รับแอปรับแอป

มือถือ Xiaomi พังหมดประกันแล้ว? รวมรุ่นฮิต เช็กค่าซ่อม-ประเมินงบแบบไม่ต้องเดา

ธนบดี สุขสวัสดิ์01-29

เช็กค่าซ่อมก่อนส่งเข้าศูนย์ Xiaomi แบบไม่มโน

ใครใช้มือถือ Xiaomi, Redmi, POCO หรือแท็บเล็ตตระกูล Xiaomi อยู่ แล้วเริ่มรู้สึกว่า

  • เครื่องเริ่มรวน

  • จอร้าว แบตบวม ตกน้ำ

  • ที่หนักสุดคือ… ประกันหมดแล้ว!

ก่อนจะหิ้วเครื่องเข้าศูนย์แบบไม่รู้ราคา ลองมาดูภาพรวมรุ่นที่รองรับการซ่อม และแนวทางการประเมินค่าใช้จ่ายกันก่อน จะได้เตรียมงบถูก และไม่ต้องลุ้นหน้าสีตอนเจอใบเสนอราคา

ทริกเล็ก ๆ หากเปิดดูจากหน้าคอม สามารถกด `Ctrl + F` แล้วพิมพ์ชื่อรุ่น เพื่อไล่เช็กได้ไวขึ้น ส่วนในมือถือก็เลื่อนดูตามซีรีส์ที่ตัวเองใช้อยู่ได้เลย

ข้อมูลนี้เป็นราคาอะไหล่และค่าแรงสำหรับกรณี หมดประกัน แล้ว และใช้เป็นแนวทางประเมินเท่านั้น ราคาจริงให้ยึดตามใบเสนอราคาจากศูนย์ที่ตรวจเช็กเครื่องอีกที

Xiaomi Series: สายเรือธง – กึ่งเรือธง ต้องเช็กอะไรบ้าง

สาย Xiaomi Series จะเน้นรุ่นเรือธงและตัวท็อปที่หลายคนใช้ยาว ๆ พอพ้นประกันไป ถ้าเครื่องเริ่มมีปัญหา ค่าซ่อมมักจะสูงกว่ารุ่นเริ่มต้น เพราะอะไหล่เกรดสูงและฟีเจอร์แน่นกว่า

ตัวอย่างรุ่นยอดนิยมที่ยังสามารถเช็กและประเมินค่าซ่อมได้ มีทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า เช่น

  • Xiaomi 13T / 13T Pro หลายความจุ ทั้ง 12GB + 256GB, 12GB + 512GB, 16GB + 1TB

  • Xiaomi 13 / 13 Pro กลุ่มเรือธงที่สเปกจัดเต็ม

  • Xiaomi 12 Series ครบเซ็ต ทั้ง 12, 12T, 12 Pro หลายความจุ

  • Xiaomi 11 Series เช่น 11T, 11T Pro, 11 Lite 5G NE

  • สาย Mi Series รุ่นเก่า ตั้งแต่ Mi 11, Mi 10, Mi 10T, Mi Note 10, Mi 9, Mi 8, Mi Max, Mi Mix ไปจนถึงรุ่นคู่บุญอย่าง Mi A1, Mi A2, Mi A3 และ Mi Play

สรุปง่าย ๆ ถ้าคุณใช้ Xiaomi ตัวท็อปตั้งแต่ยุค Mi 8 ขึ้นมา มีโอกาสสูงที่ศูนย์ยังมีอะไหล่รองรับ และสามารถประเมินค่าซ่อมได้ก่อนตัดสินใจ

Redmi Series: สายคุ้มค่า ใช้กันทั้งบ้านก็ยังซ่อมได้

ฝั่ง Redmi Series คือซีรีส์ที่คนไทยใช้เยอะสุด เพราะราคาเป็นมิตร แต่สเปกดี ใช้กันเป็นเครื่องหลัก เครื่องสำรอง เครื่องผู้ใหญ่ที่บ้าน หรือเครื่องเด็กนักเรียน

รายชื่อรุ่นที่ยังรองรับอะไหล่และสามารถเช็กค่าซ่อมได้ มีไล่กันยาวตั้งแต่รุ่นใหม่จนถึงรุ่นในตำนาน เช่น

  • ตระกูล Redmi Note 12 Series ทั้ง 4G / 5G / Pro / Pro+ / S ครบ ๆ

  • รุ่นยอดฮิต Redmi Note 11 Series ทั้งตัวธรรมดา, Pro, 11S

  • Redmi Note 10 Series ทั้ง 4G, 5G, Pro, 10S

  • รุ่นก่อนหน้าอย่าง Redmi Note 9, 9T, 9S, 9 Pro

  • รุ่นเก๋าในตำนาน Redmi Note 8, 8 Pro, Note 7, Note 6 Pro, Note 5 และ Note 5A

  • กลุ่มเลขตัวเดียว เช่น Redmi 10, 10A, 10C, 9, 9A, 9C, 9T, 8, 8A, 7, 7A, 6, 6A, 5, 5A

  • สายพิเศษอย่าง Redmi S2, Redmi go, Redmi A1, A2, A2+

ข้อดีของ Redmi คือแม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่ยังมีอะไหล่รองรับหลายรุ่นมาก ทำให้คนที่ยังผูกพันกับเครื่องเก่า สามารถเลือกซ่อมแทนการเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ถ้างบยังไม่ถึง

POCO Series: เกมมิ่งจัดเต็ม พังแล้วซ่อมหรือเปลี่ยนดี?

ถ้าใช้ POCO ส่วนใหญ่จะเป็นสายเกมมิ่งหรือสายสเปกแรงคุ้มราคา รุ่นพวกนี้เวลาเสียมักจะเกิดจากการใช้งานหนัก เช่น เล่นเกมนาน เครื่องร้อน แบตเสื่อม หรือจอลั่นเพราะตกบ่อย

กลุ่มรุ่นที่ยังมีอะไหล่รองรับและสามารถประเมินค่าซ่อมได้ มีทั้ง

  • สาย F-Series ตัวแรง: POCO F5, F5 Pro, F4, F4 GT, F3, F2 Pro, F1

  • สาย M-Series ราคาเข้าถึงง่าย: POCO M5, M5s, M4 Pro, M3, M3 Pro

  • สาย X-Series เน้นจอใหญ่ ลื่น ๆ: POCO X5 5G, X5 Pro 5G, X4 GT, X4 Pro 5G, X3, X3 GT, X3 Pro

  • กลุ่มประหยัดสุดอย่าง POCO C40 ก็ยังมีอะไหล่ให้เช็ก

ถ้าเล่นเกมจัด ๆ แล้วเครื่องเริ่มมีอาการ เช่น เครื่องค้าง แบตหมดไว หน้าจอเบิร์น การซ่อมอาจช่วยยืดอายุเครื่องได้อีกหลายปี แต่ถ้าราคาอะไหล่ใกล้เคียงกับซื้อเครื่องใหม่ ก็ควรเปรียบเทียบให้ดี

แท็บเล็ต Xiaomi / Redmi Pad: จอล้มแต่ใจยังรัก

กลุ่มแท็บเล็ตก็มีข้อมูลอะไหล่ให้เช็กเหมือนกัน เหมาะกับคนที่ใช้ทำงาน เรียนออนไลน์ หรือดูหนังแล้วมือหลุด ทำจอร้าว เสียงหาย หรือแบตเริ่มเสื่อม

Xiaomi Pad Series ที่รองรับ เช่น

  • Xiaomi Pad 6 ทั้ง 8GB + 128GB และ 8GB + 256GB

  • Xiaomi Pad 5 ทั้ง 6GB + 128GB และ 6GB + 256GB

Redmi Pad Series ได้แก่

  • Redmi Pad ความจุ 4GB + 128GB และ 6GB + 128GB

  • Redmi Pad SE รุ่น 6GB + 128GB

ถ้าเครื่องยังใช้งานลื่น แต่ปัญหาหลักคือจอแตก แบตเสื่อม หรือพอร์ตชาร์จหลวม การซ่อมแท็บเล็ตมักคุ้มกว่าซื้อใหม่ โดยเฉพาะสายเรียนและสายดูซีรีส์ที่ผูกพันกับเครื่องเดิม

ทำความเข้าใจเรื่องราคาค่าซ่อม และเงื่อนไขสำคัญ

ก่อนจะตัดสินใจส่งเข้าศูนย์ ลองอ่านเงื่อนไขเหล่านี้ให้ครบ จะได้ไม่งงตอนเจอค่าใช้จ่ายจริง

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับราคา

  • ราคาที่ระบุเป็น เงินบาท และ รวมภาษีท้องถิ่น + ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เรียบร้อยแล้ว

  • ราคาที่เห็น เป็นเพียง ราคาอ้างอิงสำหรับงานซ่อมนอกประกัน ยังไม่ใช่ราคาฟันธง 100%

  • ราคาสุดท้ายจะอิงจาก ใบแจ้งหนี้ / ใบเสนอราคาจากศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตของ Xiaomi หลังตรวจเช็กเครื่องจริง

ขั้นตอนการประเมินจากศูนย์บริการ

  • เมื่อศูนย์ตรวจสอบสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว จะมีการ ยืนยันค่าใช้จ่ายทั้งหมด กับผู้ใช้ก่อนดำเนินการซ่อม

  • ถ้าตรวจพบว่า ต้องเปลี่ยนอะไหล่เพิ่มเติม จากที่ประเมินเบื้องต้น ผู้ใช้จะต้อง จ่ายเพิ่ม ตามอะไหล่ที่เปลี่ยนจริง

กรณีที่คุณเปลี่ยนใจไม่ซ่อม

  • ถ้าส่งเครื่องไปให้ศูนย์ตรวจเช็กแล้ว แต่สุดท้าย ไม่ตกลงซ่อม ผู้ใช้จะต้องจ่ายเฉพาะ ค่าแรงในการตรวจเช็ก

กรณีที่ตกลงซ่อมต่อ

  • ถ้าตัดสินใจซ่อม ศูนย์จะคิด เฉพาะค่าอะไหล่ + ค่าแรงซ่อม ตามที่แจ้งไว้

  • ราคาซ่อมสุดท้ายจะเป็นไปตามที่ศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Xiaomi เสนออย่างเป็นทางการ

จะซ่อมหรือซื้อใหม่? ใช้ลิสต์นี้ช่วยตัดสินใจ

เวลามือถือหรือแท็บเล็ตพัง หลายคนลังเล ระหว่างซ่อมกับซื้อใหม่ ลองใช้หลักคิดนี้ช่วยตัดสินใจ

  • ถ้าเครื่องอายุ ไม่เกิน 2–3 ปี และยังลื่นอยู่ เสียแค่จอ แบต หรือพอร์ตชาร์จ – ซ่อมมักคุ้มกว่า

  • ถ้าเครื่องเกิน 3–4 ปี แล้ว แถมเริ่มอัปเดตระบบไม่ไหว หรือเริ่มหน่วงหนัก – อาจพิจารณา เก็บเงินเปลี่ยนเครื่อง แทน

  • ถ้าค่าซ่อม เกินครึ่งหนึ่งของราคาเครื่องใหม่ ที่สเปกใกล้เคียงกัน การซื้อใหม่มักจะคุ้มในระยะยาว

สรุป:

  • ใช้ข้อมูลรุ่นด้านบนเพื่อเช็กว่ามือถือ / แท็บเล็ตของเรายังมีอะไหล่รองรับไหม

  • เตรียมใจและเตรียมงบจากราคาประเมิน

  • ส่งศูนย์ที่ได้รับอนุญาตของ Xiaomi เพื่อรับใบเสนอราคาจริงก่อนตัดสินใจ

แค่เช็กข้อมูลก่อนนิดเดียว ก็ช่วยให้การตัดสินใจเรื่องการซ่อม ง่ายขึ้น ประหยัดขึ้น และไม่ต้องลุ้นราคาแบบใจหาย อีกต่อไป