ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

คู่มือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
ความสนใจ|ผู้ช่วยดูแลชุมชนด้วย AI

ภาพรวมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นมาตรการของกระทรวงการคลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานจากรัฐ ลดภาระค่าครองชีพ และสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างเท่าเทียม

รอบปี 2569 นี้ มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐส่วนใหญ่ลงทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2565 และยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ตกหล่นไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเดิมได้ จึงมีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่เพื่อแก้ปัญหา Exclusion Error และปรับฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ไทม์ไลน์สำคัญปี 2569

  • 4 – 21 มิถุนายน 2569: เปิดลงทะเบียนรายใหม่ และยืนยันสิทธิรายเดิม (เวลา 06.00 – 23.00 น.)

  • 17 กรกฎาคม 2569: ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ

  • 17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570: ระยะเวลายืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับรายใหม่

  • 17 – 31 กรกฎาคม 2569: ช่วงยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ (ส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึง 16 สิงหาคม 2569)

  • 1 สิงหาคม 2569: เริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รอบแรก

  • 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป: เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์ที่ต้องทำ e-KYC

ความแตกต่างจากรอบก่อนหน้า คือ การบังคับให้ผู้มีสิทธิเดิมต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิอีกครั้งทุกคน เพื่อคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ และการลงพื้นที่ช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นโดยอาศัยฐานข้อมูล จปฐ. และ MSO-LOGBOOK


เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน

การพิจารณาสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลักตรวจสอบกับฐานข้อมูลของหลายหน่วยงาน โดยแบ่งคุณสมบัติออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ คือ คุณสมบัติทั่วไป สถานะบุคคล รายได้ ทรัพย์สินทางการเงิน หนี้สิน และทรัพย์สิน เช่น ที่ดินและรถยนต์

คุณสมบัติทั่วไป

  • ต้องมีสัญชาติไทย

  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

  • รายได้ต่อคนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

  • รายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

เงื่อนไขด้านทรัพย์สินทางการเงินและหนี้สิน

  • ทรัพย์สินทางการเงินรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
    • เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. ธอท.)

    • สลากของธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และธอส.

  • ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทและทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามฐานข้อมูลเครดิตของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

  • ไม่มีบัตรเครดิต

เงื่อนไขอสังหาริมทรัพย์

  • ห้องชุดรวมทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถวรวมทุกแห่งไม่เกิน 25 ตารางวา

  • กรณีเกษตรกร: ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรวมกับที่อยู่อาศัยต้องไม่เกิน 10 ไร่

  • กรณีไม่ใช่เกษตรกร: ที่ดินรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 1 ไร่

เงื่อนไขยานพาหนะ

  • ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ทั่วไป

  • ยกเว้น: รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี, รถสามล้อ, รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

กลุ่มที่ไม่มีสิทธิลงทะเบียน

ไม่สามารถลงทะเบียนหากเป็นบุคคลต่อไปนี้

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง

  • บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

  • นักเรียน นักศึกษา

  • ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ (ยกเว้นผู้ได้รับค่าตอบแทนจากรัฐไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)

  • ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ

  • ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา

  • หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียน หรือผู้ถือหุ้น/กรรมการในบริษัท จำกัด/มหาชน ตามฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ หรือบัญชีถือครองตราสารหนี้ ตามฐานข้อมูลศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป

  • บิดามารดา บุตร และคู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่ถูกใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีในฐานะบุคคลนั้น


ขั้นตอนลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”

การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่กระทรวงการคลังกำหนด ทั้งสำหรับผู้มีบัตรเดิมและผู้ลงทะเบียนใหม่ ช่วยให้ดำเนินการได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

ช่วงเวลาลงทะเบียนบนแอปทางรัฐ: 4 – 21 มิถุนายน 2569

ขั้นตอนหลักบนแอปทางรัฐ

  1. เปิดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และเข้าสู่ระบบ

  2. กดแบนเนอร์ “ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” หรือแบนเนอร์ที่เกี่ยวข้อง

  3. พิสูจน์ตัวตนตามที่ระบบกำหนด (เชื่อมกับระบบ ThaiD หากจำเป็น)

  4. กรอกข้อมูลส่วนตัวตามบัตรประชาชนให้ครบถ้วน

  5. อ่านและยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลงของโครงการ

  6. กด “ยืนยันการลงทะเบียน” ให้ระบบบันทึกข้อมูล

หลังจากระบบแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะได้ในแอปทางรัฐว่าได้รับข้อมูลเรียบร้อยแล้วหรือไม่


รายการเอกสารและข้อมูลที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน

แม้หลายช่องทางจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลกลาง แต่ผู้ลงทะเบียนจำเป็นต้องเตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อม เพื่อกรอกหรือใช้ในการพิสูจน์ตัวตน

เอกสารและข้อมูลสำคัญ

  • บัตรประจำตัวประชาชน Smart Card (พร้อมรหัส Laser ID หลังบัตร)

  • หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

  • วัน เดือน ปี เกิด ตามบัตรประชาชน

  • หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้

สำหรับการตรวจสอบสิทธิและสถานะผ่านเว็บไซต์หรือแอป จะต้องใช้เลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวในการเข้าสู่ระบบหรือพิสูจน์ตัวตนผ่านแอป ThaiD ตามที่ระบบกำหนด


การประเมินสิทธิและจำนวนเงินที่จะได้รับ

เมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันตัวตนเรียบร้อย ผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินช่วยเหลือในหลายหมวด เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยผูกสิทธิไว้กับบัตรประชาชน Smart Card หรือใช้ผ่านแอปเป๋าตัง

วงเงินหลักตามโครงการ

  • ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด: 300 บาทต่อคนต่อเดือน

  • ส่วนลดก๊าซหุงต้ม: 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน จากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด

  • ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ: 750 บาทต่อคนต่อเดือน ใช้ได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท เช่น

    • รถ ขสมก.

    • รถ บขส.

    • รถไฟฟ้า BTS, MRT, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

    • รถไฟ

    • รถเอกชนร่วม ขสมก. และเอกชนอื่นที่เข้าร่วม

    • รถเอกชนร่วม บขส.

    • รถสองแถวรับจ้าง

    • เรือโดยสารสาธารณะ

  • ค่าไฟฟ้า: อุดหนุน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากใช้เกินวงเงิน ผู้มีสิทธิเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด

  • ค่าน้ำประปา: อุดหนุน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

    • หากใช้น้ำเกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท จะยังได้รับสนับสนุน 100 บาท ส่วนที่เกินต้องชำระเอง

    • หากใช้น้ำเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำทั้งหมด

ในข้อมูลบางชุดยังระบุเงินช่วยเหลือเพิ่ม 200 – 300 บาทต่อเดือนตามสัดส่วนรายได้ และสิทธิอื่น เช่น เงินเพิ่มผู้พิการ 200 บาท/เดือน หรือเงินสำหรับผู้สูงอายุในช่วงเวลาที่กำหนด โดยเป็นไปตามประกาศโครงการในแต่ละช่วงเวลา


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ระหว่างการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หรือแอปฯ อาจเกิดข้อผิดพลาดได้หลายรูปแบบ ระบบได้กำหนดข้อความแจ้งเตือนและแนวทางแก้ไขไว้ชัดเจน

ตัวอย่างข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบสถานะบนเว็บไซต์

  • ข้อความ “ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”
    • แนวทางแก้ไข: ดำเนินการลงทะเบียนใหม่ภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569

  • ข้อความ “อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”
    • แนวทางแก้ไข: กลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไป

  • ข้อความ “ท่านไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่สามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้”
    • สะท้อนว่าบุคคลนั้นไม่อยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรเดิม ต้องรอช่องทางลงทะเบียนสำหรับรายใหม่หรือกลุ่มตกหล่นตามที่รัฐกำหนด

ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์

หากตรวจสอบแล้วพบสถานะ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” แม้กรอกหมายเลขโทรศัพท์ผิดก็ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพราะระบบบันทึกการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว

การลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ

หากผลตรวจสอบคุณสมบัติขึ้นว่า “ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ” ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับจากวันที่ประกาศผล (เช่น ตั้งแต่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางต่อไปนี้

  • เว็บไซต์โครงการ: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”)

  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และแอป “เป๋าตัง” (กดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”)

  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร: ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธอท. โดยแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการในระบบ

เมื่อผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์ หากเคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ไม่ต้องทำ e-KYC ใหม่ แต่หากไม่เคยได้รับสิทธิ ต้องไปทำ e-KYC ผ่านธนาคารทั้ง 5 แห่งหรือแอปเป๋าตัง และจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป (หากยืนยันตัวตนล่าช้ากว่านั้น จะเริ่มใช้สิทธิหลังจากวันที่ยืนยันตัวตน)


ช่องทางติดต่อและตรวจสอบเมื่อพบปัญหา

ผู้ลงทะเบียนสามารถใช้หลายช่องทางในการตรวจสอบรายชื่อ สถานะ และผลการลงทะเบียน

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เว็บไซต์: https://welfare.mof.go.th

    • กดแบนเนอร์ “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน”

    • ใส่เลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วกด “ตรวจสอบ”

    • หากเข้าเกณฑ์ จะมีข้อความว่าเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” พร้อมช่องทางลงทะเบียนที่เลือกใช้ได้ 1 ช่องทาง

ช่องทางตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน

  • เว็บไซต์: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th

    • เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน”

    • พิสูจน์ตัวตนผ่าน ThaiD หรือกรอกเลขบัตรและวันเดือนปีเกิด

  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
    • กดแบนเนอร์ “ตรวจสอบผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” แล้วกรอกข้อมูล

  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

กรณีไม่มีชื่อในระบบเลย สามารถติดต่อสายด่วน พม. 1300 เพื่อขอรับความช่วยเหลือสวัสดิการด้านอื่น ๆ ตามแหล่งข้อมูลที่ระบุ


คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับกลุ่มต่าง ๆ

ผู้ลงทะเบียนครั้งแรก

  • ตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐานให้ครบตามเกณฑ์ก่อนลงทะเบียน

  • เตรียมบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวให้พร้อม

  • เลือกช่องทางลงทะเบียนที่สะดวก เช่น เว็บไซต์ แอปทางรัฐ แอปเป๋าตัง หรือธนาคารรัฐ

  • หลังลงทะเบียนควรตรวจสอบสถานะเพื่อยืนยันว่า “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”

ผู้สูงอายุและผู้พิการ

  • หากไม่ถนัดใช้สมาร์ทโฟนหรือระบบออนไลน์ สามารถไปที่ธนาคารรัฐ สำนักงานอำเภอ หรือหน่วยงานที่รับลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการ

  • บางช่วงเวลาโครงการมีเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งผูกกับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามรายละเอียดที่หน่วยงานรัฐประกาศ

ผู้ไม่มีความชำนาญด้านดิจิทัล

  • เลือกลงทะเบียนผ่านช่องทางออฟไลน์ เช่น ธนาคารรัฐ สำนักงานคลังจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา

  • สำหรับกลุ่มตกหล่น/ไม่มีสมาร์ทโฟน กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาจะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 เพื่อช่วยคัดกรองและลงทะเบียนให้ถึงบ้าน


สรุปความสำคัญของการลงทะเบียนให้ทันกำหนด

การลงทะเบียนและยืนยันสิทธิภายในกำหนดเวลาที่โครงการระบุมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลทั้งต่อการได้รับสิทธิใหม่ และการรักษาสิทธิเดิมที่เชื่อมกับมาตรการอื่น

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิทุกราย เพื่อให้ระบบตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่

  • หากเป็นผู้ได้รับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน โดยต้องรีบยืนยันตัวตนผ่านแอปเป๋าตังตั้งแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569)

  • หากไม่ยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัสเช่นเดียวกัน

หลังจากลงทะเบียนและประกาศผลแล้ว ผู้มีสิทธิควรติดตามผลการตรวจสอบผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด ตรวจสอบสถานะว่า “ผ่าน” หรือ “ไม่ผ่าน” หากไม่ผ่านให้รีบดำเนินการอุทธรณ์ภายในกำหนด เพื่อไม่พลาดโอกาสได้รับสิทธิสวัสดิการในรอบนี้

การจัดการเอกสารสำคัญ บัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ จะช่วยให้การใช้สิทธิในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อสินค้า การเดินทาง และการชำระค่าน้ำค่าไฟ เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ตกหล่น ตามกรอบสิทธิที่โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำหนดไว้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ครีมชอบแชร์12 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

กานต์สินี เทียนทอง29 ส.ค. 2569
ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

กลัฟขายทุกอย่าง21 ส.ค. 2569
ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

กิ๊ฟจัง11 ก.ย. 2569
วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

ฐิติมา วรรณประเสริฐ11 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

กานต์สินี เทียนทอง28 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!