HYBE เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2025 ด้วยตัวเลขรายได้สูงถึง 2.65 ล้านล้านวอน นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และตอกย้ำว่า HYBE ไม่ได้เป็นเพียงค่ายเพลงอีกต่อไป แต่คือหนึ่งในบริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน
ตัวเลขนี้สะท้อนความสำเร็จของการขยายธุรกิจแบบเป็นระบบ ผ่านกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ ‘Multi Home, Multi Genre’
แนวคิด ‘Multi Home, Multi Genre’ หมายถึงการสร้าง “บ้าน” หลายหลังภายใต้เครือเดียวกัน ผ่านการเปิดค่ายย่อยที่มีแนวทางและกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างที่สุด
ปัจจุบัน HYBE มีค่ายย่อยจำนวนมาก เช่น
BIGHIT Music, BELIFT LAB, ADOR, Pledis Entertainment, Source Music และ KOZ Entertainment
โครงสร้างแบบนี้ทำให้ HYBE ไม่ต้องพึ่งพาศิลปินเพียงกลุ่มเดียว แต่สามารถกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้จากศิลปินหลายแนว หลายเจเนอเรชัน พร้อมแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง
ในปี 2025 HYBE มีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 18% และมีกำไรจากการดำเนินงานราว 37.5 ล้านดอลลาร์
รายได้หลักมาจาก “ทัวร์คอนเสิร์ต” ไม่ใช่แค่ยอดสตรีม
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของ HYBE ในปีที่ผ่านมา คือธุรกิจคอนเสิร์ตและการทัวร์ทั่วโลก
ในปี 2025 HYBE จัดคอนเสิร์ตมากถึง 279 โชว์ และสร้างรายได้จากส่วนนี้กว่า 574.6 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 69% จากปีก่อนหน้า
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ HYBE ติดอันดับ Top Promoters ของ Billboard ในอันดับที่ 4 และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “Big 4” ของผู้จัดคอนเสิร์ตระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว
นี่คือสัญญาณสำคัญว่า K-Pop ในวันนี้ไม่ได้เติบโตแค่ในชาร์ตเพลง แต่เติบโตในระดับ “อุตสาหกรรมไลฟ์เอนเตอร์เทนเมนต์” อย่างเต็มรูปแบบ
รายได้พุ่ง แต่กำไรสุทธิลดลง โตเร็วก็ต้องลงทุนหนัก
แม้รายได้จะสูงเป็นประวัติการณ์ แต่กำไรสุทธิของ HYBE ในปี 2025 กลับลดลงถึง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สาเหตุหลักมาจากการลงทุนเชิงรุกเพื่อการเติบโตระยะยาว และค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างองค์กร โดยมีการใช้เงินกว่า 150.4 ล้านดอลลาร์ กับค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโดยตรง รวมถึงการปรับระบบการดำเนินงานในอเมริกาเหนือ
ในมุมธุรกิจ นี่คือภาพของบริษัทที่เลือก “ขยายเกม” มากกว่ารักษากำไรระยะสั้น เพราะกำลังวางรากฐานสำหรับการเติบโตในระดับโลกที่ใหญ่กว่าเดิม
ปี 2026 การกลับมาของ BTS อาจเป็นจุดเร่งครั้งใหม่
สิ่งที่หลายคนจับตามองคือปี 2026 ซึ่ง BTS มีกำหนดกลับมาทำงานร่วมกันแบบพร้อมหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
การกลับมาของวงที่เป็นหัวใจสำคัญของ HYBE ย่อมมีโอกาสสร้างแรงกระเพื่อมทั้งในด้านยอดขาย อัลบั้ม ทัวร์ และสินค้า รวมถึงการขยายอิทธิพลของบริษัทในตลาดโลกอีกขั้น
หากปี 2025 คือปีแห่งการทำสถิติ
ปี 2026 อาจเป็นปีแห่งการ “เร่งสปีด” อย่างแท้จริง
รายได้ 2.65 ล้านล้านวอนในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสวยหรู แต่คือหลักฐานว่า HYBE กำลังสร้างโมเดลใหม่ของวงการบันเทิงเกาหลี
มีค่ายย่อยหลากหลายแนว
รายได้หลักมาจากเวทีระดับโลก
ลงทุนหนักเพื่ออนาคต
เตรียมรับการกลับมาของ BTS
HYBE จึงไม่ใช่แค่บริษัทเพลง แต่คือ “อาณาจักร” ที่กำลังขยายไปไกลกว่าที่ K-Pop เคยไปถึง และสถิตินี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

