รับแอปรับแอป

Micron ยืนยัน GDDR7 รุ่นใหม่ 24Gb ความเร็ว 36 Gbps ดันการ์ดจอเจเนอเรชันต่อไปแรงขึ้นอีกขั้น

Phanuphong.T02-26

วงการการ์ดจอกำลังจะก้าวไปอีกระดับ เมื่อ Micron ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า หน่วยความจำ GDDR7 รุ่นใหม่ของบริษัท จะมาพร้อมความจุ 24Gb ต่อชิป และความเร็วสูงสุด 36 Gbps ซึ่งถือว่าแรงกว่ามาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างชัดเจน

การอัปเกรดครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขที่ดูดีบนสเปกชีต แต่มีผลโดยตรงกับทั้ง “เกมเมอร์” และ “งาน AI” ที่ต้องการพลังประมวลผลกราฟิกและแบนด์วิดท์ (Bandwidth) มหาศาล บทความนี้จะพาไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเกี่ยวข้อง ทำไมเรื่องนี้สำคัญ และมันจะเปลี่ยนอนาคตของการ์ดจออย่างไร


GDDR7 คืออะไร และตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว

ก่อนจะเข้าเรื่องของ Micron ต้องเข้าใจก่อนว่า GDDR7 คือมาตรฐานหน่วยความจำสำหรับการ์ดจอ (VRAM) รุ่นใหม่ ที่มาแทน GDDR6 และ GDDR6X

มาตรฐานนี้เริ่มถูกนำมาใช้ครั้งแรกกับการ์ดจอ GeForce RTX 50 Series ของ NVIDIA เมื่อปีที่แล้ว โดยรุ่นเรือธงอย่าง RTX 5090 เป็นรุ่นแรกที่ใช้ GDDR7 ส่วน RTX 5080 ก็ใช้ความเร็วสูงสุดในตลาดที่ 30 Gbps (จากมาตรฐานทั่วไป 28 Gbps)

ในฝั่งการ์ดจอระดับมืออาชีพ NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell ก็ใช้ GDDR7 เช่นกัน และใส่ความจุสูงถึง 96GB ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานใหม่นี้เริ่มถูกใช้งานจริงแล้ว

Micron และ Samsung เป็นสองผู้ผลิตหน่วยความจำรายสำคัญที่ป้อนชิป GDDR7 ให้กับ NVIDIA และผู้ผลิตการ์ดจอรายอื่น


24Gb และ 36 Gbps ต่างจากเดิมแค่ไหน

มาดูตัวเลขกันแบบเข้าใจง่าย

  • ความเร็ว 36 Gbps เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จาก 30 Gbps ที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน

  • ความจุ 24Gb ต่อชิป เพิ่มขึ้นราว 50% เมื่อเทียบกับความจุเดิมบางระดับ

คำว่า 24Gb (กิกะบิต) ต่อชิป หมายความว่า ผู้ผลิตสามารถออกแบบการ์ดจอที่มี VRAM รวมมากขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนชิปมากเกินไป

ตัวอย่างความเร็วที่คาดว่าจะเห็นเมื่อใช้ GDDR7 36 Gbps:

  • 128-bit: 576 GB/s / 12GB

  • 192-bit: 846 GB/s / 18GB

  • 256-bit: 1152 GB/s / 24GB

  • 320-bit: 1440 GB/s / 30GB

  • 384-bit: 1728 GB/s / 36GB

  • 512-bit: 2304 GB/s / 48GB

ตัวเลขอย่าง 1,152 GB/s หรือ 2,304 GB/s คือ “แบนด์วิดท์หน่วยความจำ” ซึ่งหมายถึงปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่านระหว่าง GPU กับ VRAM ได้ต่อวินาที ยิ่งสูง ก็ยิ่งรองรับงานกราฟิกหนัก ๆ และ AI ได้ดีขึ้น


ทำไมแบนด์วิดท์และความจุถึงสำคัญกับเกมยุคใหม่

Micron อธิบายไว้ในบล็อกของบริษัทว่า เกมสมัยใหม่กำลังดันขีดจำกัดของ GPU อย่างหนัก

เทคโนโลยีอย่าง:

  • Ray Tracing แบบเรียลไทม์

  • เท็กซ์เจอร์ความละเอียดสูงระดับ 4K, 5K, 8K

  • โลกเกมแบบ Open World ขนาดใหญ่

  • AI-assisted rendering

  • Frame Generation และ Upscaling

ทั้งหมดนี้ต้องใช้ข้อมูลมหาศาลในทุกเฟรม

ปัญหาคือ ถ้า VRAM ไม่พอ หรือแบนด์วิดท์ไม่สูงพอ ระบบจะต้องสลับข้อมูลเข้าออกตลอดเวลา (Asset Swapping) ซึ่งทำให้เกิดอาการที่เกมเมอร์คุ้นเคยกันดี เช่น

  • Texture pop-in (พื้นผิวโผล่มาทีหลัง)

  • เฟรมกระตุกกลางฉาก

  • เฟรมไทม์ไม่สม่ำเสมอ

  • เฟรมเรตดรอปหนักในฉาก Ray Tracing

Micron ระบุว่า GDDR7 รุ่นใหม่จะช่วยให้ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น เท็กซ์เจอร์ แผนที่แสง วัตถุ และโมเดล AI สามารถ “อยู่ในหน่วยความจำได้พร้อมกันมากขึ้น” ลดคอขวดของระบบ และทำให้ภาพลื่นไหลกว่าเดิม

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่ง VRAM ใหญ่และเร็วมากเท่าไร โอกาสที่เกมจะสะดุดเพราะหน่วยความจำก็ยิ่งลดลง


ไม่ใช่แค่เกม แต่ AI ก็ได้ประโยชน์เต็ม ๆ

แม้ตอนนี้หลายบริษัทเทคโนโลยีจะโฟกัส AI เป็นหลัก แต่ Micron ก็ชี้ให้เห็นชัดว่า GDDR7 รุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อทั้งเกมและ AI

ประโยชน์ในด้าน AI ได้แก่:

  • AI inference บนอุปกรณ์ทำได้เร็วขึ้น

  • ลดความหน่วงในระบบที่ใช้ CPU, GPU และ NPU ทำงานร่วมกัน

  • รองรับโมเดล Neural Graphics และ Generative AI ขนาดใหญ่

  • ประหยัดพลังงานมากขึ้นจากการปรับปรุงสถาปัตยกรรมและแรงดันไฟที่ลดลง

ในยุคที่ AI ถูกฝังอยู่ในทุกอย่าง ตั้งแต่การแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการเรนเดอร์ฉากในเกม ความเร็วและแบนด์วิดท์ของ VRAM จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ


ใครเกี่ยวข้อง และการแข่งขันในตลาดหน่วยความจำ

Micron ไม่ได้เป็นรายเดียวในสนามนี้

Samsung ก็เริ่มผลิต 24Gb GDDR7 แบบ mass production ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และยังมีการส่งตัวอย่างชิป 36 Gbps ให้พาร์ตเนอร์แล้ว

ก่อนหน้านี้ Samsung ยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของ:

  • ความจุ 32Gb

  • ความเร็วสูงสุด 42.5 Gbps

ส่วน Micron เองก็เคยเปิดเผยว่าจะมีรุ่นที่เกิน 36 Gbps เช่นกัน

ในฝั่ง GPU ผู้เล่นหลักอย่าง NVIDIA ก็มีแผนใช้ GDDR7 ที่เร็วและหนาแน่นขึ้นกับสถาปัตยกรรมใหม่ในอนาคต เช่น Rubin GPUs ที่มีการเปิดเผยข้อมูลมาก่อนหน้านี้


แล้วจะได้เห็นของจริงเมื่อไร

แม้สเปกจะน่าตื่นเต้น แต่ตอนนี้อุตสาหกรรม DRAM ยังต้องรับมือกับปัญหาซัพพลายขาดแคลน

มีการคาดการณ์ว่า GDDR7 36 Gbps จะเริ่มถูกใช้ใน:

  • การ์ดจอรุ่นรีเฟรชปลายปี 2026

  • หรือการเปิดตัวเจเนอเรชันใหม่ช่วงครึ่งแรกของปี 2027

ก่อนหน้านี้มีการคาดหวังว่า RTX 50 SUPER อาจได้ใช้โมดูลความจุสูงขึ้น แต่จากสถานการณ์หน่วยความจำในตลาด ทำให้ไลน์อัปดังกล่าวยังไม่ชัดเจน


ผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไป

1. เกมเมอร์

จะได้ประโยชน์จากการเล่นเกมความละเอียดสูงขึ้นแบบเสถียรกว่าเดิม โดยเฉพาะ 4K และ 8K รวมถึง Ray Tracing เต็มรูปแบบ

2. ครีเอเตอร์

งานเรนเดอร์ วิดีโอ 3D และเอฟเฟกต์ซับซ้อนจะลื่นขึ้น เพราะไม่ติดคอขวดจาก VRAM

3. ผู้ใช้ AI บนพีซี

การรันโมเดล Generative AI บนอุปกรณ์ส่วนตัวจะเร็วและมีเสถียรภาพมากขึ้น

4. ตลาดการ์ดจอ

การแข่งขันจะเข้มข้นขึ้น ทั้งด้านสเปกและราคา เพราะ VRAM จะกลายเป็นจุดขายสำคัญอีกครั้ง


บทสรุป: ก้าวสำคัญของ VRAM สำหรับทศวรรษหน้า

Micron ยืนยันชัดว่า GDDR7 ความจุ 24Gb และความเร็ว 36 Gbps ไม่ได้เป็นแค่การอัปเกรดธรรมดา แต่เป็น “เทคโนโลยีฐานราก” สำหรับทศวรรษถัดไปของการประมวลผลกราฟิกและ AI

ด้วยแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น ความจุที่มากขึ้น และประสิทธิภาพพลังงานที่ดีขึ้น การ์ดจอรุ่นใหม่ในอีก 1–2 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มจะรองรับเกมที่สมจริงกว่าเดิม และ AI ที่ซับซ้อนกว่าเดิมอย่างชัดเจน

แม้ตอนนี้ปัญหาซัพพลายจะยังเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ทิศทางของตลาดชัดเจนแล้วว่า VRAM รุ่นใหม่อย่าง GDDR7 คือหัวใจสำคัญของการ์ดจอเจเนอเรชันถัดไป

ใครที่รออัปเกรดการ์ดจอ อาจต้องจับตาช่วงปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 ให้ดี เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ทั้งในโลกเกมและ AI บนพีซี