รับแอปรับแอป

3 วัน 2 คืนไทเป Day 1: จากสนามบินถึงย่านฮิป วัดดัง คาเฟ่ชิค และสตรีทฟู้ดจัดเต็ม

อนุชา วัฒนกุล01-30

เปิดทริปไต้หวัน 3 วัน 2 คืน

หลังจากห่างหายจากการเดินทางไปพักใหญ่ รอบนี้ขอกลับมาวอร์มขาเที่ยวกันอีกครั้ง ด้วยทริปสั้นๆ ที่ ไต้หวัน 3 วัน 2 คืน เน้นเดินง่าย กินอร่อย เที่ยวง่ายด้วย MRT

ทริปนี้จะพาไปไทเปแบบชิลๆ ตั้งแต่เครื่องลงยันมื้อดึกที่ซีเหมินติ้ง ไปทีเดียวได้ทั้ง วัดดัง ย่านเก่า สวนศิลปะ คาเฟ่ และสตรีทฟู้ด ครบมากในหนึ่งวัน

Day 1: 04/01/2024

เราออกเดินทางด้วยสายการบิน EVA Air เที่ยวบิน BR206 จากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 02.15 น. ลงที่สนามบินเถาหยวน ไทเป ตอนประมาณ 06.50 น.

บินเช้ามืด ลุ้น Lucky Land ตั้งแต่แตะพื้น

บนเครื่องช่วงตีสามก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร เป็นเพนเน่ไก่ผัดซอสสไตล์จีนๆ รองท้องกันเบาๆ ก่อนถึง

นั่งๆ นอนๆ แป๊บเดียว แสงเช้าโผล่มาให้เห็น แปลว่าใกล้ถึงไต้หวันแล้ว

ลงจากเครื่อง รับกระเป๋าเสร็จ ภารกิจแรกคือการไป สุ่ม Taiwan The Lucky Land ที่รัฐบาลไต้หวันแจกนักท่องเที่ยว คนละ 5,000 NTD

และแล้วก็ สุ่มได้จริงๆ!

เราเลือกเป็น บัตร EasyCard แบบพิเศษ ใช้รูดได้ทั่วเมือง แต่ต้องใช้เงินให้หมดก่อนกลับ และบัตรใบนี้จะเติมเงินเพิ่มไม่ได้

เรื่องเน็ต เรื่องเดินทาง จัดให้พร้อมตั้งแต่สนามบิน

หลังจากได้บัตรแล้ว ก็มุ่งหน้าไปซื้อซิม เน็ตต้องมาก่อน

เราเลือกซิมของ Far East Tone แบบ 4G ใช้ได้ 3 วัน ถ้าแสดงบัตร boarding ของ EVA จะได้ลด 100 เหลือแค่ 200 NTD คุ้มมาก

จัดการเน็ตเรียบร้อย ก็ลงไปชั้นใต้ดินเพื่อขึ้น Airport MRT เข้าเมือง

เราขึ้นขบวน Express ราคา 160 NTD ตรงไป Taipei Main Station ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

ถึงสถานีไทเปแล้ว เราตั้งใจจะเดินไปฝากกระเป๋าที่โรงแรมก่อน จะได้ตัวปลิวพร้อมเที่ยวทั้งวัน

เดินเรื่อยๆ ตามทาง Taipei City Mall ไปจนเจอทางออก Z2 กดลิฟต์ขึ้นไป

พอขึ้นมา จะเจอตึก Asia Plaza Tower โรงแรมที่เราพักชื่อ Mayer Inn อยู่ในตึกนี้เลย

ขึ้นไปชั้น 5 จะเป็นโซนล็อบบี้ เราฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วค่อยออกล่าอาหารมื้อแรกในไทเปกัน

มื้อเช้าที่วัดหลงซาน: ข้าวต้มหมูกรอบดังย่านวัด

จากโรงแรม เรานั่ง MRT สายสีน้ำเงิน ไปลงสถานีวัดหลงซาน เป้าหมายคือร้าน ข้าวต้มหมูกรอบเจ้าดัง แถวนี้

เดินตาม Google Maps ไปจนเจอ ป้ายร้านสีแดง เด่นๆ แสดงว่ามาถึงแล้ว

ไปถึงราวๆ 10 โมง คนยังไม่เยอะ เข้าไปนั่งได้เลยไม่ต้องต่อคิว

สั่งอาหารโดยการเขียนลงในใบสั่ง เมนูบนผนังมีภาษาไทยให้ดู แต่ในใบสั่งเป็นภาษาจีน ใช้ดูจากหมายเลขเมนูเอา

อาหารมาแล้ว ข้าวต้มแนวซุปใสๆ คลีนๆ หมูกรอบจะเป็นสไตล์หมูสามชั้นทอดมากกว่าแบบหนังกรอบจัดๆ

โดยรวมรสชาติดี กินอุ่นๆ ช่วยเติมพลัง แต่ถ้าวันไหนคิวยาวมากอาจต้องชั่งใจนิดนึงว่าอยากรอแค่ไหน

กินเสร็จเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ร้านนี้รับเฉพาะเงินสด

Bopiliao Historical Block ย่านเมืองเก่าฟีลหนังย้อนยุค

จากหน้าร้านข้าวต้มเดินต่ออีกนิด ก็จะถึง Bopiliao Historical Block ย่านเมืองเก่าอาคารอิฐแดงที่ถูกบูรณะไว้สวยมาก

ที่นี่คือสวรรค์ของสายถ่ายรูป มุมดีๆ เยอะจนหยุดถ่ายไม่ได้

เดินเล่น ถ่ายรูปชิลๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปจุดไฮไลต์อีกแห่งของวัน

แวะจิบกาแฟ ก่อนเข้าวัดหลงซาน

ระหว่างทางไปวัดหลงซาน เราเจอร้านกาแฟเข้าให้ เลยขอจอดพักชาร์จพลังคาเฟอีนกันหน่อย

ร้านนี้คือ 85°C เลยสั่งลาเต้ร้อนมาหนึ่งแก้ว อากาศเย็นๆ กับกาแฟหอมๆ คือดีมาก

จากนั้นก็เดินต่อจนถึง วัดหลงซาน วัดดังที่ใครมาไทเปต้องแวะ

ด้านในจะมีแผ่นพับอธิบาย ลำดับการไหว้ทีละจุด ชัดเจน ที่นี่ไม่ต้องจุดธูป ใช้การไหว้ตามจุดที่ระบุไว้

จุดยอดฮิตของที่นี่คือ เทพเย่ว์เหล่า หรือผู้เฒ่าจันทรา ที่คนมักมาขอพรเรื่องความรัก บรรยากาศเต็มไปด้วยคนมาขอคู่ ขอเนื้อคู่กันแน่นๆ

ถัดไปจะเป็นโซนขาย เครื่องรางยอดนิยม ไว้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก หรือพกติดตัวเอง

มีแผ่นตารางอธิบายเป็นภาษาไทยให้ดูว่าอันไหนช่วยด้านอะไร เลือกได้แล้วก็เขียนเบอร์ใส่กระดาษแล้วยื่นให้เจ้าหน้าที่ได้เลย ที่นี่รับบัตรเครดิตด้วย

เมื่อได้เครื่องรางมาแล้ว อย่าลืม นำไปวนรอบกระถางธูปตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ ถือเป็นการทำให้สมบูรณ์ตามความเชื่อ

ไหว้พระ ขอพรเสร็จแล้ว ใจอิ่มเอม ต่อไปก็ได้เวลาสายฮิป สายอาร์ตออกโรง

Huashan 1914 Creative Park: สวรรค์คนชอบนิทรรศการและศิลปะ

จุดหมายต่อไปคือ Huashan 1914 Creative Park นั่ง MRT สายสีน้ำเงินไปลงสถานี Zhongxiao Xinsheng ออกทางออก 1 เดินอีกหน่อยก็ถึง

เดิมทีที่นี่เป็นโรงงานผลิตไวน์เก่า ถูกรีโนเวตให้กลายเป็นพื้นที่จัดงาน นิทรรศการ ศิลปะและงานครีเอทีฟ ต่างๆ

ช่วงที่เราไปมีนิทรรศการ Peanuts Snoopy จัดแสดงอยู่ บรรยากาศน่ารักมาก ขอเก็บภาพมาฝากบางส่วน

ด้านนอกตัวสวนก็ถ่ายรูปสนุกไม่แพ้กัน เต็มไปด้วยมุมเก๋ๆ ทั้งกำแพง ตึกเก่า และสนามหญ้า

รอบๆ ยังมี โรงหนัง ร้านกาแฟ ร้านขายของดีไซน์ ให้เดินเล่นแวะช้อปได้เรื่อยๆ

มื้อกลางวันในห้าง Syntrend + ชานมต้องมา

จาก Huashan เราเดินข้ามถนนไปที่ห้าง Syntrend เพื่อหาของกินมื้อกลางวัน

ชั้นใต้ดินของห้างจะเป็นโซนคล้าย food court ซื้ออาหารจากแต่ละร้านแล้วถือมานั่งกินตรงกลาง เมนูที่เราลองคือ ข้าวไก่อบ หน้าตาดี ใช้ได้เลย

มาไต้หวันทั้งที ชานมไข่มุกคือภาคบังคับ ร้านไหนก็อร่อยคนละสไตล์ แก้วนี้คือตัวแทนความสุขง่ายๆ

เช็คอิน Mayer Inn โรงแรมทำเลเทพติด Taipei Main

อิ่มท้องแล้วก็กลับไปเช็คอินที่พัก เราพักที่ Mayer Inn ซึ่งอยู่ติดสถานี Taipei Main เลย ขึ้นทางออก Z2 ก็เจอตึก เดินเข้าตัวตึกไปได้เลย

บรรยากาศด้านในโรงแรมและตัวห้องถือว่าโอเค ใช้งานได้สะดวกดี

เราพักห้องแบบ twin bed แปลนแปลกๆ คือเตียงสองเตียงหันปลายชนกัน มีผนังแบ่งตรงกลาง และมีทีวี คนละเครื่อง ให้เลย แยกโซนกันชัดเจน ห้องขนาดกำลังดี ไม่อึดอัด สะอาดเรียบร้อย

ห้องน้ำมีโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก

มีน้ำดื่ม 2 ขวด ชา กาแฟ และของใช้จำเป็นเล็กๆ น้อยๆ ให้ครบ

พักขาแป๊บเดียว ถึงเวลาออกไปลุยยามค่ำคืนกันแล้ว

Ximending Night: สตรีทฟู้ดจัดเต็ม เดินสนุกทั้งคืน

เย็นนี้เราตรงไป Ximending จะนั่ง MRT แค่ 1 สถานีก็ได้ หรือถ้าใครชอบเดินเล่นก็เดินชิลๆ ไปได้เหมือนกัน

ช่วงที่ไปเป็นช่วงปีใหม่ คนเลยเยอะเป็นพิเศษ บรรยากาศคึกคักมาก ไฟป้าย ร้านค้า เสียงคน คือฟีลช้อปปิงสตรีทแบบเต็มขั้น

ร้านแรก: บะหมี่อาจงในตำนาน

เริ่มเปิดด้วยร้านดังของย่านนี้ อาจงเมี่ยนเสียน บะหมี่ที่รสชาติใกล้ๆ กระเพาะปลาบ้านเราแต่ปรับสไตล์ให้เป็นแบบไต้หวัน

ถ้วยเล็กแค่ 65 NTD แต่ปริมาณคือเยอะมาก กินถ้วยแรกก็แทบอิ่มแน่นท้องแล้ว

มันหวานทอดรถเข็น

เดินต่อมาเจอร้าน มันหวานทอด แบบรถเข็น เลยลองซื้อชิมดู เนื้อจะออกแห้งนิดๆ และแอบอมน้ำมันไปหน่อย สำหรับเราคือเฉยๆ ไม่ได้ว้าวมาก

Popcorn Chicken King ของทอดสายกรุบ

เดินมาอีกหน่อย เจอร้านของทอดสีแดงสะดุดตาตรงหัวมุมชื่อ Popcorn Chicken King

ร้านนี้มีของทอดให้เลือกเยอะมาก มีใบให้ติ๊กเมนูที่อยากกินแล้วเอาไปจ่ายเงิน จากนั้นรอเรียกคิว

เราเลือกสั่ง ไก่ทอด หนวดปลาหมึก และกุ้งทอด ส่วนตัวชอบมาก กรอบอร่อย เข้มข้น ใครมาแนะนำให้ลอง

ตัดเลี่ยนด้วยชาเลม่อน Punching Lemon Tea

จัดของทอดไปเยอะแล้ว ขอรีเฟรชปากด้วย ชาเลม่อน จากร้าน Punching Lemon Tea สีเขียวสะดุดตา แก้วนี้คือสดชื่นแบบจริงจัง

ปิดท้ายด้วยวาฟเฟิลฮ่องกง

ของหวานปิดท้ายคืนนี้คือร้าน Mammy Pancake วาฟเฟิลฮ่องกงชื่อดังจากฮ่องกงที่มาเปิดสาขาที่นี่

แป้งหอม หนึบกำลังดี เติมความสุขปิดท้ายวันแบบแน่นท้องสุดๆ

ปิดท้าย Day 1: อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ

คืนแรกในไทเปคือ อิ่มมากแบบเดินกลับแทบไม่ไหว ทั้งบะหมี่ ขนม ของทอด ชาเลม่อน และวาฟเฟิล เรียกว่าเก็บสตรีทฟู้ดซีเหมินติ้งไปได้หลายเจ้าในคืนเดียว

กลับถึงโรงแรมก็ได้เวลาพักผ่อน เตรียมลุย Day 2 ต่อ ใครชอบแนวเที่ยวเมือง กินง่าย เดิน MRT สบายๆ ทริปสั้นๆ แบบนี้นี่แหละเหมาะสุดๆ

แล้วไปต่อกันในวันถัดไป… พักก่อน แล้วค่อยลุยต่อในไทเปกันอีกวัน!