ZestBuyZestBuy

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025
ความสนใจ|เทศกาลดนตรี

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เมื่อบริษัท HYBE Corporation (หรือที่แฟน ๆ K-Pop รู้จักกันดีในฐานะบ้านของศิลปินระดับโลกอย่าง BTS, SEVENTEEN, TXT, NewJeans และ ENHYPEN) ได้ประกาศผลประกอบการใน ไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 และสร้างสถิติใหม่ของบริษัท ด้วยรายได้รวมกว่า 727.2 พันล้านวอน (ประมาณ 19.3 พันล้านบาท) ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 🌍📈

รายได้อันมหาศาลนี้ทำให้ HYBE กลายเป็นบริษัทบันเทิงเกาหลีที่มีรายได้สูงสุดในรอบประวัติศาสตร์ และยังสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของ “ศิลปินในค่าย” ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจบันเทิงได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ในช่วงเวลาที่หลายวงยังอยู่ระหว่างพักกิจกรรมหรือทำงานเดี่ยวก็ตาม

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025


รายได้หลักจาก “ศิลปิน” ที่ขับเคลื่อนทุกความสำเร็จ

จากรายงานของ HYBE พบว่า รายได้จากกิจกรรมบันเทิงของศิลปิน (Artist Direct Involvement) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของไตรมาสนี้พุ่งทะยาน โดยมีมูลค่ารวมกว่า 477.4 พันล้านวอน หรือคิดเป็นกว่า 66% ของรายได้ทั้งหมด

กิจกรรมที่สร้างรายได้สูงสุด ได้แก่

  • คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง ของศิลปินระดับโลก เช่น Jin (BTS) ที่จัดกิจกรรมพิเศษหลังปลดประจำการ, SEVENTEEN ที่เดินสายเวิลด์ทัวร์อย่างยิ่งใหญ่, TXT ที่ยังคงครองหัวตารางชาร์ตทั่วโลก, และ ENHYPEN ที่มีฐานแฟนคลับแน่นแฟ้นทั้งในเอเชียและอเมริกาใต้ 🎶💫

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้โดยตรงจากการขายบัตรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อยอดขายสินค้าทางการ (Merchandise) และการสมัครสมาชิกแฟนคลับ Weverse ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย


ยอดขายอัลบั้มลดลงเล็กน้อย แต่ยังแข็งแกร่ง

แม้ว่ารายได้จากการขายอัลบั้มในไตรมาสนี้จะลดลงเล็กน้อย เหลือประมาณ 189.8 พันล้านวอน แต่ HYBE ระบุว่าสาเหตุหลักมาจาก “ช่วงเวลาที่ไม่มีการปล่อยอัลบั้มใหม่จำนวนมาก” ซึ่งถือเป็นจังหวะพักระหว่างการโปรโมตของศิลปินหลายวง

อย่างไรก็ตาม ยอดขายอัลบั้มที่มีอยู่ยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะจากผลงานก่อนหน้า เช่น

  • SEVENTEEN ที่ยังมียอดขายต่อเนื่องจากอัลบั้ม “Heaven”

  • NewJeans ที่ทำสถิติยอดขายทะลุล้านอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ

  • TXT ที่ครองชาร์ตอัลบั้มอันดับต้น ๆ ในอเมริกา และญี่ปุ่น

  • รวมถึง BTS Solo Projects อย่าง “Jimin FACE” และ “Jung Kook GOLDEN” ที่ยังมียอดสตรีมสูงต่อเนื่องในทุกแพลตฟอร์ม 🌟

HYBE ยังกล่าวว่า แม้รายได้ส่วนนี้จะลดลงในระยะสั้น แต่การเตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่ในช่วงต้นปี 2026 โดยเฉพาะการ กลับมาของ BTS แบบครบวง จะเป็นตัวกระตุ้นรายได้ก้อนใหญ่อีกครั้งแน่นอน 🚀

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025

รายได้จากสินค้าและสมาชิก Weverse เพิ่มสูง

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือรายได้จาก “สินค้าออฟฟิเชียลและบริการสมาชิกแฟนคลับ” ที่รวมกันกว่า 249.8 พันล้านวอน ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

แพลตฟอร์ม Weverse ของ HYBE ยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างศิลปินและแฟนคลับทั่วโลก 🌐💞
โดย Weverse ไม่เพียงเป็นที่รวมของกิจกรรมพิเศษเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่แฟน ๆ สามารถเข้าถึงคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และซื้อสินค้าจากศิลปินได้โดยตรง ซึ่งช่วยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นอกจากนี้ HYBE ยังเผยว่า กำลังวางแผนขยาย Weverse ไปยังประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพมหาศาล คาดว่าการขยายตลาดในเอเชียตะวันออกจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักสำคัญที่ทำให้รายได้ของ HYBE เพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า

กำไรจาก “ประสบการณ์แฟนคลับ” และการตลาดคอนเสิร์ต

HYBE ไม่ได้ขายแค่ “เพลง” แต่ขาย “ประสบการณ์” — และนี่คือสิ่งที่ทำให้บริษัทแตกต่างจากค่ายบันเทิงอื่น 🎧💡

จากคอนเสิร์ตแบบ World Tour, Fan Meeting, Pop-up Store, ไปจนถึง Collaboration กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Balenciaga และ Samsung — ทั้งหมดนี้คือกลยุทธ์ที่ HYBE ใช้สร้างมูลค่าทางแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

แฟน ๆ ไม่ได้ซื้อแค่บัตรคอนเสิร์ต แต่ยังซื้อ “ความทรงจำ” และ “ความผูกพัน” กับศิลปิน ซึ่งเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่ยากจะประเมินค่า และ HYBE เข้าใจสิ่งนี้ดีกว่าใคร

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025

การลงทุนระยะยาวและกลยุทธ์การขยายในอเมริกาเหนือ

แม้รายได้จะเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ HYBE ก็ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายกว่า 42.2 พันล้านวอน เพื่อเสริมสร้างธุรกิจในระยะยาว

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การขยายตลาดในอเมริกาเหนือ ผ่าน HYBE America ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ดูแลศิลปินอย่าง Justin Bieber, Ariana Grande และ SB Projects ของ Scooter Braun 🎵

HYBE มองว่าการลงทุนในตลาดตะวันตกเป็น “การสร้างรากฐานระยะยาว” ไม่ใช่แค่การเพิ่มรายได้ในระยะสั้น เพราะตลาดอเมริกาและยุโรปยังมีศักยภาพสูงในการเติบโตของคอนเทนต์เกาหลี โดยเฉพาะในยุคที่กระแส “K-Culture” กำลังขยายวงกว้างไปทั่วโลก


วิสัยทัศน์ใหม่ จากค่ายเพลงสู่บริษัท IP และเทคโนโลยีครบวงจร

สิ่งที่น่าสนใจคือ HYBE ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ “ค่ายเพลง” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น “บริษัท IP-Based Entertainment” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงการสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์ผลงาน (Intellectual Property) ไม่ว่าจะเป็นเพลง แฟชั่น เกม หรือเทคโนโลยีเสมือนจริง

HYBE เริ่มพัฒนาโครงการในโลก Metaverse และ AI เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนคลับ เช่น “Artist AI Avatar” ที่ช่วยให้แฟน ๆ สามารถโต้ตอบกับศิลปินในรูปแบบเสมือนจริง รวมถึง “Weverse 2.0” ที่จะเปิดให้เข้าถึงกิจกรรมแฟนมีตเสมือนจริงได้จากทุกที่ในโลก 🌐🤖

การขยายในเส้นทางนี้แสดงให้เห็นว่า HYBE ไม่ได้หวังแค่ยอดขายเพลง แต่ต้องการสร้าง “จักรวาลความบันเทิงครบวงจร” ที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิตของแฟนคลับในศตวรรษที่ 21

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025

ความคิดเห็นจากผู้บริหาร HYBE

Park Ji-won ซีอีโอของ HYBE กล่าวในงานแถลงข่าวว่า

“เราไม่ได้วัดความสำเร็จแค่ตัวเลข แต่เราดูที่ผลกระทบที่ศิลปินและคอนเทนต์ของเรามีต่อผู้คนทั่วโลก เราเชื่อในพลังของศิลปิน และเราจะยังคงสร้างพื้นที่ให้ศิลปินสามารถเติบโตไปพร้อมกับแฟน ๆ ของพวกเขาได้อย่างยั่งยืน”

ขณะที่นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวเศรษฐกิจในเกาหลีต่างชี้ว่า HYBE กำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่ของความยั่งยืน” ที่ไม่ต้องพึ่งพาวงใดวงหนึ่งเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะตอนนี้ศิลปินทุกวงในค่ายล้วนมีฐานแฟนที่แข็งแกร่งและสามารถสร้างรายได้ด้วยตนเอง

วิเคราะห์แนวโน้มอนาคตของ HYBE

เมื่อดูภาพรวมทั้งปี 2025 HYBE มีรายได้รวมแล้วกว่า 1.93 ล้านล้านวอน จาก 3 ไตรมาสแรก ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าบริษัทบันเทิงรายอื่นในเกาหลีเกือบทั้งหมด และมีแนวโน้มจะทะลุ 2.5 ล้านล้านวอนภายในสิ้นปี หากการเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ในช่วงปลายปีดำเนินไปตามแผน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ปี 2026 จะเป็น “ปีทองของ HYBE” อีกครั้ง เพราะจะเป็นช่วงที่ BTS กลับมาทำกิจกรรมเต็มวง หลังสมาชิกทุกคนปลดประจำการจากกองทัพ นอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับ “วงเกิร์ลกรุ๊ปใหม่ของ HYBE Japan” ที่กำลังจะเปิดตัวในระดับโลกอีกด้วย 💫

ทั้งหมดนี้ทำให้ HYBE ไม่เพียงเป็น “ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี” แต่กลายเป็น “บริษัทบันเทิงระดับโลก” ที่มีอิทธิพลไม่ต่างจาก Disney หรือ Universal Music Group เลยทีเดียว

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025


HYBE จากเสียงดนตรี สู่พลังเศรษฐกิจโลก

เมื่อมองย้อนกลับไปจากวันที่ HYBE เคยเป็นเพียงค่ายเล็กๆ ภายใต้ชื่อ Big Hit Entertainment สู่วันนี้ที่กลายเป็นองค์กรระดับโลกที่ขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีการบันเทิงของเกาหลีใต้ มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จของบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่คือภาพสะท้อนของการเติบโตของ “Soft Power” เกาหลีในศตวรรษนี้

HYBE แสดงให้เห็นว่าความบันเทิงสามารถเป็น “พลังทางเศรษฐกิจ” ได้จริง
จากเสียงเพลงของ BTS ที่ส่งต่อพลังบวก
จากคอนเสิร์ตของ SEVENTEEN ที่สร้างความสุขให้ผู้ชมทั่วโลก
จากการเติบโตของ Weverse ที่เชื่อมโยงศิลปินกับแฟน ๆ อย่างไร้พรมแดน

ทั้งหมดนี้รวมกันคือเรื่องราวของการสร้าง “อุตสาหกรรมที่มีหัวใจ” ❤️

HYBE ทำสถิติรายได้สูงสุดในประวัติการณ์ ไตรมาส 3 ปี 2025

ในไตรมาส 3 ปี 2025 นี้ HYBE ไม่ได้เพียงสร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และการมองการณ์ไกลในโลกที่อุตสาหกรรมบันเทิงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

บริษัทไม่ได้พึ่งเพียงชื่อเสียงของศิลปิน แต่สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ทำให้ทุกคนในวงการสามารถเติบโตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน แฟนคลับ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ

และเมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยี ความเชื่อมโยง และวัฒนธรรม HYBE ยังคงเดินหน้าเป็น “ผู้นำแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ” ที่ทำให้เสียงเพลงจากเกาหลีใต้ดังไปไกลถึงทั่วโลก 🌏🎶

ZestBuy Take

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เมื่อบริษัท HYBE Corporation (หรือที่แฟน ๆ K-Pop รู้จักกันดีในฐานะบ้านของศิลปินระดับโลกอย่าง BTS, SEVENTEEN, TXT...

, ZestBuy editorial

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!