพ์ใน 3 นาที ไม่ต้องมานั่งประกอบหรือปรับแต่งเยอะ เครื่องจัดการจากโรงงานมาให้แล้ว

  • หัวฉีด Tri-Metal “Unicorn” รวมทองแดง เหล็กกล้า และไทเทเนียม ถอดเปลี่ยนง่าย ทนความร้อนสูง และลดโอกาสอุดตัน

  • รองรับเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ (CF) เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและทนการเสียดสี เช่น ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม

  • ระบบทำความเย็น 3 ทิศทาง ช่วยให้เส้นพลาสติกแข็งตัวทันที ลดการบิดเบี้ยว และเพิ่มความคมชัดของรายละเอียด

  • กล้อง AI ในตัว คอยตรวจสอบความผิดพลาดระหว่างพิมพ์ พร้อมแจ้งเตือนแบบทันที

  • ความเร็วสูงสุด 600 mm/s ด้วยระบบ CoreXY ที่ออกแบบให้เคลื่อนไหวคล่องตัวมาก เหมาะกับงานจำนวนมากในเวลาจำกัด

  • เฟรม Die-Cast แข็งแรง หล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว ทำให้เครื่องนิ่ง ไม่สั่น รองรับการใช้งานหนักได้ดี

  • อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย ฟีลลิ่งคล้ายสมาร์ทโฟน การคาลิเบรต โหลดเส้น และสั่งพิมพ์ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติแทบทั้งหมด

  • เสียงเงียบเพียง ≤45 dB ใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศได้แบบไม่รบกวนคนรอบข้าง

  • รองรับการจัดการแบบ 3D Print Farm ใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ Creality Print และ Creality Cloud เพื่อควบคุมเครื่องหลายตัวพร้อมกันได้

Creality Print: Slicer ที่ออกแบบมาสำหรับงานจริง

ซอฟต์แวร์ Creality Print ไม่ใช่แค่โปรแกรม Slicer ธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้ช่วยจัดการงานพิมพ์ทั้งระบบ

  • รองรับการตั้งค่าการระบายความร้อนแบบอัจฉริยะ

  • ปรับการดึงเส้นและรีแทร็กให้เหมาะสมกับชิ้นงาน

  • สร้างซัพพอร์ตแบบบางเฉียบ ลดการใช้วัสดุและขัดเก็บง่าย

  • บริหารจัดการเครื่องพิมพ์หลายเครื่องพร้อมกันได้ดี เหมาะกับคนที่ทำ 3D Print Farm

Creality Cloud: คอมมูนิตี้สาย 3D Printing ทั่วโลก

แพลตฟอร์ม Creality Cloud รวบรวมชุมชนคนรัก 3D Printing จากทั่วโลก มีทั้งโมเดลให้ดาวน์โหลด แรงบันดาลใจใหม่ๆ และระบบจัดการงานพิมพ์ที่ใช้งานง่าย

ใครที่อยากแชร์ไฟล์ หรือหางานออกแบบแนวใหม่ มาใช้พิมพ์กับ K1C ก็สามารถต่อยอดกับแพลตฟอร์มนี้ได้เลย

ทำความเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

การจะใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติให้คุ้ม การเข้าใจ Workflow คร่าวๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก

ขั้นตอนหลักจะเป็นประมาณนี้:

  1. ออกแบบโมเดล 3 มิติในโปรแกรม เช่น Fusion 360, TinkerCAD, หรือ Blender

  2. บันทึกไฟล์ออกมาเป็น .STL หรือ .OBJ

  3. นำไฟล์เข้าโปรแกรม Slicer เช่น Creality Print, Cura หรือ PrusaSlicer เพื่อแบ่งโมเดลออกเป็นชั้นๆ และตั้งค่าพิมพ์

  4. โปรแกรมจะเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้เป็นไฟล์ G-code ซึ่งเป็นคำสั่งที่เครื่องพิมพ์อ่านได้

  5. ส่งไฟล์เข้าเครื่อง แล้วเครื่องจะพิมพ์ออกมาทีละชั้น จนกลายเป็นชิ้นงาน 3 มิติสมบูรณ์

ประเภทเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่ควรรู้

เพื่อให้เลือกเครื่องได้เหมาะกับงาน มาดูประเภทเทคโนโลยีหลักๆ กันแบบสั้นๆ:

  • 1. FDM (Fused Deposition Modeling) – เหมาะกับงานต้นแบบทั่วไป และงานใช้งานจริงพื้นฐาน ใช้วัสดุเป็นเส้น (Filament) เช่น PLA, ABS หลอมผ่านหัวพิมพ์แล้ววางเป็นชั้นๆ ข้อดีคือ ราคาประหยัด ใช้งานง่าย

  • 2. SLA (Stereolithography) – ให้รายละเอียดสูงมาก เหมาะกับงานที่ต้องการความเนียนและความละเอียด เช่น เครื่องประดับ ฟันเทียม หรือโมเดลที่ต้องการผิวสวย ใช้เรซินเหลวแข็งตัวด้วยแสงเลเซอร์ทีละจุด

  • 3. SLS (Selective Laser Sintering) – นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เน้นชิ้นส่วนเครื่องกลหรือชิ้นงานที่ต้องรับแรง ใช้เลเซอร์หลอมผงวัสดุ เช่น ไนลอน ให้จับตัวกันเป็นชั้นๆ

มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว ชีวิตดีขึ้นยังไง?

การมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติในมือ ไม่ได้มีดีแค่ความเท่ แต่มันช่วยเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีสร้างสรรค์งานของคุณได้เลย

  • ประหยัดต้นทุนในการสร้างชิ้นส่วนต้นแบบ (Prototype)

  • ผลิตของแบบ Customized ตามใจลูกค้าหรือไอเดียเฉพาะตัวได้ง่ายและเร็ว

  • แปลงไอเดียที่อยู่ในหัวให้กลายเป็นของจริงแบบจับต้องได้ ช่วยให้ทดลอง ปรับแก้ และพัฒนาต่อยอดได้ง่ายขึ้น

  • ลดของเสียจากการผลิต เพราะใช้วัสดุเท่าที่จำเป็นจริงๆ

เหมาะกับสายงานและอาชีพแบบไหนบ้าง?

เครื่องพิมพ์ 3 มิติไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Maker หรือสาย DIY เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในหลายวงการ:

  • อุตสาหกรรม: ใช้สร้างชิ้นส่วนทดลองและต้นแบบก่อนขึ้นไลน์ผลิตจริง ลดความเสี่ยงในการผลิตล็อตใหญ่

  • การแพทย์: พิมพ์กระดูกเทียม อวัยวะจำลอง หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคล

  • การศึกษา: ใช้ในห้องเรียน STEM ให้เด็กๆ ได้ฝึกออกแบบ คิดเชิงมิติ และทดลองสิ่งที่เรียนแบบจับต้องได้

  • งานอดิเรก (DIY / Maker): พิมพ์ของเล่น โมเดล ฟิกเกอร์ ของตกแต่งบ้าน หรืออุปกรณ์ใช้งานในชีวิตประจำวันตามใจออกแบบเอง

ผลงานจาก Creality K1C ที่พร้อมต่อยอดงานครีเอทีฟของคุณ

K1C สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้หลากหลาย ทั้งงานศิลปะ โมเดล ฟังก์ชันพาร์ต และชิ้นส่วนที่ต้องใช้งานจริง

ไม่ว่าคุณจะโฟกัสด้านธุรกิจหรืองานอดิเรก เครื่องรุ่นนี้ก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งสายครีเอทีฟและสายเทคนิคในตัวเดียว

สรุป: ถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ ตั้งค่าง่าย ใช้งานเร็ว รองรับวัสดุหลากหลาย มี AI ดูแลงานให้ และพร้อมต่อยอดเป็น 3D Print Farm ในอนาคต – Creality K1C คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์แบบจริงจังเลยทีเดียว