Azelaic Acid คือใคร ทำไมสายสิวต้องรู้จัก?
ถ้าพูดถึงตัวยารักษาสิวที่คุ้นหู หลายคนจะนึกถึง Benzoyl Peroxide, Salicylic Acid หรือ Clindamycin เป็นตัวท็อป ๆ
แต่ตอนนี้มีอีกหนึ่งส่วนผสมที่กำลังมาแรงในสายสกินแคร์รักษาสิว นั่นคือ Azelaic Acid (อะเซลาอิก แอซิด) ที่ไม่ได้ดังแค่ในหมอผิวหนัง แต่คนเป็นสิว ผิวแพ้ง่ายก็เริ่มหันมาจับตามองกันมากขึ้น
เพราะจุดเด่นของ Azelaic Acid คือ จัดการหลายปัญหาสิวในตัวเดียว ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ ไปจนถึงรอยดำรอยแดง แต่ยังคงความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้เกราะผิวพังเหมือนยาบางกลุ่ม
เลิกเข้าใจผิด: สิวไม่ใช่แค่เรื่องการอักเสบ
หลายคนยังติดภาพว่า สิว = การอักเสบ เลยโฟกัสแต่การใช้ยาที่ฆ่าเชื้อสิวหรือกดการอักเสบเป็นหลัก
แต่ความจริงแล้ว วงจรสิวเริ่มจากจุดเล็ก ๆ อย่าง
การสะสมตัวของเคราติน (Keratin) ในรูขุมขน
เกิดการอุดตัน กลายเป็นสิวหัวปิด
สุดท้ายลุกลามเป็นสิวอักเสบ
เมื่อมองสิวแค่ด้านการอักเสบ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ
สิวหายช้า เป็น ๆ หาย ๆ ไม่จบสักที
ใช้ยาฆ่าเชื้อนาน ๆ เสี่ยงผิวแห้ง ลอก แดง ระคายเคือง
การรักษาสิวที่ดีจึงต้อง จัดการทั้งเรื่องการอุดตัน + การอักเสบ + แบคทีเรียสิว ไปพร้อมกัน เพื่อเคลียร์ปัญหาที่ต้นตอจริง ๆ
Azelaic Acid คืออะไร ทำงานยังไงบนผิวเรา?
Azelaic Acid เป็นกรดในกลุ่ม Dicarboxylic Acid ที่จริง ๆ แล้วร่างกายเรารู้จักอยู่แล้ว เพราะเป็นสารที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของยีสต์ชื่อ Malassezia furfur ที่อาศัยอยู่บนผิวตามธรรมชาติ
เมื่อยีสต์ตัวนี้ย่อยไขมันบนผิว ก็จะปล่อย Azelaic Acid ออกมาในปริมาณเล็กน้อย
สิ่งที่ทำให้ Azelaic Acid น่าสนใจคือ มันถูกมองว่าเป็นส่วนผสมแบบ Smart & Gentle ในเวลาเดียวกัน
Smart (ฉลาด): ทำงานแบบครอบคลุม ตั้งแต่ช่วยเคลียร์การอุดตัน ลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียสิว ลดการอักเสบ ไปจนถึงช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงในระยะยาว
Gentle (อ่อนโยน): มีโอกาสทำให้ระคายเคืองต่ำกว่า ยาบางกลุ่มที่แรงกับผิว เหมาะมากสำหรับคนผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย ที่กลัวใช้ยารักษาสิวแล้วหน้าเละ
3 พลังหลักของ Azelaic Acid ที่คนเป็นสิวต้องรู้
Azelaic Acid ไม่ได้จัดการแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เข้าไปช่วยในหลายขั้นตอนของการเกิดสิวในคราวเดียว
สลายการอุดตัน
ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวที่ผิดปกติ (Keratinocytes) ลดการอุดตันในรูขุมขน ทำให้สิวอุดตันหรือสิวหัวปิดค่อย ๆ ลดลงลดการอักเสบ
ช่วยลดการอักเสบของผิวที่มีสิวอักเสบอยู่แล้ว พร้อมช่วยให้รอยแดงหลังสิวอักเสบค่อย ๆ ดูจางลงต้านเชื้อแบคทีเรียสิว
ออกฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเชื้อ Cutibacterium acnes (C. acnes) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิวอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบ
นอกจากจะตัดวงจรสิวตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางแล้ว ยังมีข้อมูลวิจัยรองรับว่า Azelaic Acid ช่วยให้รอยสิวลดลงได้ประมาณ 50 - 100% ภายใน 3 เดือน ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสี (Melanin)
แปลว่าใช้แล้วได้ทั้ง
ยุบสิว
ลดโอกาสเกิดสิวใหม่
รอยดำรอยแดงจางลงไปพร้อมกัน
จบครบทั้งสิวและรอยสิวในสเต็ปเดียว
เลือกยาแต้มสิวยังไงให้ฉลาด ไม่เสี่ยงผิวพัง
เวลาเลือกยาแต้มสิว ไม่ใช่แค่ดูว่า “อะไรแรงสุด สิวยุบเร็วสุด” แต่ต้องดูให้ลึกถึง
กลไกการออกฤทธิ์ของตัวยา
ผลข้างเคียงที่อาจตามมา
เหมาะกับสภาพผิวตัวเองแค่ไหน
เพราะสารออกฤทธิ์แต่ละตัว แตกต่างกันทั้ง
ความสามารถในการลดอุดตัน
การจัดการการอักเสบ
ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิว
ความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการดื้อยา
Azelaic Acid จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยาก รักษาสิวอย่างมีชั้นเชิง แต่ไม่อยากแลกมาด้วยหน้าแห้งลอกยับ
Azelaic Acid เหมาะกับสิวแบบไหน และใครควรลอง?
Azelaic Acid ถือว่าเป็นส่วนผสมที่ยืดหยุ่น ใช้ได้กับสิวหลายประเภท เหมาะกับกลุ่มเหล่านี้เป็นพิเศษ
คนที่มีทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน
เพราะช่วยสลายการอุดตัน + ลดอักเสบ + ต้านเชื้อแบคทีเรียสิวได้พร้อมกัน เหมาะกับคนที่หน้าเป็นสิววนซ้ำ ไม่รู้ต้นเหตุชัดเจนคนผิวแพ้ง่าย ใช้ยาแรงแล้วหน้าพัง
ถ้าเคยใช้ยารักษาสิวบางชนิดแล้วหน้าแสบ แดง ลอกง่าย Azelaic Acid เป็นตัวเลือกที่น่าลอง เพราะขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยนและไม่ทำให้เกราะผิวพังง่ายคนที่กลัวรอยสิวมากกว่าสิว
ด้วยฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ช่วยลดโอกาสเกิดเม็ดสีส่วนเกิน จึงช่วยให้ รอยดำรอยแดงจางเร็วขึ้น และลดโอกาสที่รอยใหม่จะเข้มกว่าเดิมคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
Azelaic Acid อยู่ในกลุ่ม Pregnancy Category B ซึ่งถือว่าระดับความปลอดภัยค่อนข้างดีสำหรับการใช้ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
แต่ก่อนเริ่มใช้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อให้เหมาะกับเคสของแต่ละคนคนที่อยากได้ “หนึ่งหลอดเอาอยู่” ทั้งสิวและรอยสิว
เหมาะกับคนที่ไม่อยากใช้สกินแคร์เยอะขั้นตอน แต่ต้องการให้ยารักษาสิวช่วยดูแลเรื่องรอยไปด้วยในตัวเดียวคนที่อยากได้ยาที่ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น
Azelaic Acid ไม่ได้ทำให้ผิวไวต่อแสงมากเท่ากลุ่ม Retinoids จึงสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
แต่อย่าลืมว่า ครีมกันแดดตอนกลางวันยังสำคัญที่สุดเสมอ ทั้งเพื่อกันสิวแย่ลง และกันรอยดำเข้มขึ้น
วิธีใช้ Azelaic Acid ให้เวิร์กสุด และระคายเคืองน้อยสุด
หนึ่งในวิธีลงสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวรับสารออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น แต่ลดโอกาสระคายเคืองคือ “Sandwich Method” หรือการทายาแบบประกบกลางด้วยมอยส์เจอไรเซอร์
วิธีลงสกินแคร์แบบ Sandwich สำหรับ Azelaic Acid
ชั้นล่าง: เตรียมผิวด้วยน้ำตบ
ลงน้ำตบที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นบนผิวที่สะอาด เพื่อช่วยปรับสมดุลผิวและลดโอกาสแสบยิบ ๆ เวลาลงตัวยาชั้นกลาง: ทา Azelaic Acid บาง ๆ
เน้นเฉพาะบริเวณที่ต้องการ เช่น จุดที่เป็นสิวหรือรอยดำ ไม่จำเป็นต้องโบกทั่วหน้าในช่วงเริ่มต้นชั้นบนสุด: ปิดด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อชุ่ม ๆ
เลือกสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นดี และสามารถทาให้หนาได้เล็กน้อย เพื่อช่วย “คลุม” ผิว ลดการระเหยของน้ำ และเสริมเกราะป้องกันผิว
เทคนิคนี้ช่วยลด
ความรู้สึกแสบยิบ ๆ
โอกาสผิวลอก แห้ง ตึง
เมื่อผิวเริ่มปรับตัวได้แล้ว สามารถ ตัดน้ำตบชั้นแรกออก เพื่อให้ตัวยาซึมได้เต็มที่มากขึ้น แต่ยังควรทามอยส์เจอไรเซอร์เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเคลือบผิวและล็อกตัวยาไว้บนผิวให้ทำงานได้ยาวขึ้น
ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง ไม่ทะเลาะกันบนหน้า?
จุดเด่นอีกอย่างของ Azelaic Acid คือ เข้ากับเพื่อนง่าย ผสมลงรูทีนได้ไม่ยาก
ใช้ร่วมกับยาแต้มสิวตัวอื่นได้
แพทย์ผิวหนังบางท่านแนะนำให้ใช้คู่กับ Benzoyl Peroxide (BPO), Clindamycin หรือ Retinoids เพื่อเสริมฤทธิ์กัน ทำให้การรักษาสิวมีประสิทธิภาพมากขึ้นผิวไม่ไวแสงเพิ่มแบบรุนแรง
ถึงจะเป็นสารออกฤทธิ์ แต่ไม่ได้ทำให้ผิวไวต่อแดดหนักแบบกลุ่ม Retinoids จึงใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น
อย่างไรก็ตาม กันแดดตอนกลางวันคือไอเท็มที่ห้ามขาด เพราะแดดมีส่วนกระตุ้นการอักเสบของสิว และทำให้รอยดำเข้มขึ้นเสมอทาก่อนแต่งหน้าได้ ไม่ทำให้เมคอัพพัง
Azelaic Acid มักถูกทำมาในรูปแบบเนื้อครีมที่ซึมง่าย ไม่มัน ไม่เหนอะ ไม่เป็นคราบ จึงสามารถใช้ในรูทีนประจำวัน แล้วตามด้วยเมคอัพได้สบาย ๆ
สรุป: Azelaic Acid คือยารักษาสิว หรือสกินแคร์ครอบจักรวาล?
Azelaic Acid ไม่ได้เป็นแค่ “ยาแต้มสิว” ที่ทำให้สิวยุบเฉย ๆ แต่คือส่วนผสมระดับ ตัวตัดวงจรสิวแบบครบระบบ
เพราะมันช่วยทั้ง
ลดการอุดตันในรูขุมขน
ต้านเชื้อแบคทีเรียสิว
ลดการอักเสบ
ช่วยให้รอยดำรอยแดงจางลง
ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับจุดเด่นสำคัญคือ อ่อนโยนต่อผิวมากกว่ายาบางกลุ่ม ทำให้เข้ากับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือคนที่เคยใช้ยารักษาสิวแล้วผิวพังมาแล้วได้ดี
ผลิตภัณฑ์ที่มี Azelaic Acid สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ก่อนเริ่มใช้ โดยเฉพาะถ้า
เป็นสิวหนัก
มีโรคผิวหนังอื่นร่วมด้วย
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
ควร ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อปรับวิธีใช้และความถี่ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน
สำหรับสายสกินแคร์ผิวมัน–ผิวเป็นสิวง่าย Azelaic Acid น่าจะเป็นอีกหนึ่งชิ้นในรูทีนที่ “คุ้มค่ากับการให้โอกาส” มาก ๆ

