รับแอปรับแอป

แจกงบเที่ยวเกาหลี 2569 แบบจับต้องได้: ใช้จริงเท่าไหร่ถึงจะฟินไม่เกินงบ

นราธิป ศรีจันทร์01-31

เปิดงบเที่ยวเกาหลี 2569 แบบไม่มโน

เกาหลีใต้ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจสายเที่ยว ไม่ว่าจะเพราะซีรีส์ที่ดูยันเช้า คาเฟ่คิ้วต์ ๆ หรือวิวเมืองที่เปลี่ยนตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) ที่ทั้งเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้และอากาศเย็นสบาย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด

แต่พอเริ่มแพลนทริป ก็มักจะมีคำถามเด้งขึ้นมาในหัวว่า “ไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ต้องเตรียมงบเท่าไหร่กันแน่?” เพราะถึงเกาหลีจะเที่ยวสนุก ชิค ครบ แต่ค่าครองชีพบอกเลยว่าไม่เบาเหมือนเที่ยวในไทย

ความจริงแล้ว ค่าครองชีพที่เกาหลีอาจจะไม่ได้ถูก แต่ก็ไม่ได้แพงจนเอื้อมไม่ถึง ถ้า วางแผนดี รู้ตัวเลขล่วงหน้า และตั้งงบแบบมีสติ ทริปเกาหลีของคุณจะทั้งฟิน ทั้งไม่เจ็บกระเป๋าจนต้องกินมาม่าหลังกลับบ้าน

งบเที่ยวเกาหลีของแต่ละคนจะต่างกันไป ตาม ไลฟ์สไตล์การกิน การช้อป และสไตล์ที่พัก บางคนเน้นประหยัด บางคนสายจัดเต็ม แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน ก็วางแผนงบให้เอาอยู่ได้แน่นอน

ก่อนคิดเรื่องงบ มาดูเรื่องเอกสารกันก่อน

ก่อนจะลงลึกว่าไปเกาหลีต้องใช้เงินเท่าไหร่ มาดูเรื่องการเตรียมตัวเข้าประเทศกันก่อน ว่าทุกวันนี้ เที่ยวเกาหลีไม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง และต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ

ปัจจุบัน เกาหลีใต้เปิดรับนักท่องเที่ยวโดย ไม่ต้องกักตัว และไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวระยะสั้น แต่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) และรอผลอนุมัติให้เรียบร้อย ก่อนบิน

ขั้นตอนลงทะเบียนไม่ยากอย่างที่คิด แค่เตรียมข้อมูลให้พร้อม ทำตามขั้นตอนให้ครบ ก็จบแบบสบาย ๆ

ลงทะเบียน K-ETA ก่อนบิน: กันเหนียวไว้สบายใจกว่า

K-ETA คือ ใบอนุญาตเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Travel Authorization) ใช้สำหรับคัดกรองนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าเกาหลีใต้โดยไม่ใช้วีซ่า ว่าพร้อมและเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

แม้จะสมัคร K-ETA ผ่านและได้รับอนุมัติแล้ว แต่ตอนถึงสนามบินเกาหลี ยังต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และอาจมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมตามปกติอยู่ดี

วิธีสมัคร K-ETA แบบทีละสtep

  • เข้าเว็บไซต์ทางการของ K-ETA หรือสมัครผ่านแอป K-ETA อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

  • เลือกเมนู Apply for K-ETA

  • ในช่อง Select Continent เลือก Asia Pacific และช่อง Select Your Nationality เลือก Thailand

  • กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ หมายเลขพาสปอร์ต อีเมล แนบรูปถ่าย ข้อมูลอาชีพ วัตถุประสงค์การเดินทาง และที่พักในเกาหลี

  • ชำระค่าธรรมเนียม 10,000 วอน (ประมาณ 300 บาท)

  • รออีเมลแจ้งผลอนุมัติ หากไม่ผ่าน จะต้องเปลี่ยนไปขอวีซ่าเข้าประเทศตามปกติ

หมายเหตุสำคัญเกี่ยวกับ K-ETA

  • สามารถสมัครให้ตัวเองและคนอื่น ๆ พร้อมกันได้ในครั้งเดียว

  • K-ETA มีอายุใช้งาน 2 ปี และใช้เข้าเกาหลีได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ละครั้งพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน

ไปเกาหลีใช้เงินเท่าไหร่? รวมค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่ต้องเจอ

มาดูภาพรวมกันเลยว่า ทริปเกาหลีหนึ่งทริปมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ อะไรบ้าง เพื่อให้คุณประเมินงบคร่าว ๆ ได้ก่อนเริ่มจอง

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี

ราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีใต้จะแตกต่างกันไปตามสายการบิน ช่วงเวลา และเส้นทางบิน โดยส่วนใหญ่ ราคาเริ่มต้นราว ๆ 13,000 บาทขึ้นไป หากจองช่วงโปร หรือช่วงโลว์ซีซั่นก็มีสิทธิ์ได้ราคาถูกลง

ถ้าเลือกสายการบินและวันที่เดินทางดี ๆ จะช่วยเซฟ งบค่าตั๋ว ไปได้เยอะมาก ใครตั้งใจคุมงบ แนะนำให้จองล่วงหน้า และเช็กโปรอยู่เรื่อย ๆ

2. ค่าโรงแรมและที่พักในเกาหลี

ราคาโรงแรมในเกาหลีโดยรวมใกล้เคียงกับไทย มีตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรูหราหลักหมื่นต่อคืน

  • โดยทั่วไป ที่พักต่อคืนจะอยู่ประมาณ 1,500 – 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับย่าน ทำเล และระดับที่พัก

ถ้าอยากประหยัดงบ ควรเลือกที่พักราคาเหมาะสม อยู่ใกล้รถไฟใต้ดิน เดินทางสะดวก และไม่ต้องเปลี่ยนที่พักบ่อย

แต่ถ้าเจอที่พักราคาถูกมากเป็นพิเศษ ควรเช็กให้ดีเรื่อง ความปลอดภัย รีวิวผู้เข้าพัก และทำเลที่ตั้ง เพราะอาจอยู่ไกลจากระบบขนส่งสาธารณะ หรือเดินทางลำบากในตอนกลางคืน

3. ค่าอาหารต่อวันในเกาหลี

ราคาอาหารที่เกาหลีจัดอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้ถูกแบบบ้านเรา แต่ก็ไม่ได้แพงจนแตะไม่ถึง ถ้ารู้จักบาลานซ์มื้อ และเลือกกินให้เหมาะกับงบ

โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าอาหารในเกาหลีต่อวัน จะอยู่ประมาณ 800 – 3,000 บาท ขึ้นกับประเภทอาหารและสไตล์การกินของแต่ละคน ตัวอย่างเช่น

  • อาหารเช้า: 200 – 500 บาท

  • มื้อกลางวัน: 800 – 1,500 บาท

  • มื้อค่ำ: 1,500 – 3,000 บาท

  • คาเฟ่ / เครื่องดื่ม: ประมาณ 800 บาท

การได้กินอาหารเกาหลีต้นตำรับถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการมาเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นปิ้งย่างเกาหลี หม้อไฟ ร้านข้าวร้อน ๆ หรือคาเฟ่สุดคิ้วต์ที่มีให้เลือกแทบทุกมุมเมือง

ถ้าอยากคุมงบอาหาร แต่ยังอยากกินอร่อย แนะนำให้ลองไปแถว ย่านทงแดมุน มีทั้งบาร์บีคิวราคาย่อมเยา อาหารจานร้อน และสตรีทฟู้ดให้เลือกเพียบ กินอร่อยได้โดยไม่ต้องกลัวบานปลาย

4. งบช้อปปิ้งในเกาหลี

สำหรับหลายคน จุดหมายของการมาเกาหลีไม่ได้มีแค่ที่เที่ยว แต่คือ สวรรค์ของนักช้อปตัวจริง ไม่ว่าจะเป็น

  • ของที่ระลึกน่ารัก ๆ

  • สกินแคร์และเครื่องสำอางยอดฮิต

  • เสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี

  • สินค้าดีไซน์เก๋ ๆ ที่เห็นแล้วต้องมีติดมือกลับบ้าน

แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม เช่น เมียงดง ฮงแด อีฮวา รวมถึงตลาดท้องถิ่นต่าง ๆ ที่มีของให้เลือกทุกช่วงราคา ถ้าเป็นสายแบรนด์ สายละลายทรัพย์ บอกเลยว่า งบช้อปพุ่งง่ายมาก

ใครอยากคุมงบ ต้องตั้งเพดานไว้ล่วงหน้า ว่าจะใช้กับการช้อปเท่าไหร่ และพยายามไม่แตกงบในวันสุดท้าย

เรื่องควรรู้ก่อนบิน: เงิน เวลา และการเตรียมตัว

อัตราแลกเปลี่ยนเงินเกาหลี

ก่อนเดินทาง ควรรู้เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินวอน (KRW) ให้ดี เพราะจะมีผลกับการคำนวณงบเที่ยวทั้งทริป

เกาหลีใต้ใช้สกุลเงิน วอน (KRW) โดยประมาณแล้ว

  • 1 วอน ≈ 0.0267 บาท (อัตราโดยประมาณ อาจมีเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา)

  • ธนบัตรที่ใช้กันบ่อย ได้แก่ 1,000 / 5,000 / 10,000 / 50,000 วอน

  • เหรียญจะมีมูลค่า 1 / 5 / 10 / 50 / 100 / 500 วอน

บัตรเครดิตสามารถใช้ได้ในโรงแรม ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ควร แลกเงินสดติดตัว เอาไว้สำหรับจ่ายค่าอาหารตามร้านเล็ก ๆ ตลาดนัด หรือรถเข็นริมทาง จะสะดวกที่สุด

เวลาที่เกาหลีต่างจากไทยแค่ไหน

เกาหลีใต้ใช้เขตเวลา Korea Standard Time (KST) ซึ่งเท่ากับ UTC +9

  • เวลาเกาหลี เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง

เผื่อเวลาในการเดินทาง นัดหมาย และการจองต่าง ๆ ให้ตรงกับเวลาเกาหลีด้วย จะได้ไม่ไปสายหรือพลาดรอบสำคัญ

ไปเกาหลีฤดูไหนดี? เลือกให้ตรงใจและตรงงบ

เกาหลีใต้เที่ยวได้ทั้งปี แต่แต่ละฤดูจะมีบรรยากาศและเสน่ห์แตกต่างกันไป ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะไปช่วงไหน ก็จะวางแผนเสื้อผ้าและกิจกรรมได้ง่ายขึ้น

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

ช่วงนี้คือ ฤดูเริ่มต้นใหม่ ต้นไม้ผลิใบ ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ยราว ๆ 6 – 16 องศาเซลเซียส

ไฮไลต์คือเทศกาลชมดอกไม้โทนชมพูพาสเทล ที่จะบานสะพรั่งเพียงไม่กี่สัปดาห์ ใครอยากถ่ายรูปสวย ๆ ท่ามกลางดอกไม้และอากาศดี ๆ ฤดูนี้คือคำตอบ

ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)

ฤดูร้อนเกาหลีจะมีทั้งแดดและฝน โดยเฉพาะช่วงปลายมิถุนายน – กรกฎาคม ซึ่งเป็น ฤดูมรสุม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 25 – 38 องศาเซลเซียส

แม้จะร้อน แต่ก็ยังไม่สู้เมืองไทย ช่วงนี้มักมี ตั๋วเครื่องบินราคาถูก และที่พักบางแห่งอาจมีโปรลดราคา ใครอยากเซฟงบค่าตั๋วและไม่กลัวอากาศร้อน ลองเล็งฤดูนี้ไว้ได้เลย

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

นี่คือฤดูยอดฮิตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเป็นช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ทั้งเมืองถูกย้อมไปด้วยสีทอง แดง และส้ม อากาศเย็นสบาย ฟ้าใส เดินเที่ยวสนุกสุด ๆ

ช่วงนี้จัดเป็น ไฮซีซั่นของเกาหลี นักท่องเที่ยวเยอะ ราคาตั๋วและที่พักอาจสูงขึ้น แต่แลกกับวิวและบรรยากาศที่สวยจัดเต็ม บอกเลยว่าคุ้ม

ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

ฤดูหนาวของเกาหลีมีทั้งความหนาวและความแห้งในเวลาเดียวกัน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -5 องศาเซลเซียส และบางวันอาจลดลงถึง -20 องศาเซลเซียส

บางพื้นที่จะมีหิมะตกหนัก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมา เล่นสกี เล่นสโนว์ หรือสัมผัสหิมะจริง ๆ แต่ต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม เพราะลมหนาวของเกาหลีไม่ธรรมดาเลย

การเดินทางในเกาหลี: สะดวก ง่าย คุ้มงบ

ระบบขนส่งสาธารณะของเกาหลีถือว่าแข็งแรงมาก ครอบคลุมทั้งเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • รถไฟใต้ดิน

  • รถไฟระหว่างเมือง

  • รถไฟความเร็วสูง

  • รถบัส

  • แท็กซี่

  • เครื่องบินภายในประเทศ

การเดินทางระหว่างเที่ยวจึงค่อนข้างสะดวก ประหยัดเวลา และช่วยให้ งบเที่ยวโดยรวมคุ้มค่า เพราะไม่มีค่าเดินทางที่แพงเกินไป ถ้าวางแผนเส้นทางดี ๆ

บัตร T-Money: ตัวช่วยเรื่องเดินทาง

T-Money คือบัตรเติมเงินยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องมี เพราะสามารถใช้ได้กับ

  • รถไฟใต้ดิน

  • รถบัส

  • แท็กซี่บางคัน

  • ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง

เติมเงินง่าย ใช้แล้วสะดวก แถมยังช่วยประหยัดกว่าจ่ายด้วยเงินสดเดี่ยว ๆ ในบางเส้นทางด้วย

Tips งบเดินทางในแต่ละวัน

  • งบเดินทางเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ราว ๆ 600 บาท (ขึ้นอยู่กับเส้นทางและวิธีเดินทางที่เลือก)

  • รถบัสมีหลายสีและแต่ละสีมีความหมายต่างกัน เช่น สีน้ำเงินวิ่งข้ามเขต สีเขียววิ่งระยะสั้น สีเหลืองวิ่งวนในย่านสำคัญ และสีแดงวิ่งระหว่างเมือง

  • แท็กซี่ส่วนใหญ่รับทั้งเงินสดและบัตร T-Money แต่ควรพกเงินสดไว้เผื่อด้วย โดยเฉพาะเวลาขึ้นแท็กซี่จากย่านที่คนพลุกพล่าน

อินเทอร์เน็ตและค่าการสื่อสารในเกาหลี

เรื่องเน็ตหายห่วงเพราะเกาหลีขึ้นชื่อเรื่องอินเทอร์เน็ตเร็วอยู่แล้ว โดยตัวเลือกหลัก ๆ มีทั้ง

  • ซิมท่องเที่ยวแบบเน้นดาต้า

  • Wi-Fi พกพา (Pocket Wi-Fi)

  • การโรมมิ่งผ่านเครือข่ายมือถือจากไทย (เหมาะกับคนที่อยากได้ความสะดวก ไม่อยากเปลี่ยนซิม)

เลือกแบบที่เข้ากับสไตล์การเที่ยวของตัวเอง เช่น ไปหลายคนแชร์ Pocket Wi-Fi ช่วยประหยัดได้เยอะ หรือไปคนเดียวเลือกซิมเน็ตไม่อั้นจะคล่องตัวที่สุด

งบเที่ยวเกาหลี 3 วัน / 4 วัน / 5 วัน ควรเตรียมเท่าไหร่ดี?

หลายคนลังเลว่า จะไปกี่วันถึงจะคุ้ม และต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่ถึงจะไม่ตึงมือเกินไป

ลองวางแผนคร่าว ๆ ดังนี้

  • เที่ยว 3 วัน 2 คืน: เน้นโซลล้วน ๆ เน้นคาเฟ่ ช้อปปิ้ง และแลนด์มาร์กหลัก ๆ

  • เที่ยว 4 วัน 3 คืน: มีเวลาเพิ่มสำหรับหนึ่งทริปเดย์ทริป หรือแวะย่านพิเศษเพิ่ม

  • เที่ยว 5 วัน 4 คืน: เที่ยวโซลแบบเต็มอิ่ม แถมมีเวลาไปเมืองรอบ ๆ หรือสถานที่ชานเมืองได้อีก

การรู้โครงสร้างค่าใช้จ่ายหลัก ๆ อย่างค่าตั๋วบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทางในเมือง ค่าเน็ต และค่าของฝากล่วงหน้า จะช่วยให้คุณคุมงบได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องลุ้นตอนรูดบัตรหรือแลกเงินเพิ่ม

ตัวอย่างแพลนคร่าว ๆ (ไว้เป็นโครงคิดงบ)

แผนเที่ยวโซล 5 วัน 4 คืน

  • วันที่ 1: ถึงสนามบิน–เข้าเมือง–เช็กอิน–เดินเล่นย่านดังใกล้ที่พัก

  • วันที่ 2: ที่เที่ยวแลนด์มาร์กในโซล + คาเฟ่เกาหลี

  • วันที่ 3: เดย์ทริปออกนอกโซล หรือสวนสนุก/หมู่บ้านดั้งเดิม

  • วันที่ 4: ช้อปปิ้งย่านดัง + ตะลุยสตรีทฟู้ด

  • วันที่ 5: คาเฟ่ปิดทริป–ช้อปของฝาก–เดินทางกลับไทย

แผนเที่ยวโซล 4 วัน 3 คืน

  • วันที่ 1: เดินเล่นย่านแถวที่พัก ทำความคุ้นเคยระบบขนส่ง

  • วันที่ 2: เที่ยวแลนด์มาร์กและจุดเช็กอินยอดฮิต

  • วันที่ 3: ช้อปปิ้ง + คาเฟ่ + สตรีทฟู้ด

  • วันที่ 4: เก็บจุดที่พลาด–ซื้อของฝาก–บินกลับ

แผนเที่ยวโซล 3 วัน 2 คืน

  • วันที่ 1: ถึงโซล–เข้าเมือง–เดินเที่ยวเบา ๆ ย่านยอดนิยม

  • วันที่ 2: เก็บแลนด์มาร์กหลัก ๆ + ช้อปปิ้งรวดเดียว

  • วันที่ 3: คาเฟ่เช้าเบา ๆ –ซื้อของฝาก–กลับไทย

FAQ เกี่ยวกับการเที่ยวเกาหลี

ไปเที่ยวเกาหลีต้องใช้วีซ่าไหม?

คนไทยที่เดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ ไม่ต้องขอวีซ่า หากพำนักไม่เกิน 90 วัน ขอแค่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ ก็พร้อมออกเดินทางได้เลย

แนะนำให้ลงทะเบียน K-ETA ล่วงหน้าก่อนเดินทาง เพื่อความสะดวกและความลื่นไหลตอนผ่าน ตม. ที่สนามบิน

ไปเกาหลีใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตดีกว่า?

ทั้งเงินสดและบัตรเครดิตสามารถใช้ได้ แต่ควร พกทั้งสองแบบ เพื่อความยืดหยุ่น

  • ร้านเล็ก ๆ ตลาดนัด รถเข็นริมทาง และร้านอาหารท้องถิ่นบางแห่ง มักจะรับเฉพาะเงินสด (วอน)

  • ห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์ คาเฟ่ และร้านใหญ่ ๆ ส่วนมากรับบัตรเครดิต

ก่อนเดินทางอย่าลืม เปิดใช้บัตรเครดิตสำหรับต่างประเทศ และแจ้งธนาคารล่วงหน้า เพื่อป้องกันบัตรถูกระงับชั่วคราวจากธุรกรรมนอกประเทศ

ไปเกาหลีเดือนไหนดี?

เกาหลีเที่ยวได้ทุกฤดู ขึ้นอยู่กับฟีลที่คุณอยากได้ และงบที่เตรียมไว้

  • ถ้าอยากได้วิวสวยสุดปัง แนะนำช่วง ใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม – พฤศจิกายน) สวนสาธารณะคือสวยเหมือนโปสการ์ด

  • ถ้าอยากสัมผัสหิมะและบรรยากาศโรแมนติก ลองไปช่วง ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

  • ถ้าชอบดอกไม้ฟุ้ง ๆ สายถ่ายรูป แนะนำช่วง ซากุระบาน (เมษายน) ฟีลดีไม่แพ้ญี่ปุ่นเลย

  • สายชิล สายเดินเล่นสบาย ๆ อากาศไม่โหดเกินไป แนะนำ ฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง อากาศดี เดินเที่ยวทั้งวันได้แบบไม่เหนื่อยเกิน

สรุปคือ ถ้าอยากเที่ยวเกาหลีให้ฟินแบบไม่เกินงบ ต้องเริ่มจากรู้ตัวเลขคร่าว ๆ ของทุกหมวดค่าใช้จ่าย วางแผนล่วงหน้า และคุมใจไม่ให้ช้อปเกินเพดาน แค่นี้ทริปเกาหลีครั้งแรก (หรือครั้งที่เท่าไหร่ก็ตาม) ก็จะกลายเป็นทริปในฝันที่อยากกลับไปซ้ำได้ง่าย ๆ