รับแอปรับแอป

สายกินห้ามพลาด! ลุยงาน THE WORLD IN ONE BITE 2025 กินรอบโลกในทริปเดียวที่เซ็นทรัล

ธนพล ศรีสวัสดิ์01-29

เปิดงานแล้ว! มหกรรมกินรอบโลกในคำเดียว

เทศกาลอาหารนานาชาติที่สายกินรอคอยกลับมาแบบจัดเต็มในงาน “THE WORLD IN ONE BITE 2025: TALK OF THE TASTE” ที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ผนึกกำลังกันเปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนรักอาหารจากทั่วโลก

คอนเซ็ปต์ปีนี้คือ “TALK OF THE TASTE” ให้รสชาติกลายเป็นบทสนทนา ชวนคุณมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวผ่านเมนูโปรด สร้างโมเมนต์ความอร่อยในแบบของตัวเอง

งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เมนูดังจากหลากหลายประเทศ แต่ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดครีเอทีฟ และดีลพิเศษที่สายกิน สายคาเฟ่ และสายปาร์ตี้ต้องมาโดน

  • MOUTHFUL TASTE รวม Food Pop-up สุดเก๋กว่า 200 ร้าน

  • BITE THE BEATS ดนตรีที่มาช่วยเพิ่มรสชาติความสนุก

  • SAVOUR THE MOMENT เวิร์กช็อปและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

  • MIX & MASH Collaboration เด็ดจากเชฟและบาร์ชื่อดัง

  • DELICIOUS DEALS สิทธิพิเศษจัดหนักทุกโซน

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ยังได้การสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, มิชลินไกด์ และ THE COFFEE CALLING BKK 2025 ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์กิน–ดื่มให้พรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น

MOUTH‘FULL’ MArket: สวรรค์ของนักกิน 200 ร้านในที่เดียว

โซนที่คึกคักตั้งแต่วันแรกต้องยกให้ MOUTH‘FULL’ MArket ที่รวมร้านเด็ดกว่า 200 ร้านมาไว้ในที่เดียว ครบทุกสายตั้งแต่เฮลตี้ยันเมนูในตำนาน พร้อมเครื่องดื่มและของหวานแบบจัดเต็ม

  • HONEST TRUTHS ชั้น 3 จุดนัดพบของสายเฮลตี้ รวมกว่า 20 ร้านอาหารคลีนที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ

  • SWEET TALK ชั้น 4 โลกของคนรักขนมหวาน กับเบเกอรี่ชื่อดังมากกว่า 30 ร้าน

  • FULL AND FULLING ชั้น 5 ดินแดนเมนูระดับตำนานจากกว่า 30 ร้านดัง ที่สายกินต้องแวะเก็บให้ครบ

สายกาแฟ–สายสตรีทฟู้ดไทย ต้องแวะสองโซนนี้

Spill the Beans: สวรรค์ของคอกาแฟที่ Open House

โซน Spill the Beans by Open House x The Coffee Calling เนรมิตพื้นที่ Open House ชั้น 6 ให้กลายเป็นโลกของเมล็ดกาแฟ

ที่นี่คุณจะได้พบกับ

  • กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพจากหลากหลายแบรนด์

  • เวิร์กช็อปเข้มข้นเกี่ยวกับการชงกาแฟ

  • การแข่งขันบาริสต้า และเสวนาจากกูรูสายกาแฟตัวจริง

Thai Street Tales: ตะลุยสตรีทฟู้ดไทยแท้

ที่ Thai Street Tales by Eathai ชั้น LG คือโซนที่สายสตรีทฟู้ดต้องเลี้ยวเข้าให้ไว เพราะนี่คือการรวบรวมความอร่อยแบบไทยดั้งเดิม

  • มี FOOD POP-UPS ที่คัดสรรโดย มิชลินไกด์ และการันตีด้วย MICHELIN BIB GOURMAND

  • มีเมนูพิเศษอย่าง Eathai Exclusive Menu – Afternoon Tea Set ชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทย พร้อมชมการแสดงหุ่นกระบอกและดนตรีไทยจาก Traditional Music & Thai Show by Joe Louis Puppet

SAVOUR THE MOMENT: แฟนคลับ–สายเวิร์กช็อปห้ามพลาด

กิจกรรม SAVOUR THE MOMENT เอาใจทั้งสายกินและสายแฟนด้อม ด้วยมุมให้คุณได้ใกล้ชิดศิลปิน พร้อมชิมเมนูพิเศษไปด้วย

หนึ่งในไฮไลต์คือ TEA TIME WITH PERSES ที่ 3 หนุ่ม PERSES “จั๋ง วิกร”, “ปลั๊กกี้ ธรากร” และ “เน ณรัณ” ลงมือแต่ง AFTERNOON TEA SET ด้วยตัวเอง

ในเซ็ตมีของดีแบบไทยๆ อย่าง

  • ข้าวเหนียวมะม่วง

  • กล้วยทอด

  • ขนมครก

  • ขนมถ้วย

  • สาคูปากหม้อ

ทั้งหมดคือเมนูเด่นจาก Eathai ที่เสิร์ฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น แถมยังมีกิจกรรมทำบุญร่วมกับมูลนิธิเพื่อสนับสนุนโครงการสวนผักในเมืองอีกด้วย

ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมี

  • KANOM KROK WORKSHOP ให้คุณลองทำขนมครกในสไตล์ของตัวเอง

  • ลุ้นรางวัล ‘SOI DAO’ LUCKY DRAW เมื่อมียอดใช้จ่ายครบตามที่กำหนดจากโซน EATHAI

THE SUGARSCAPE: อาณาจักรมาการองและขนมหวานสุดแฟนตาซี

ชั้น 4 ถูกแปลงโฉมเป็นโลกของคนรักของหวานในโซน THE SUGARSCAPE ที่ทั้งน่ากินและน่าถ่ายรูปไปพร้อมกัน

ไฮไลต์สำคัญได้แก่

  • LE PETIT CAFÉ BY SOURI กับ SOURI Pop-up ดีไซน์น่ารักสุดคิ้วท์

  • เมนู Fruity White Tea Macaron รสพิเศษจากฝีมือ “วิน เมธวิน” ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

  • กิจกรรม SWEET MACARONS WITH WIN METAWIN พร้อมร่วมทำบุญเพื่อสนับสนุนโครงการสวนผักในเมือง

และอย่าลืมไปถ่ายรูปที่โซน FEED YOUR FEED มุมเช็กอินสุดอลัง ที่มีมาการองยักษ์และขนมหวานแฟนตาซีตั้งเรียงราย ให้ฟีดโซเชียลของคุณดูหวานจนคนต้องถามว่า “ไปที่ไหนมา?”

TASTE IN THE SKY: สายดื่ม–สายดนตรีรวมตัวที่ SIWILAI CITY CLUB

โซนต่อไปอยู่ที่ SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5 ในธีม TASTE IN THE SKY BY SIWILAI CITY CLUB ที่รวมทั้งอาหาร ค็อกเทล และดนตรีไว้ในบรรยากาศสุดชิค

  • KITCHEN TAKEOVER โดย “THE SHOYU STAND” เสิร์ฟราเม็งสูตรลับเฉพาะงานนี้ และ “ครัวบ้านอิน” – “แก้วลูน” ที่ยกเมนูอาหารไทยรสเข้มข้นมาให้ชิม

  • BAR TAKEOVER จาก “BAR NOT FOUND” และ “THE CONTINENTAL BAR” ที่พาค็อกเทลบาร์ดังจากเชียงใหม่มาสร้างสีสัน

  • เสริมด้วย Saturday Night music ที่ขนดีเจและศิลปินในตำนานจากวงดังมาสร้างบรรยากาศ

ยังมี

  • COFFEE CORNER จาก SIWILAI CITY CLUB สำหรับคนที่อยากจิบกาแฟท่ามกลางวิวเมือง

  • KIDS’CHEN WORKSHOP ให้เด็กๆ ได้แต่งหน้า PETIT FOURS กับเชฟจาก DADDY FARMHOUSE

  • และช่วงเวลาสุดคุ้มกับ HAPPY HOUR ทุกวันอาทิตย์–พฤหัสบดี ในช่วงเย็นแบบชิลๆ

เมนูพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลจากร้านในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

นอกจากบรรดา Pop-up แล้ว ร้านอาหารและคาเฟ่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซียังปล่อยเมนูพิเศษเฉพาะช่วงงานนี้ ให้สายกินได้ออกล่าเมนูลิมิเต็ดกันอย่างสนุก

ตัวอย่างเมนูห้ามพลาด เช่น

  • Butterflypea lemon & Roselle sorbet จาก ALBERO เจลาโต้ซอร์เบต์อัญชัน–กระเจี๊ยบมะนาว สดชื่นสีสวย

  • Truffle Roast Beef Set จาก IPPUDO ราเมงหอมทรัฟเฟิลสุดเข้มข้น

  • Gyokuro Matcha Shaved Ice จาก THE DESSERT BY KAITHONG ORIGINAL น้ำแข็งไสชาเขียวเกียวคุโระพรีเมียม เสิร์ฟคู่คุโรมิสึและโมจิ

  • เมนูสไตล์ไทยโมเดิร์นอย่าง ข้าวผัด LA ข้าวผัดแจ่วบอง และ Duck บงชูส์ เป็ดกงฟีซอสน้ำตก เสิร์ฟกับข้าวจี่และผักแกล้ม จาก THE HUNGRY DUCK BY GINGER FARM KITCHEN

Pop the Town ที่เซ็นทรัลชิดลม: สตรีทฟู้ด–เวิร์กช็อป–คราฟต์ดริงก์ครบในโซนเดียว

ฝั่ง ห้างเซ็นทรัลชิดลม ก็ไม่น้อยหน้า จัดโซน “Pop the Town” บริเวณ Public Lane & Public Market ชั้น 1 ที่รวมทั้งร้านป๊อปอัปสุดฮอต เมนูพิเศษ และคอนเซ็ปต์สนุกๆ เอาไว้ด้วยกัน

ภายในโซนนี้คุณจะได้เจอทั้ง

  • ร้านอาหารและสินค้าพิเศษที่มีเฉพาะในงาน

  • บรรยากาศคึกคักจาก WEEKEND DJ SHOWS ทุกสุดสัปดาห์

  • เวิร์กช็อปสุดครีเอทีฟแบบจำนวนจำกัด เช่น
    • THOMAS & KONG D.I.Y. PUDDING BY BA HAO TIAN MI เปลี่ยนพุดดิ้งให้กลายเป็นขนมหน้าตาเก๋

    • FAMOUS CHOCOLATE MOUSSE BY THE ROLLING PINN’ EXCLUSIVE WORKSHOP เวิร์กช็อปทำช็อกโกแลตมูสสูตรดัง

    • TAPROOM CIDER TASTING ชิมไซเดอร์จาก Taproom

    • DESIGN YOUR OWN PORKY MASTERPIECE BY JAO KHAO SOI KITCHEN แต่งหน้าข้าวเหนียวหน้าหมูในแบบของตัวเอง

    • SUGAR TASTING BAR BY SAI SAI เปิดโลกใหม่ของน้ำตาลโตนดที่ต้องลองด้วยตัวเอง

ใกล้กันยังมีโซน “Hidden Sips & Bites” ที่ Rest Area, Public Lane ชั้น 1 ให้คุณแวะพักจิบคราฟต์เบียร์ ไวน์ หรือแวะกินเบอร์เกอร์ฉ่ำๆ พร้อมดนตรีจากวงอะคูสติกในบรรยากาศสุดชิล

และยังมีครั้งแรกของ “TOD’S ICE CREAME CART” ที่ยกไอศกรีมเจลาโต้รสพิเศษมาให้ลองเฉพาะในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น

เมนูค็อกเทลที่ต้องลองสำหรับสายดื่มคือ “MISS Z REVERIE” ค็อกเทลสุดครีเอทีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ CHIRSTIAN LOUBOUTIN BAR ภายในช่วงเวลาที่กำหนด

Mad Face: Nerves and Senses – ดินเนอร์ที่กินด้วยทุกประสาทสัมผัส

จุดพีคอีกโซนต้องยกให้ “Mad Face: Nerves and Senses” ที่ The Event Hall ชั้น 2 ซึ่งออกแบบมาให้การกินไม่ได้ใช้แค่ลิ้น แต่ใช้ทั้งตา หู จมูก และความรู้สึกไปพร้อมกัน

ในโซนนี้ Mad Face ร่วมมือกับ Good Goods, โครงการจริงใจมาร์เก็ต, ทีมเชฟ และศิลปินจากกลุ่ม Bangkok Community Radio เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Edible Perception, Beyond Taste

ภายในงานมีทั้ง

  • นิทรรศการอาหารรูปแบบใหม่ที่ดีไซน์ให้รสชาติ ศิลปะ แสง สี เสียง และกลิ่นผสมกันอย่างลงตัว

  • เวิร์กช็อป “Beyond Food” ที่ชวนสำรวจมิติลึกของรสชาติและการรับรู้

  • มุมชมภาพยนตร์ชวนหิวที่ทำให้มื้ออาหารของคุณอร่อยยิ่งขึ้น

  • มุมร้านชำที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรอย่างยั่งยืน

  • บาร์เครื่องดื่มที่มีทั้งโซดา ค็อกเทล ไวน์ธรรมชาติ และม็อกเทลให้เลือก

  • ฟู้ดอินสตอลเลชั่นสุดล้ำที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ “เล่น” กับอาหาร

  • โอกาสเข้าร่วมไพรเวทดินเนอร์สไตล์ Chef Table สุดพิเศษ

  • ปาร์ตี้สุดสัปดาห์ และโซน “MUSIC & SOUNDSCAPES BY MAD FACE” ที่ช่วยเติมสีสันให้ทุกช่วงเวลาในงาน

จุดเด่นของโซนนี้คือประสบการณ์กินที่เหนือกว่าแค่คำว่าอร่อย แต่คือการได้ “รู้สึก” ไปกับทุกเมนูจริงๆ

Home Kitchen Workshop & Lofter: สนุกกับการลงมือทำเอง

ขยับขึ้นไปที่ชั้น 4 มี Home Kitchen Workshop ที่รวมคลาสทำอาหารและขนมแบบเข้มข้น แต่เป็นกันเอง

กิจกรรมเด่น เช่น

  • LUXURY MOCKTAIL SHOWCASE BY ITALASIA X VOGUE โชว์เคสม็อกเทล ชิมไวน์ เรียนทำไฮบอลและค็อกเทลแบบ D.I.Y.

  • MATCHA CHEESECAKE BY FOODED.CO เวิร์กช็อปทำมัทฉะชีสเค้กหอมมัน

  • MINI PORK BURGER BY TEFAL NUTRITIONIST คลาสทำมินิเบอร์เกอร์หมูแบบฟินๆ

  • TAKOYAKI WORKSHOP WITH ZOJIRUSHI ให้คุณลองทำทาโกะยากิสไตล์ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ส่วนที่ Lofter ชั้น 6 เอาใจสายกิจกรรมที่อยากมาแบบทั้งกินทั้งสนุกไปพร้อมกัน โดยมี THOMAS & KONG พาเข้าดูโลกของสตรีทฟู้ดและเมนูสุดครีเอทีฟ

กิจกรรมในโซนนี้ เช่น

  • ROTI SHOWCASE by Roti Street โชว์ปั้นโรตีสไตล์สตรีทฟู้ด

  • PIZZA BATTLE การดวลไอเดียสร้างสรรค์พิซซ่า โดยบาร์อิตาเลีย บาย จีจี้

  • เดโม่ทำโบ๊กเกี้ยน้ำแข็งใส ขนมหวานเย็นสไตล์ยศเส จากร้านยศเส (เจยัง)

  • ปิดท้ายด้วย THOMAS – KONG SMOOTHIE SHOWDOWN ที่สองคนนี้จะมาโชว์สูตรสมูทตี้พิเศษ และวางจำหน่ายเฉพาะที่ LOFTER

สรุป: มางานเดียวเหมือนได้กินทั้งโลก

THE WORLD IN ONE BITE 2025: TALK OF THE TASTE คืออีเวนต์ที่ไม่ได้ให้คุณแค่มาอิ่มท้อง แต่พาไปสัมผัสวัฒนธรรมรอบโลกผ่านรสชาติ เมนูสร้างสรรค์ และกิจกรรมสนุกๆ ทั้งวัน

  • สายสตรีทฟู้ด จะฟินกับโซน Thai Street Tales และ Pop the Town

  • สายของหวาน ห้ามพลาด THE SUGARSCAPE และบรรดาเมนูลิมิเต็ดจากร้านดัง

  • สายกาแฟ สายดื่ม และสายปาร์ตี้ จะรักโซน Spill the Beans, SIWILAI CITY CLUB และ Mad Face

  • สายเวิร์กช็อปและครอบครัว ก็มีคลาสทำอาหาร ขนม และกิจกรรมสำหรับเด็กให้เลือกเพียบ

ถ้าคุณเชื่อว่า “ทุกคำที่ถูกพูดถึง…ต้องเป็นรสชาติที่ควรไปลอง” งานนี้คือจุดหมายที่ต้องปักหมุด แล้วพุ่งตัวไปชิมด้วยตัวเองเท่านั้น