ปิดฉาก Stranger Things ด้วยนาฬิกาเซ็ตพิเศษจากโลก Upside Down
Casio กลับมาจับมือกับทีมผู้สร้างซีรีส์ Stranger Things จาก Netflix อีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองการปิดฉากซีรีส์ในซีซั่น 5 ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้
รอบนี้ไม่ได้มาแบบเล่น ๆ เพราะจัดเต็มด้วยนาฬิกา ลิมิเต็ด 2 รุ่นพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจตรง ๆ จากธีม “UPSIDE DOWN” ได้แก่
G-SHOCK รุ่น DW5600STT-1JR
Casio Classic รุ่น AQ800EST-1AJR
ทั้งสองรุ่นมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม และออกแบบมาเพื่อให้สายซีรีส์และสายสะสมนาฬิกาได้เก็บเป็นชิ้นประวัติศาสตร์ของ Stranger Things จริง ๆ
จากยุค 80 สู่ภาคจบ: เส้นทาง Collaboration ของ Casio x Stranger Things
ก่อนหน้านี้ Casio เคยร่วมงานกับ Stranger Things มาแล้ว โดยหยิบกลิ่นอายยุค 1980 ซึ่งเป็นยุคที่ซีรีส์อ้างอิงมาใส่ในดีไซน์ได้อย่างลงตัว
ในปี 2023 Casio เปิดตัวรุ่นพิเศษ A120WEST-1A ที่อิงดีไซน์จากซีรีส์และใช้พื้นฐานจากสาย Casio Vintage ดิจิตอล ทำให้แฟน ๆ แห่ตามล่ากันเพียบ เพราะถือเป็นนาฬิกา Casio เรือนแรกที่เชื่อมโยงกับ Stranger Things อย่างเป็นทางการ
การกลับมาครั้งล่าสุดในปีนี้ จึงเหมือนเป็นการย้ำชัดว่า Casio จริงจังกับจักรวาล Upside Down ไม่ใช่แค่ทำเล่น ๆ แล้วจบไป

คอนเซ็ปต์ “UPSIDE DOWN” สองโลกในหนึ่งเซ็ต
โปรเจ็กต์รอบนี้ Casio หยิบธีม “UPSIDE DOWN” มาเล่าใหม่ผ่านนาฬิกา 2 สไตล์ ที่สะท้อน “สองโลก” ของ Stranger Things คือด้านหน้าและด้านกลับ
ดีไซน์ใช้เถาวัลย์และบรรยากาศชวนหลอนที่สื่อถึงอิทธิพลของ Vecna
กล่องบรรจุภัณฑ์ออกแบบให้เต็มไปด้วยลายเถาวัลย์และ เดโมกอร์กอน (Demogorgon) ตัวละครอสูรที่แฟนซีรีส์จำกันได้ขึ้นใจ
นี่ไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่คือของสะสมจากโลกคู่ขนานสำหรับแฟน Stranger Things โดยเฉพาะ
สองสไตล์ คนละคาแรกเตอร์ แต่คุมธีมจักรวาลเดียวกัน
สำหรับการ Collaboration ครั้งนี้ Casio เลือกนำเสนอ 2 สายที่ต่างสไตล์แต่เสริมกันแบบลงตัว:
G-SHOCK DW5600STT-1JR – ตัวแทนความอึด ถึก ทน และเทคโนโลยีดิจิตอลเต็มระบบ
Casio Classic AQ800EST-1AJR – สายวินเทจแบบ Analog-Digital ที่ให้ฟีลยุค 80 ชัดเจน
ทั้งสองรุ่นออกแบบมาให้เล่าเรื่อง Stranger Things ผ่านดีเทลเล็ก ๆ บนตัวเรือน ตั้งแต่หน้าปัดยันฝาหลัง
G-SHOCK DW5600STT-1JR: ฝั่งเด็กกลุ่มฮอว์กินส์และพลังของ Eleven
รุ่นนี้คือสาย G-SHOCK รุ่น DW5600STT-1JR ที่อัดแน่นด้วยดีเทลสำหรับแฟนตัวจริง:
หน้าปัด
ประดับด้วยลาย เถาวัลย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Vecna ศัตรูตัวฉกาจแห่งโลก Upside Down
ลูกเล่น Back Light ที่ไม่ใช่แค่ไฟจอ
บริเวณคำว่า BACK LIGHT ที่ขอบล่างจอ มีการใส่ลูกเล่นด้วยตัวอักษร A กลับหัว
สื่อถึงโลกสองด้าน – โลกปกติและโลก Upside Down ที่ซ้อนทับกันอยู่
เมื่อเปิดไฟ Back Light จะเรืองเป็น สีแดงพื้นดำ ซึ่งมาพร้อมธีมหลักของซีรีส์
ฝาหลัง
สลักโลโก้ Stranger Things อย่างชัดเจน ให้ฟีลเป็นของสะสมทางการ
ตัวรัดสาย
พิมพ์เลข “011” ซึ่งเป็นหมายเลขของ Eleven ตัวละครเอกที่หลายคนรัก
รุ่นนี้คือการเอาบรรยากาศฝั่ง “เด็กฮอว์กินส์” และพลังของ Eleven มาขังไว้ในเรือน G-SHOCK แบบดุดัน
Casio Classic AQ800EST-1AJR: ฝั่ง Vecna และความมืดของ Upside Down
ฝั่ง Classic ได้รุ่น AQ800EST-1AJR มาเป็นตัวแทน ซึ่งพื้นฐานมาจากรุ่นยอดนิยม AQ-800 แล้วดึงธีมมืดหม่นของ Vecna เข้ามาเต็ม ๆ:
พื้นฐานตัวเรือน
ใช้โมเดลคลาสสิก AQ-800 ที่มีกลิ่นวินเทจจ๋า เหมาะกับโทนยุค 80 ที่ซีรีส์วางไว้
หน้าปัด
ประดับด้วยลาย เถาวัลย์ สัญลักษณ์ของ Vecna เช่นเดียวกับรุ่น G-SHOCK แต่ให้ฟีลนิ่งและหลอนแบบผู้ใหญ่ขึ้น
หลักชั่วโมง
ใช้ ฟอนต์ Stranger Things แบบสามมิติเมทัลลิก ทำให้แค่เหลือบมองก็รู้ทันทีว่ามาจากจักรวาลเดียวกัน
ฝาหลัง
สลักโลโก้ Stranger Things เช่นกัน เสริมความเป็นไอเท็มคอลเลกชัน
ตัวล็อกสาย
สลักสัญลักษณ์รอยสักเลข “001” ซึ่งเป็นหมายเลขของ Vecna
ดีไซน์ทั้งเรือนเหมือนเป็นฝั่งตรงข้ามกับ Eleven คืออีกขั้วของพลังในจักรวาลเดียวกัน
Upside Down ที่สวมใส่ได้: สองโลกในข้อมือเดียว
ทั้ง DW5600STT-1JR และ AQ800EST-1AJR ถูกออกแบบมาให้เล่าเรื่องโลกคู่ขนาน “UPSIDE DOWN” ผ่านดีไซน์อย่างละเอียด:
โลกของเด็ก ๆ และ Eleven ใน G-SHOCK ที่ดุดัน เต็มไปด้วยพลังและการปะทะ
โลกของ Vecna และความสยองในรุ่น Classic ที่เน้นบรรยากาศมืดและลึก
แพ็กเกจด้านนอกยังจัดเต็มด้วยลายเถาวัลย์และ เดโมกอร์กอน (Demogorgon) ทำให้เซ็ตนี้กลายเป็นของสะสมที่มีทั้งดีไซน์และเรื่องราวในตัวเดียว
ราคาและกำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่น
ใครเล็งจะตามเก็บ บอกเลยว่าต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะเป็นงาน Collaboration ที่มีทั้งเรื่องราวและดีไซน์เฉพาะตัว:
DW5600STT-1JR ราคา 19,800 เยน
AQ800EST-1AJR ราคา 17,600 เยน
ทั้งสองรุ่นจะเปิดให้จองผ่าน Online Store ในญี่ปุ่นวันที่ 1 ธันวาคม และเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม เป็นต้นไป
สำหรับแฟน Stranger Things และสายหนังไซไฟ นี่คือจังหวะทองที่จะได้หยิบ “ชิ้นส่วนของ Upside Down” มาสวมไว้บนข้อมือตัวเองแบบจริงจัง

