รับแอปรับแอป

ขึ้นชินคันเซ็นปี 2569 ไม่พลาดค่าปรับ: คู่มือกระเป๋าเดินทางที่ต้องอ่านก่อนแพ็ก!

ธันวา รุ่งเรือง01-31

เตรียมกระเป๋าให้เป๊ะก่อนขึ้นชินคันเซ็น

ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยชินคันเซ็น (Shinkansen) เรื่องกระเป๋าเดินทางคือสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าขนาดเกินกฎ หรือเผลอลืมจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ อาจต้องเสียค่าปรับแบบงงๆ ได้เลย

บทความนี้รวบทุกกฎและทริกสำคัญเกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางบนชินคันเซ็น ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่พกขึ้นได้ฟรี วิธีจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ กฎความปลอดภัย ไปจนถึงวิธีจัดกระเป๋าให้ใช้งานง่ายและไม่เกินข้อกำหนด เพื่อให้ทริปญี่ปุ่นปี 2569 ลื่นไหลแบบไม่ต้องลุ้นหน้าชานชาลา

ขนาดกระเป๋าที่ขึ้นชินคันเซ็นได้ฟรี

กฎกระเป๋าของชินคันเซ็นแต่ละสาย แม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันเล็กน้อย แต่หลักๆ คล้ายกันทั้ง Tokaido, Sanyo, Tohoku, Hokuriku และ Kyushu โดยสิ่งที่ต้องเช็กมี 3 จุดหลัก ดังนี้

1. น้ำหนักต้องไม่เกิน 30 กก. ต่อใบ

น้ำหนักของกระเป๋าแต่ละใบ (ไม่ว่าจะเป็นแบบโหลดหรือหิ้วขึ้นรถ) ต้องไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อชิ้น

  • ถ้ากระเป๋าหนักเกิน 30 กก. ให้แบ่งของออกเป็น 2 ใบแทน

  • หรือเลือกใช้บริการ/ที่นั่งสำหรับกระเป๋าใบใหญ่โดยเฉพาะ

2. ขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม.

วิธีคิดคือ กว้าง + ยาว + สูง รวมกันต้องไม่เกิน 250 เซนติเมตร

  • ตัวอย่าง: กระเป๋าเดินทาง 29 นิ้วที่นิยมใช้กันทั่วไป มักมีขนาดรวมประมาณ 158 ซม. ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์สบายๆ

  • ถ้าเริ่มใช้ไซซ์ใหญ่กว่านี้ แนะนำให้หยิบสายวัดเช็กก่อนเสมอ

3. จำกัดไม่เกิน 2 ใบต่อคน

ต่อ 1 คน สามารถพกกระเป๋าได้สูงสุด 2 ใบ ภายใต้เงื่อนไขนี้

  • ชั้นวางของเหนือศีรษะ + ตาข่ายหลังเบาะ ใช้วางได้รวมกัน 1 ใบ

  • ใบที่สองควรอยู่ใต้เก้าอี้ หรือบริเวณเท้า

  • ถ้ากระเป๋าใบใหญ่จนวางลำบาก ควรจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้าจะสบายใจกว่า

กฎเหล่านี้ใช้กับทั้งที่นั่งจองล่วงหน้าและที่นั่งไม่ระบุที่นั่ง ดังนั้น ควรวัดขนาดและชั่งน้ำหนักกระเป๋าตั้งแต่ที่บ้าน จะได้ไม่ต้องมายืนเครียดที่สถานีภายหลัง

ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่ต้องทำยังไง?

กรณีที่กระเป๋ามีขนาดรวม 3 ด้าน (กว้าง + ยาว + สูง) อยู่ระหว่าง 160–250 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. แต่ไม่สามารถวางได้สะดวกในตู้โดยสารปกติ ต้องใช้บริการ พื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ (Oversized Baggage Area) โดยมีเงื่อนไขหลักๆ ดังนี้

  • ค่าบริการพื้นฐาน:

    • การจองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้าเป็นบริการ ฟรี

    • แต่ถ้านำกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นรถโดย ไม่ได้จองล่วงหน้า จะมีค่าปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น

  • วิธีจองที่วางกระเป๋าใบใหญ่

    • จองออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์ของ JR แต่ละภูมิภาค หรือระบบจองตั๋วรถไฟของผู้ให้บริการท่องเที่ยว

    • จองที่สถานี: ซื้อที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วหรือที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ตั้งแต่วันก่อนหน้าไปจนถึงวันเดินทาง (ถ้ายังไม่เต็ม)

  • ตำแหน่งวางกระเป๋า:

    • พื้นที่สำหรับกระเป๋าใบใหญ่จะอยู่ที่ด้านท้ายของแต่ละตู้โดยสาร

    • รองรับได้ประมาณ 2 ใบต่อหนึ่งตำแหน่ง เท่านั้น จึงควรรีบจองก่อนเต็ม

  • ควรจองล่วงหน้าเมื่อไหร่?

    • แนะนำให้จองอย่างน้อย 1 วันก่อนเดินทาง

    • โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เช่น ซากุระ โกลเด้นวีค หรือปีใหม่ โอกาสเต็มสูงมาก

เคสพิเศษที่ควรระวัง

  • กระเป๋า 29 นิ้ว + รถเข็นเด็ก

    • ถ้ารวมขนาดแล้วเกิน 160 ซม. มีโอกาสต้องใช้พื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่

    • บางกรณีอาจถูกคิดเป็น 2 ชิ้น แยกตามขนาดจริง

  • กล่องใส่เครื่องดนตรี

    • เช่น ไวโอลิน เชลโล ให้วัดขนาดหลังจากแพ็กจริงเรียบร้อย

    • ถ้าด้านใดด้านหนึ่งกว้างหรือสูงเกิน 90 ซม. ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

  • ผู้ใช้ JR PASS

    • ผู้ถือ JR PASS สามารถจองที่นั่งแบบมีพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ได้ฟรีที่เคาน์เตอร์ JR หรือที่ตู้จำหน่ายตั๋ว

    • บางช่องทางออนไลน์อาจมีค่าธรรมเนียมการจัดการเล็กน้อย ขึ้นกับระบบที่ใช้จอง

ขั้นตอนจองที่วางกระเป๋าบนชินคันเซ็น (ออนไลน์)

อยากให้ทุกอย่างจบได้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ลองทำตามขั้นตอนการจองแบบออนไลน์ต่อไปนี้

1. เข้าสู่ระบบจอง

เข้าเว็บไซต์ของ JR ที่ให้บริการชินคันเซ็นเส้นทางที่ต้องการ หรือหน้าเว็บจองตั๋วรถไฟของผู้ให้บริการท่องเที่ยวที่ใช้ประจำ

2. เช็กตารางรถไฟ

ใส่ข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

  • สถานีต้นทาง

  • สถานีปลายทาง

  • วันที่เดินทาง

  • เวลาที่ต้องการโดยประมาณ

3. เลือกตัวเลือกที่วางกระเป๋าใบใหญ่

  • กรอกขนาดกระเป๋า: กว้าง + ยาว + สูง

  • ระบุน้ำหนักโดยประมาณ

  • ระบบจะช่วยตรวจสอบให้ว่าเข้าเกณฑ์กระเป๋าใบใหญ่ และมีที่ว่างหรือไม่

4. ชำระเงิน

ชำระผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ที่ระบบรองรับให้เรียบร้อย จากนั้นตรวจสอบอีเมลหรือหน้าประวัติการจอง

5. รับ E-ticket / E-voucher

หลังจองเสร็จจะได้รับโค้ดหรือ E-voucher สำหรับทั้งตั๋วรถไฟและการจองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่

6. ไปรับตั๋วจริงที่สถานี

ในวันเดินทางหรือก่อนหน้า

  • นำ E-voucher ไปสแกนที่ตู้ หรือแสดงให้เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ JR

  • รับตั๋วจริง แล้วเดินไปที่ตู้โดยสารตามหมายเลขที่ระบุ จากนั้นนำกระเป๋าไปวางในพื้นที่ที่กำหนด

เคล็ดลับเล็กๆ:

  • แนะนำให้ แคปหน้าจอตั๋วและ QR Code เก็บไว้ในมือถือ เผื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร จะได้เปิดให้เจ้าหน้าที่สแกนได้ทันที

กฎความปลอดภัยที่ห้ามมองข้าม

แม้ชินคันเซ็นจะไม่ได้เข้มงวดเท่าเครื่องบิน แต่เรื่องความปลอดภัยก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ ใครจะเดินทางควรรู้กฎเหล่านี้ไว้ก่อน

ของต้องห้ามบนชินคันเซ็น

ห้ามนำสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นรถไฟ

  • ของเหลวไวไฟ เช่น สเปรย์บางชนิด แอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

  • ก๊าซอัด เช่น ถังออกซิเจนส่วนตัวบางประเภท แก๊สกระป๋องแบบทำอาหาร

  • วัตถุระเบิดหรือสารพิษทุกชนิด

การสุ่มตรวจ

  • สถานีอาจมีการสุ่มตรวจกระเป๋าผู้โดยสาร

  • ถ้าเจ้าหน้าที่สงสัยว่ามีของต้องห้าม สามารถขอให้เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบได้

ของพิเศษที่ต้องแจ้งล่วงหน้า

หากต้องพกอุปกรณ์เฉพาะทางบางชนิด ควรแจ้งก่อนขึ้นรถทุกครั้ง เช่น

  • ถังออกซิเจนทางการแพทย์

  • แบตเตอรี่สำหรับรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียมบางประเภท

แจ้งตั้งแต่ขั้นตอนซื้อตั๋วจะช่วยลดความยุ่งยากในวันเดินทางได้มาก

ยึดกระเป๋าให้แน่น

เพื่อความปลอดภัยระหว่างรถวิ่งด้วยความเร็วสูง

  • ใช้สายรัดหรือสายคล้องกระเป๋าเพื่อยึดกับชั้นวาง

  • ใช้ตาข่ายหรือสายรัดช่วยกันกระเป๋าเลื่อนไปมา

ข้อควรรู้:

  • หากมีการตรวจเพิ่มเติมแบบกะทันหัน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

  • เผื่อเวลาไปถึงสถานีอย่างน้อย 10–15 นาที จะได้มีเวลาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

เคล็ดลับจัดกระเป๋าให้เป๊ะ ใช้งานง่าย ไม่เกินกฎ

อยากให้การเดินทางสบายตั้งแต่ลากกระเป๋าออกจากบ้าน ลองปรับวิธีแพ็กให้เป็นระบบมากขึ้น

แยกของเป็นหมวดหมู่

  • ใช้กระเป๋าจัดระเบียบสำหรับเสื้อผ้า เครื่องใช้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

  • แยกของเป็นเซ็ต เช่น ชุดนอน ชุดเที่ยว ชุดสำรอง ทำให้หาของง่ายขึ้นมาก

ป้องกันของแตกเสียหาย

  • ใช้พลาสติกกันกระแทกหรือโฟม ห่อเลนส์กล้อง ของเซรามิก หรือของที่แตกง่าย

  • วางของเปราะบางไว้กลางกระเป๋า ล้อมด้วยเสื้อผ้าเพื่อลดแรงกระแทก

พกกระเป๋าใบเล็กติดตัว

  • ใส่พาสปอร์ต มือถือ กระเป๋าสตางค์ บัตรสำคัญ และยาประจำตัว

  • วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องคอยเปิดกระเป๋าใบใหญ่บ่อยๆ เวลาอยู่บนรถไฟ

ติดป้ายชื่อที่กระเป๋า

  • เขียนชื่อ เบอร์ติดต่อ และอีเมลที่ใช้งานจริง

  • ถ้ากระเป๋าหายหรือหยิบสลับกัน จะตามคืนได้ง่ายขึ้นมาก

ใช้กุญแจ TSA

  • เลือกใช้กุญแจมาตรฐาน TSA เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถเปิดตรวจได้โดยไม่ต้องทำลายกุญแจ

  • เหมาะกับการเดินทางต่างประเทศที่มีการสุ่มตรวจสัมภาระบ่อย

คำถามยอดฮิตเรื่องกระเป๋าบนชินคันเซ็น

กระเป๋าหนัก 35 กก. แบ่งเป็น 2 ใบ ใบละ 17.5 กก. ได้ไหม?

ได้ ไม่มีปัญหา

  • แบ่งเป็น 2 ใบได้ แต่ต้อง ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดแต่ละใบแยกกัน

  • แต่ละใบต้องไม่เกิน 30 กก. และขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม.

  • ถ้าเข้าเกณฑ์ก็ถือขึ้นรถได้ฟรีทั้งสองใบ

ถือตั๋ว JR PASS มีส่วนลดเรื่องกระเป๋าไหม?

  • ถ้าจองที่นั่งแบบ Seat with Oversized Baggage Area ล่วงหน้า จะไม่เสียค่าบริการเพิ่ม

  • แต่ถ้าไม่จอง แล้วลากกระเป๋าขนาดเกิน 160 ซม. ขึ้นรถโดยตรง จะถูกปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น

ถ้านำรถเข็นเด็กไปด้วยต้องทำอะไรบ้าง?

  • ถ้าพับแล้วขนาดรวม 3 ด้านไม่เกิน 250 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก. สามารถนำขึ้นได้ฟรีเหมือนกระเป๋าทั่วไป

  • แต่ถ้ามีขนาดใหญ่กว่านั้น แนะนำให้จองพื้นที่วางกระเป๋าใบใหญ่ล่วงหน้า

กล่องใส่จักรยาน 190 × 70 × 70 ซม. หนัก 25 กก. คิดยังไง?

  • เมื่อนำมาบวกกัน ขนาดรวม 3 ด้าน = 330 ซม. ซึ่ง เกินเพดาน 250 ซม. ที่อนุญาต

  • กรณีนี้ไม่สามารถนำขึ้นชินคันเซ็นในฐานะกระเป๋าเดินทางทั่วไปได้

  • ทางออกที่เหมาะสมคือใช้บริการส่งพัสดุถึงบ้าน หรือบริการส่งกระเป๋าที่มีในสถานี

วันเดินทางจริงลืมจอง แล้วแบกกระเป๋าใบใหญ่มาแล้ว ทำยังไงดี?

  • อย่างแรก ให้รีบไปที่เคาน์เตอร์หรือเครื่องจองตั๋ว เพื่อจองที่นั่งแบบ Oversized Baggage ถ้ายังมีที่เหลือ

  • ถ้ารอบที่ต้องการเต็ม อาจต้องเลื่อนเป็นขบวนถัดไป

  • แต่หากขึ้นรถไปแล้วเรียบร้อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่บนขบวน จากนั้นเตรียมชำระค่าปรับ 1,000 เยนต่อชิ้น

การเตรียมกระเป๋าให้ตรงกฎไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ขอแค่ วัดขนาด ชั่งน้ำหนัก และจองล่วงหน้า เท่านี้ก็พร้อมขึ้นชินคันเซ็นแบบสบายใจ ไม่ต้องมาคอยลุ้นว่าจะโดนปรับกลางทริป แถมช่วยให้เดินทางได้อย่างเป็นระเบียบ ปลอดภัย และสนุกขึ้นอีกหลายเท่า