เตรียมกระเป๋าให้เป๊ะก่อนขึ้นชินคันเซ็น
ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยชินคันเซ็น (Shinkansen) เรื่องกระเป๋าเดินทางคือสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าขนาดเกินกฎ หรือเผลอลืมจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ อาจต้องเสียค่าปรับแบบงงๆ ได้เลย
บทความนี้รวบทุกกฎและทริกสำคัญเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางบนชินคันเซ็น ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่พกขึ้นได้ฟรี วิธีจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ กฎความปลอดภัย ไปจนถึงวิธีจัดกระเป๋าให้ใช้งานง่ายและไม่เกินข้อกำหนด เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นปี 2569 ลื่นไหลแบบไม่ต้องลุ้นหน้าชานชาลา
ขนาดกระเป๋าที่ขึ้นชินคันเซ็นได้ฟรี
กฎกระเป๋าของชินคันเซ็นแต่ละสาย แม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันเล็กน้อย แต่หลักๆ คล้ายกันทั้ง Tokaido, Sanyo, Tohoku, Hokuriku และ Kyushu โดยสิ่งที่ต้องเช็กมี 3 จุดหลัก ดังนี้
1. น้ำหนักต้องไม่เกิน 30 กก. ต่อใบ
น้ำหนักของกระเป๋าแต่ละใบ (ไม่ว่าจะเป็นแบบโหลดหรือหิ้วขึ้นรถ) ต้องไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อชิ้น
ถ้ากระเป๋าหนักเกิน 30 กก. ให้แบ่งของออกเป็น 2 ใบแทน
หรือเลือกใช้บริการ/ที่นั่งสำหรับกระเป๋าใบใหญ่โดยเฉพาะ
2. ขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม.
วิธีคิดคือ กว้าง + ยาว + สูง รวมกันต้องไม่เกิน 250 เซนติเมตร
ตัวอย่าง: กระเป๋าเดินทาง 29 นิ้วที่นิยมใช้กันทั่วไป มักมีขนาดรวมประมาณ 158 ซม. ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์สบายๆ
ถ้าเริ่มใช้ไซซ์ใหญ่กว่านี้ แนะนำให้หยิบสายวัดเช็กก่อนเสมอ
3. จำกัดไม่เกิน 2 ใบต่อคน
ต่อ 1 คน สามารถพกกระเป๋าได้สูงสุด 2 ใบ ภายใต้เงื่อนไขนี้
ชั้นวางของเหนือศีรษะ + ตาข่ายหลังเบาะ ใช้วางได้รวมกัน 1 ใบ
ใบที่สองควรอยู่ใต้เก้าอี้ หรือบริเวณเท้า
ถ้ากระเป๋าใบใหญ่จนวางลำบาก ควรจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้าจะสบายใจกว่า
กฎเหล่านี้ใช้กับทั้งที่นั่งจองล่วงหน้าและที่นั่งไม่ระบุที่นั่ง ดังนั้น ควรวัดขนาดและชั่งน้ำหนักกระเป๋าตั้งแต่ที่บ้าน จะได้ไม่ต้องมายืนเครียดที่สถานีภายหลัง
ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่ต้องทำยังไง?
กรณีที่กระเป๋ามีขนาดรวม 3 ด้าน (กว้าง + ยาว + สูง) อยู่ระหว่าง 160–250 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. แต่ไม่สามารถวางได้สะดวกในตู้โดยสารปกติ ต้องใช้บริการ พื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ (Oversized Baggage Area) โดยมีเงื่อนไขหลักๆ ดังนี้
ค่าบริการพื้นฐาน:
การจองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้าเป็นบริการ ฟรี
แต่ถ้านำกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถโดย ไม่ได้จองล่วงหน้า จะมีค่าปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น
วิธีจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่
จองออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์ของ JR แต่ละภูมิภาค หรือระบบจองตั๋วรถไฟของผู้ให้บริการท่องเที่ยว
จองที่สถานี: ซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วหรือที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ตั้งแต่วันก่อนหน้าไปจนถึงวันเดินทาง (ถ้ายังไม่เต็ม)
ตำแหน่งวางกระเป๋า:
พื้นที่สำหรับกระเป๋าใบใหญ่จะอยู่ที่ด้านท้ายของแต่ละตู้โดยสาร
รองรับได้ประมาณ 2 ใบต่อหนึ่งตำแหน่ง เท่านั้น จึงควรรีบจองก่อนเต็ม
ควรจองล่วงหน้าเมื่อไหร่?
แนะนำให้จองอย่างน้อย 1 วันก่อนเดินทาง
โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น ซากุระ โกลเด้นวีค หรือปีใหม่ โอกาสเต็มสูงมาก
เคสพิเศษที่ควรระวัง
กระเป๋า 29 นิ้ว + รถเข็นเด็ก
ถ้ารวมขนาดแล้วเกิน 160 ซม. มีโอกาสต้องใช้พื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่
บางกรณีอาจถูกคิดเป็น 2 ชิ้น แยกตามขนาดจริง
กล่องใส่เครื่องดนตรี
เช่น ไวโอลิน เชลโล ให้วัดขนาดหลังจากแพ็กจริงเรียบร้อย
ถ้าด้านใดด้านหนึ่งกว้างหรือสูงเกิน 90 ซม. ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า
ผู้ใช้ JR PASS
ผู้ถือ JR PASS สามารถจองที่นั่งแบบมีพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ได้ฟรีที่เคาน์เตอร์ JR หรือที่ตู้จำหน่ายตั๋ว
บางช่องทางออนไลน์อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการเล็กน้อย ขึ้นกับระบบที่ใช้จอง
ขั้นตอนจองที่วางกระเป๋าบนชินคันเซ็น (ออนไลน์)
อยากให้ทุกอย่างจบได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ลองทำตามขั้นตอนการจองแบบออนไลน์ต่อไปนี้
1. เข้าสู่ระบบจอง
เข้าเว็บไซต์ของ JR ที่ให้บริการชินคันเซ็นเส้นทางที่ต้องการ หรือหน้าเว็บจองตั๋วรถไฟของผู้ให้บริการท่องเที่ยวที่ใช้ประจำ
2. เช็กตารางรถไฟ
ใส่ข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบถ้วน
สถานีต้นทาง
สถานีปลายทาง
วันที่เดินทาง
เวลาที่ต้องการโดยประมาณ
3. เลือกตัวเลือกที่วางกระเป๋าใบใหญ่
กรอกขนาดกระเป๋า: กว้าง + ยาว + สูง
ระบุน้ำหนักโดยประมาณ
ระบบจะช่วยตรวจสอบให้ว่าเข้าเกณฑ์กระเป๋าใบใหญ่ และมีที่ว่างหรือไม่
4. ชำระเงิน
ชำระผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ที่ระบบรองรับให้เรียบร้อย จากนั้นตรวจสอบอีเมลหรือหน้าประวัติการจอง
5. รับ E-ticket / E-voucher
หลังจองเสร็จจะได้รับโค้ดหรือ E-voucher สำหรับทั้งตั๋วรถไฟและการจองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่
6. ไปรับตั๋วจริงที่สถานี
ในวันเดินทางหรือก่อนหน้า
นำ E-voucher ไปสแกนที่ตู้ หรือแสดงให้เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ JR
รับตั๋วจริง แล้วเดินไปที่ตู้โดยสารตามหมายเลขที่ระบุ จากนั้นนำกระเป๋าไปวางในพื้นที่ที่กำหนด
เคล็ดลับเล็กๆ:
แนะนำให้ แคปหน้าจอตั๋วและ QR Code เก็บไว้ในมือถือ เผื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร จะได้เปิดให้เจ้าหน้าที่สแกนได้ทันที
กฎความปลอดภัยที่ห้ามมองข้าม
แม้ชินคันเซ็นจะไม่ได้เข้มงวดเท่าเครื่องบิน แต่เรื่องความปลอดภัยก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ ใครจะเดินทางควรรู้กฎเหล่านี้ไว้ก่อน
ของต้องห้ามบนชินคันเซ็น
ห้ามนำสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นรถไฟ
ของเหลวไวไฟ เช่น สเปรย์บางชนิด แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
ก๊าซอัด เช่น ถังออกซิเจนส่วนตัวบางประเภท แก๊สกระป๋องแบบทำอาหาร
วัตถุระเบิดหรือสารพิษทุกชนิด
การสุ่มตรวจ
สถานีอาจมีการสุ่มตรวจกระเป๋าผู้โดยสาร
ถ้าเจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีของต้องห้าม สามารถขอให้เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบได้
ของพิเศษที่ต้องแจ้งล่วงหน้า
หากต้องพกอุปกรณ์เฉพาะทางบางชนิด ควรแจ้งก่อนขึ้นรถทุกครั้ง เช่น
ถังออกซิเจนทางการแพทย์
แบตเตอรี่สำหรับรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมบางประเภท
แจ้งตั้งแต่ขั้นตอนซื้อตั๋วจะช่วยลดความยุ่งยากในวันเดินทางได้มาก
ยึดกระเป๋าให้แน่น
เพื่อความปลอดภัยระหว่างรถวิ่งด้วยความเร็วสูง
ใช้สายรัดหรือสายคล้องกระเป๋าเพื่อยึดกับชั้นวาง
ใช้ตาข่ายหรือสายรัดช่วยกันกระเป๋าเลื่อนไปมา
ข้อควรรู้:
หากมีการตรวจเพิ่มเติมแบบกะทันหัน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
เผื่อเวลาไปถึงสถานีอย่างน้อย 10–15 นาที จะได้มีเวลาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
เคล็ดลับจัดกระเป๋าให้เป๊ะ ใช้งานง่าย ไม่เกินกฎ
อยากให้การเดินทางสบายตั้งแต่ลากกระเป๋าออกจากบ้าน ลองปรับวิธีแพ็กให้เป็นระบบมากขึ้น
แยกของเป็นหมวดหมู่
ใช้กระเป๋าจัดระเบียบสำหรับเสื้อผ้า เครื่องใช้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
แยกของเป็นเซ็ต เช่น ชุดนอน ชุดเที่ยว ชุดสำรอง ทำให้หาของง่ายขึ้นมาก
ป้องกันของแตกเสียหาย
ใช้พลาสติกกันกระแทกหรือโฟม ห่อเลนส์กล้อง ของเซรามิก หรือของที่แตกง่าย
วางของเปราะบางไว้กลางกระเป๋า ล้อมด้วยเสื้อผ้าเพื่อลดแรงกระแทก
พกกระเป๋าใบเล็กติดตัว
ใส่พาสปอร์ต มือถือ กระเป๋าสตางค์ บัตรสำคัญ และยาประจำตัว
วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องคอยเปิดกระเป๋าใบใหญ่บ่อยๆ เวลาอยู่บนรถไฟ
ติดป้ายชื่อที่กระเป๋า
เขียนชื่อ เบอร์ติดต่อ และอีเมลที่ใช้งานจริง
ถ้ากระเป๋าหายหรือหยิบสลับกัน จะตามคืนได้ง่ายขึ้นมาก
ใช้กุญแจ TSA
เลือกใช้กุญแจมาตรฐาน TSA เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถเปิดตรวจได้โดยไม่ต้องทำลายกุญแจ
เหมาะกับการเดินทางต่างประเทศที่มีการสุ่มตรวจสัมภาระบ่อย
คำถามยอดฮิตเรื่องกระเป๋าบนชินคันเซ็น
กระเป๋าหนัก 35 กก. แบ่งเป็น 2 ใบ ใบละ 17.5 กก. ได้ไหม?
ได้ ไม่มีปัญหา
แบ่งเป็น 2 ใบได้ แต่ต้อง ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดแต่ละใบแยกกัน
แต่ละใบต้องไม่เกิน 30 กก. และขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม.
ถ้าเข้าเกณฑ์ก็ถือขึ้นรถได้ฟรีทั้งสองใบ
ถือตั๋ว JR PASS มีส่วนลดเรื่องกระเป๋าไหม?
ถ้าจองที่นั่งแบบ Seat with Oversized Baggage Area ล่วงหน้า จะไม่เสียค่าบริการเพิ่ม
แต่ถ้าไม่จอง แล้วลากกระเป๋าขนาดเกิน 160 ซม. ขึ้นรถโดยตรง จะถูกปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น
ถ้านำรถเข็นเด็กไปด้วยต้องทำอะไรบ้าง?
ถ้าพับแล้วขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. สามารถนำขึ้นได้ฟรีเหมือนกระเป๋าทั่วไป
แต่ถ้ามีขนาดใหญ่กว่านั้น แนะนำให้จองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้า
กล่องใส่จักรยาน 190 × 70 × 70 ซม. หนัก 25 กก. คิดยังไง?
เมื่อนำมาบวกกัน ขนาดรวม 3 ด้าน = 330 ซม. ซึ่ง เกินเพดาน 250 ซม. ที่อนุญาต
กรณีนี้ไม่สามารถนำขึ้นชินคันเซ็นในฐานะกระเป๋าเดินทางทั่วไปได้
ทางออกที่เหมาะสมคือใช้บริการส่งพัสดุถึงบ้าน หรือบริการส่งกระเป๋าที่มีในสถานี
วันเดินทางจริงลืมจอง แล้วแบกกระเป๋าใบใหญ่มาแล้ว ทำยังไงดี?
อย่างแรก ให้รีบไปที่เคาน์เตอร์หรือเครื่องจองตั๋ว เพื่อจองที่นั่งแบบ Oversized Baggage ถ้ายังมีที่เหลือ
ถ้ารอบที่ต้องการเต็ม อาจต้องเลื่อนเป็นขบวนถัดไป
แต่หากขึ้นรถไปแล้วเรียบร้อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บนขบวน จากนั้นเตรียมชำระค่าปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น
การเตรียมกระเป๋าให้ตรงกฎไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ขอแค่ วัดขนาด ชั่งน้ำหนัก และจองล่วงหน้า เท่านี้ก็พร้อมขึ้นชินคันเซ็นแบบสบายใจ ไม่ต้องมาคอยลุ้นว่าจะโดนปรับกลางทริป แถมช่วยให้เดินทางได้อย่างเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสนุกขึ้นอีกหลายเท่า

