บางแสน 21: เมื่อชายหาดทั้งเส้นกลายเป็นถนนสีฟ้าของนักวิ่ง
สุดตระการตาแบบไม่มีแผ่ว เมื่อนักวิ่งกว่า 13,000 คน จากทั้งไทยและทั่วโลก พร้อมใจกันมาระเบิดความมันส์บนถนนสายสีฟ้าริมชายหาดบางแสน ในงาน “บางแสน 21” ครั้งที่ 11 ฮาล์ฟมาราธอนงานเดียวของโลกที่ได้มาตรฐานสูงสุด Platinum Label จาก World Athletics ด้วยฝีมือการจัดของคนไทยล้วนๆ
บรรยากาศตลอดเส้นทางกลายเป็นหมู่บ้านนักวิ่งขนาดใหญ่ ทั้งกำลังใจจากสองข้างทาง วิวทะเลสุดอลัง และงานระบบที่เนี๊ยบระดับเมเจอร์โลก ทำให้บางแสน 21 ขยับตัวเองขึ้นไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับงานระดับ Berlin Marathon, London Marathon และ Tokyo Marathon ได้อย่างภาคภูมิ
ปีนี้ความพิเศษยิ่งทวีคูณ เพราะมี Mark Milde ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน Berlin Marathon หนึ่งใน World Marathon Majors เดินทางมาร่วมงานและลงวิ่งด้วยตัวเอง ตอกย้ำว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่งานวิ่งเล่นๆ แต่มาตรฐานคือระดับโลกของจริง

จากญี่ปุ่นถึงแอฟริกา: ทำไมอีลิทถึงเทใจให้บางแสน
บางแสน 21 ไม่ได้ดังแค่ในไทย แต่ยังได้รับความสนใจจากนักวิ่งต่างชาติอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะนักวิ่งจาก Gifu Half Marathon งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระดับนานาชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ส่งตัวแทนมาร่วมสัมผัสสนามนี้ด้วยตัวเอง
ยังไม่นับรวมบรรดานักวิ่งอีลิทระดับ Top 20 ของโลก ที่ตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยกันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าเป็นสนามที่ไม่ได้มีแค่บรรยากาศสนุก แต่ยังดุเดือดในเชิงการแข่งขันอย่างแท้จริง
ทั้งหมดนี้สอดรับกับสโลแกนของงานที่ว่า “The Finest Running Event Ever – งานวิ่งที่แสนสุขที่สุด” ที่ปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 และพิสูจน์ให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่คำโปรย แต่คือประสบการณ์จริงของคนที่ได้มาวิ่ง

เส้นชัยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเซลฟี่
จุดปล่อยตัวตั้งอยู่หน้าโรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 21 กิโลเมตร ที่ไม่ได้มีแค่การลุ้นเวลา แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์ความทรงจำ
บนถนนสายนี้มีทั้ง
รอยยิ้มของนักวิ่งที่กำลังไล่ล่าฝัน New PB
เสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งไปแซวกันไป
ช่วงเวลาที่ทุกคนหยิบมือถือมาถ่ายรูป เก็บภาพตัวเองและเพื่อนๆ แบบไม่หวงฟอร์ม
ยังมีนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เต้ย-พงศกร มาร่วมวิ่ง สร้างบรรยากาศให้ดูเป็นกันเองมากขึ้นอีก เรียกได้ว่าเป็นงานที่ผสมระหว่างความจริงจังเรื่องเวลา กับความชิลแบบท่องเที่ยวบางแสนได้อย่างลงตัว

สรุปผลการแข่งขัน: ใครคือสุดยอดขาแรงประจำปีนี้
ผลการแข่งขันโดยรวมของบางแสน 21 ปีนี้ บอกได้คำเดียวว่าโหดระดับโลก
Overall ชาย
อันดับ 1: Samwel Nyamai Mailu (เคนย่า)
เวลาเข้าเส้นชัย 1:02:59อันดับ 2: Teresa Nyakola Gela (เอธิโอเปีย)
เวลา 1:03:22อันดับ 3: Seyoum Beharu Regasa (เอธิโอเปีย)
เวลา 1:03:36

Overall หญิง
อันดับ 1: Dolphine Nyaboke Omare (เคนย่า)
เวลา 1:10:14อันดับ 2: Beriha Gebreyohanes Gebreslasie (เอธิโอเปีย)
เวลา 1:11:12อันดับ 3: Mehret Gemeda Robe (เอธิโอเปีย)
เวลา 1:12:30



รุ่นทั่วไป สัญชาติไทย – ชาย
อันดับ 1: ณัฐวุฒิ อินนุ่ม
เวลา 1:10:09อันดับ 2: อาทิตย์ โสดา
เวลา 1:10:50อันดับ 3: พงศกร สุขสวัสดิ์
เวลา 1:11:32
รุ่นทั่วไป สัญชาติไทย – หญิง
อันดับ 1: ปารียา สนเส็ม
เวลา 1:22:05อันดับ 2: อรอนงค์ วงศร
เวลา 1:22:14อันดับ 3: ลินดา จันทะชิด
เวลา 1:24:13

บางแสน: จากเมืองท่องเที่ยว สู่ Sport City ระดับเอเชีย
หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากการจัดบางแสน 21 คือการยกระดับจังหวัดชลบุรีให้กลายเป็น Asian Sport City เมืองกีฬาเต็มตัวที่พร้อมรองรับงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกได้อย่างครบวงจร
จุดเด่นของการจัดงานในปีนี้คือ
ระบบความปลอดภัยและการจัดการเส้นทางที่เป็นมืออาชีพ
การมีส่วนร่วมของชุมชนตลอดเส้นทาง ทั้งเชียร์ ทั้งช่วยอำนวยความสะดวก
ความพร้อมของเมืองในการเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬานานาชาติในอนาคตอีกหลายรายการ
งานวิ่งจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมเช้าวันอาทิตย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นภาพสะท้อนศักยภาพของเมือง และประเทศในมุมมองสายตาชาวต่างชาติด้วย

เมื่อสนามวิ่งกลายเป็นพื้นที่เยียวยาหัวใจ
ผู้จัดงานเปิดใจถึงความสำเร็จของบางแสน 21 ครั้งที่ 11 ว่า นี่คือ ฮาล์ฟมาราธอน Platinum Label รายแรกของโลก ที่ทำได้ตามเป้าหมายทุกด้าน โดยเฉพาะภาพที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ
นักวิ่งจำนวนมากทำเวลาได้ดีขึ้น และทำ New PB กันเพียบ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกหลังเส้นชัยที่เต็มไปด้วยเสียงเล่า New PB แบบไม่ขาดสาย
รางวัล Top 100 ปีนี้มีเวลาที่ไต่ระดับเร็วขึ้นทั้งฝั่งชายและหญิง สะท้อนคุณภาพทั้งเส้นทางและตัวนักวิ่ง
ปีนี้ยังมีความพิเศษจาก Adidas ที่มาร่วมแจกรางวัลรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 4 ให้กับกลุ่ม “Top 50 ADIDAS Fastest Finisher” สำหรับนักวิ่งไทยชายและหญิงที่ใส่รองเท้า adidas แล้วเข้าเส้นชัยเป็น 50 คนแรกในแต่ละเพศ เพิ่มแรงจูงใจแบบจัดเต็ม
สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือ หลังเส้นชัย นักวิ่งจำนวนมากเดินเข้ามาขอบคุณทีมงาน พร้อมบอกตรงกันว่า บางแสน 21 ไม่ใช่แค่มาวิ่ง แต่มาเติมพลังใจ
หลายคนมองว่างานนี้คือการฟื้นฟูตัวเองก่อนเริ่มต้นปีใหม่ กลับไปหาครอบครัวด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยพลังบวก ในมุมของผู้จัด นี่คือหลักฐานชัดเจนว่างานวิ่งหนึ่งงานสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมไทยได้มากกว่าที่คิด ทั้งเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจ
เป้าหมายต่อไป: หมุดหมายใหม่ของนักวิ่งทั่วโลก
หลังจากคว้า Platinum Label จาก World Athletics มาได้สำเร็จ บางแสน 21 ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ แต่กำลังมองไปไกลกว่านั้น
เป้าหมายใหญ่ต่อไปคือ
เชื่อมโยงบางแสน 21 เข้ากับเครือข่ายผู้จัดงานวิ่งทั่วโลก
ทำให้ชื่อ “Bangsaen 21” เข้าไปอยู่ในลิสต์ สนามที่ต้องมาวิ่งสักครั้งในชีวิต ของนักวิ่งทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในหมู่นักวิ่งไทยหรือเอเชีย
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด ทั้งมาตรฐานระดับโลก เส้นทางริมทะเลสุดอลัง บรรยากาศที่อบอุ่น และความใส่ใจของทีมงานทุกจุด ก็ไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่า
บางแสน 21 กำลังกลายเป็นหนึ่งในฮาล์ฟมาราธอนที่น่าจับตาที่สุดในโลก และอาจกลายเป็นสนามในฝันของนักวิ่งตัวจริงในเวลาไม่นานนี้

