กันแดดเด็กจำเป็นแค่ไหน?
เพราะผิวของลูกน้อยบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การปล่อยให้ผิวสัมผัสแดดแรง ๆ โดยไม่มีตัวช่วยปกป้อง อาจนำไปสู่ผิวไหม้ แห้งกร้าน หรือระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะแดดเมืองไทยที่ร้อนแบบไม่เกรงใจเด็กเล็กเลยสักนิด
ดังนั้น ครีมกันแดดสำหรับเด็กที่อ่อนโยนและปลอดภัย จึงกลายเป็นไอเทมที่พ่อแม่ยุคใหม่ควรมีติดบ้าน และพกติดกระเป๋าเวลาออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านกับลูก
ด้านล่างนี้คือทั้ง ทริกเลือกกันแดดเด็กตามช่วงอายุ และลิสต์ ครีมกันแดดสำหรับเด็ก 10 ตัวน่าใช้ในปี 2025 ที่ช่วยให้ลูกน้อยเล่นสนุกกลางแดดได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เลือกครีมกันแดดเด็กอย่างไรให้เหมาะกับช่วงวัย
การเลือกกันแดดสำหรับเด็ก ไม่ใช่แค่ดูว่ามี SPF สูง ๆ แล้วจบ แต่ต้องดูทั้ง ช่วงอายุ ประเภทกันแดด และความอ่อนโยนของสูตร ไปพร้อมกันด้วย
สำหรับลูกอายุ 6 เดือน - 3 ปี
วัยนี้เพิ่งเริ่มออกไปเจอโลกภายนอก ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผิวยังบอบบางมาก จึงควรเลือก
เน้น ครีมกันแดดชนิด Physical (กันแดดเนื้อแมทสะท้อนแสง)
ค่า SPF ประมาณ 10 - 20 และระดับ PA++ ก็เพียงพอสำหรับการปกป้องในเวลาสั้น ๆ
ใช้สารกันแดดจากแร่ธาตุธรรมชาติ มีโอกาสระคายเคืองต่ำ
เนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
หัวใจสำคัญ คือความอ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวลูกระคายเคือง แม้จะทาซ้ำระหว่างวัน
สำหรับลูกอายุ 3 - 6 ปี
ช่วงนี้เป็นวัยพลังงานล้นตัว วิ่งเล่นกลางแดดบ่อยขึ้น ทั้งที่โรงเรียนและตอนออกไปทำกิจกรรมข้างนอก จึงต้องขยับระดับการปกป้องให้เหมาะสม
แนะนำค่า SPF 30 และ PA+++ ขึ้นไป
เลือกได้ทั้งกันแดดแบบ Physical, Chemical หรือ Hybrid
ควรเน้นสูตรที่ระบุว่า อ่อนโยน ปลอดภัยต่อผิวเด็ก ปราศจากสารระคายเคืองแรง ๆ
ใครที่ลูกชอบว่ายน้ำ วิ่งเล่นกลางแจ้งนาน ๆ ควรดูเพิ่มว่ากันแดดนั้น กันน้ำ กันเหงื่อ ได้ด้วยหรือไม่
สำหรับลูกอายุ 10 ปีขึ้นไป
เข้าสู่วัยเด็กโตหรือวัยรุ่นตอนต้น การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งกีฬาและกิจกรรมต่าง ๆ
สามารถใช้กันแดดเด็กที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 PA+++ ขึ้นไป
หรือจะเริ่มใช้ กันแดดสูตรผู้ใหญ่ ได้แล้ว แต่ต้องหลีกเลี่ยงสูตรที่มีสารเคมีแรง ๆ
ผิวเด็กยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ จึงควรเน้นสูตรอ่อนโยนและไม่อุดตันผิว
สรุปง่าย ๆ คือ ยิ่งโตสามารถใช้กันแดดใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ได้มากขึ้น แต่ ความอ่อนโยนยังต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
10 ครีมกันแดดสำหรับเด็กตัวเด็ดปี 2025
มาดูตัวช่วยกันแดดที่เหมาะกับลูกน้อยในแต่ละวัยกันบ้าง แต่ละตัวคัดมาเน้น ๆ เรื่องความอ่อนโยน และการปกป้องผิวจากรังสี UV
1. Kindee คินดี้ โลชั่นกันแดด ออร์แกนิค SPF50+ PA++++
กันแดดเด็กสายออร์แกนิคที่ควรมีติดบ้าน เนื้อโลชั่นบางเบา ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ได้ทุกวันแบบไม่หนักผิว
จุดเด่นคือ ช่วยปกป้องทั้งรังสี UV และฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอีกหนึ่งตัวการทำร้ายผิวเด็กในเมืองใหญ่ เหมาะกับบ้านไหนที่ต้องพาลูกออกนอกบ้านเป็นประจำ
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 150 ml
ค่า SPF : 50+
ราคา : 359 บาท (โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับร้าน)
2. ENFANT Organic Plus Face & Body Sunscreen Milky Light Lotion
กันแดดแบรนด์อองฟองต์ ขวัญใจบ้านที่มีเด็กเล็ก สูตรนี้เน้น ความอ่อนโยนและให้การปกป้องยาวนาน ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
อุดมด้วยสารสกัดออร์แกนิค 3 ชนิดที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวลูกน้อยนุ่ม ไม่แห้งหลังโดนแดด
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 70 ml
ค่า SPF : 50
ราคา : 275 บาท (แล้วแต่ร้าน)
3. La Roche-Posay Anthelios DERMO-PEDIATRICS BABY LOTION SPF50+
ตัวนี้เหมาะมากสำหรับ เด็กผิวบอบบางและระคายเคืองง่าย เพราะสูตรอ่อนโยนสุด ๆ
ปราศจากพาราเบน
ไม่มีน้ำหอม
กันน้ำ ช่วยให้ติดทนนานแม้เหงื่อออกหรือเล่นน้ำ
เนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนียว ทำให้ลูกไม่รู้สึกอึดอัดผิวเวลาทา
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 50 ml
ค่า SPF : 50+
ราคา : 770 บาท (แล้วแต่ร้าน)
4. Mustela Baby Sun Stick High Protection
กันแดดแบบแท่ง ใช้ง่าย พกสะดวก เหมาะกับการเติมระหว่างวัน โดยเฉพาะเวลาพาลูกออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ่อย ๆ
ส่วนผสมที่น่าสนใจคือ
Avocado Extract ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
Vitamin E ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและต้านอนุมูลอิสระ
กันน้ำและกันเหงื่อได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง
สูตรไม่ใส่น้ำหอม เหมาะมากสำหรับเด็กผิวบอบบาง
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 9 ml
ค่า SPF : 50
ราคา : 699 บาท (แล้วแต่ร้าน)
5. Biore UV Smooth Kids Milk
กันแดดเด็กเนื้อน้ำนมบางเบา ทาแล้วแทบไม่รู้สึกผิว เหมาะกับเด็กที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะบนตัว
สูตรนี้ ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และพาราเบน ช่วยลดโอกาสการแพ้หรือระคายเคือง พร้อมผสาน Shea Butter ช่วยบำรุงให้ผิวนิ่ม น่ากอดตลอดวัน
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 70 ml
ค่า SPF : 50+
ราคา : 490 บาท (แล้วแต่ร้าน)
6. ดีนี่ ออร์แกนิค เบบี้ ซันสกรีนโลชั่น
อีกหนึ่งกันแดดเด็กที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้ได้ทั้ง ผิวหน้าและผิวกาย ช่วยสะท้อนรังสี UVA/UVB ไม่ให้ซึมลงสู่ผิวโดยตรง
เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียว ทำให้ลูกสบายตัว สามารถออกไปลุยแดด ผจญภัยตามวัยได้โดยที่ผิวไม่หมองหรือไหม้แดดง่าย
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 50 ml
ค่า SPF : 46
ราคา : 225 บาท (แล้วแต่ร้าน)
7. Babbyboo Sun Kids Defender Sunscreen
กันแดดเด็กที่อัดแน่นด้วยการปกป้องทั้ง UVA1 / UVA2 / UVB โดยใช้ UV Filters แบบ Hybrid ที่ช่วยทั้งสะท้อนและดูดซับรังสี UV ไม่ให้ลงลึกถึงชั้นผิว
เหมาะกับเด็กที่ต้องอยู่กลางแดดนาน ๆ หรือทำกิจกรรมที่เจอแดดจัดอย่างต่อเนื่อง
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 50 ml
ค่า SPF : 50+
ราคา : 484 บาท (แล้วแต่ร้าน)
8. DMP Intensive Daily Baby Lotion
โลชั่นกันแดดที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้ง ผิวหน้าและผิวกาย ทาแล้วพร้อมออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแดดจัด
เนื้อครีมเป็นสูตร water base ทำให้สัมผัสบางเบา ไม่อุดตันผิว เหมาะกับเด็กที่เป็นผิวมันง่าย หรือกังวลเรื่องสิวผด สิวเม็ดเล็ก ๆ จากการอุดตัน
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 180 ml
ค่า SPF : 50
ราคา : 175 บาท (แล้วแต่ร้าน)
9. MAMOON Sunscreen For Kids
กันแดดเด็กที่เน้นทั้งการ ปกป้องและสะท้อนแดดในตัวเดียว เนื้อครีมซึมไว ให้ความรู้สึกเย็นสบายผิว ทาได้ทั้งหน้าและตัว
เหมาะสำหรับบ้านที่มองหากันแดดเด็กที่ ราคาจับต้องได้ แต่คุณภาพดี ลูกน้อยอายุเพียง 6 เดือนก็เริ่มใช้ได้แล้ว
เหมาะกับเด็กอายุ : 6 เดือนขึ้นไป
ขนาด : 50 g
ค่า SPF : 40
ราคา : 175 บาท (แล้วแต่ร้าน)
10. Banana Boat Kids Sensitive
กันแดดเด็กสายลุย เหมาะกับบ้านที่ลูกชอบเล่นกลางแจ้งแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะวิ่งเล่น เล่นทราย หรือกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ
ปกป้องผิวจากรังสี UV และ UVB
สูตรไม่แสบตา ช่วยให้ทาบริเวณใบหน้าได้สบายใจขึ้น
กันน้ำและทนเหงื่อ เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องเจอทั้งแดดและเหงื่อในเวลาเดียวกัน
เหมาะกับเด็กอายุ : 2 ปีขึ้นไป
ขนาด : 90 ml
ค่า SPF : 50+
ราคา : 199 บาท (แล้วแต่ร้าน)
สรุป: กันแดดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
จะเห็นได้ว่า ครีมกันแดดสำหรับเด็กในปัจจุบันไม่ได้เน้นแค่ค่า SPF สูง ๆ เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับความอ่อนโยน ส่วนผสมที่ปลอดภัย และเนื้อสัมผัสที่สบายผิวสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
เวลาเลือกกันแดดให้ลูก ลองเช็กตามนี้ทุกครั้ง
เลือกตามช่วงอายุของลูก
เลือกสูตรที่ระบุว่าเหมาะสำหรับเด็ก หรือสำหรับผิวบอบบาง
ดูค่า SPF และ PA ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การออกแดดของลูก
ทดลองทาบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วตัว หากไม่ระคายเคืองค่อยใช้ต่อเนื่อง
เมื่อลูกมีกันแดดดี ๆ เป็นเกราะป้องกัน ผิวก็ไม่ต้องเสี่ยงโดนแดดทำร้าย พ่อแม่ก็สบายใจ ปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นกลางแจ้งได้เต็มที่ตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น

