เปิดงานแล้ว! มหกรรมกินรอบโลกในคำเดียว

เทศกาลอาหารนานาชาติที่สายกินรอคอยกลับมาแบบจัดเต็มในงาน “THE WORLD IN ONE BITE 2025: TALK OF THE TASTE” ที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ผนึกกำลังกันเปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนรักอาหารจากทั่วโลก
คอนเซ็ปต์ปีนี้คือ “TALK OF THE TASTE” ให้รสชาติกลายเป็นบทสนทนา ชวนคุณมาแลกเปลี่ยนเรื่องราวผ่านเมนูโปรด สร้างโมเมนต์ความอร่อยในแบบของตัวเอง
งานนี้ไม่ได้มีดีแค่เมนูดังจากหลากหลายประเทศ แต่ยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดครีเอทีฟ และดีลพิเศษที่สายกิน สายคาเฟ่ และสายปาร์ตี้ต้องมาโดน
MOUTHFUL TASTE รวม Food Pop-up สุดเก๋กว่า 200 ร้าน
BITE THE BEATS ดนตรีที่มาช่วยเพิ่มรสชาติความสนุก
SAVOUR THE MOMENT เวิร์กช็อปและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
MIX & MASH Collaboration เด็ดจากเชฟและบาร์ชื่อดัง
DELICIOUS DEALS สิทธิพิเศษจัดหนักทุกโซน
เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ยังได้การสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, มิชลินไกด์ และ THE COFFEE CALLING BKK 2025 ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์กิน–ดื่มให้พรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น

MOUTH‘FULL’ MArket: สวรรค์ของนักกิน 200 ร้านในที่เดียว
โซนที่คึกคักตั้งแต่วันแรกต้องยกให้ MOUTH‘FULL’ MArket ที่รวมร้านเด็ดกว่า 200 ร้านมาไว้ในที่เดียว ครบทุกสายตั้งแต่เฮลตี้ยันเมนูในตำนาน พร้อมเครื่องดื่มและของหวานแบบจัดเต็ม
HONEST TRUTHS ชั้น 3 จุดนัดพบของสายเฮลตี้ รวมกว่า 20 ร้านอาหารคลีนที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ
SWEET TALK ชั้น 4 โลกของคนรักขนมหวาน กับเบเกอรี่ชื่อดังมากกว่า 30 ร้าน
FULL AND FULLING ชั้น 5 ดินแดนเมนูระดับตำนานจากกว่า 30 ร้านดัง ที่สายกินต้องแวะเก็บให้ครบ


สายกาแฟ–สายสตรีทฟู้ดไทย ต้องแวะสองโซนนี้
Spill the Beans: สวรรค์ของคอกาแฟที่ Open House

โซน Spill the Beans by Open House x The Coffee Calling เนรมิตพื้นที่ Open House ชั้น 6 ให้กลายเป็นโลกของเมล็ดกาแฟ
ที่นี่คุณจะได้พบกับ
กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพจากหลากหลายแบรนด์
เวิร์กช็อปเข้มข้นเกี่ยวกับการชงกาแฟ
การแข่งขันบาริสต้า และเสวนาจากกูรูสายกาแฟตัวจริง
Thai Street Tales: ตะลุยสตรีทฟู้ดไทยแท้
ที่ Thai Street Tales by Eathai ชั้น LG คือโซนที่สายสตรีทฟู้ดต้องเลี้ยวเข้าให้ไว เพราะนี่คือการรวบรวมความอร่อยแบบไทยดั้งเดิม
มี FOOD POP-UPS ที่คัดสรรโดย มิชลินไกด์ และการันตีด้วย MICHELIN BIB GOURMAND
มีเมนูพิเศษอย่าง Eathai Exclusive Menu – Afternoon Tea Set ชุดน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทย พร้อมชมการแสดงหุ่นกระบอกและดนตรีไทยจาก Traditional Music & Thai Show by Joe Louis Puppet

SAVOUR THE MOMENT: แฟนคลับ–สายเวิร์กช็อปห้ามพลาด
กิจกรรม SAVOUR THE MOMENT เอาใจทั้งสายกินและสายแฟนด้อม ด้วยมุมให้คุณได้ใกล้ชิดศิลปิน พร้อมชิมเมนูพิเศษไปด้วย
หนึ่งในไฮไลต์คือ TEA TIME WITH PERSES ที่ 3 หนุ่ม PERSES “จั๋ง วิกร”, “ปลั๊กกี้ ธรากร” และ “เน ณรัณ” ลงมือแต่ง AFTERNOON TEA SET ด้วยตัวเอง
ในเซ็ตมีของดีแบบไทยๆ อย่าง
ข้าวเหนียวมะม่วง
กล้วยทอด
ขนมครก
ขนมถ้วย
สาคูปากหม้อ
ทั้งหมดคือเมนูเด่นจาก Eathai ที่เสิร์ฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น แถมยังมีกิจกรรมทำบุญร่วมกับมูลนิธิเพื่อสนับสนุนโครงการสวนผักในเมืองอีกด้วย
ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมี
KANOM KROK WORKSHOP ให้คุณลองทำขนมครกในสไตล์ของตัวเอง
ลุ้นรางวัล ‘SOI DAO’ LUCKY DRAW เมื่อมียอดใช้จ่ายครบตามที่กำหนดจากโซน EATHAI


THE SUGARSCAPE: อาณาจักรมาการองและขนมหวานสุดแฟนตาซี
ชั้น 4 ถูกแปลงโฉมเป็นโลกของคนรักของหวานในโซน THE SUGARSCAPE ที่ทั้งน่ากินและน่าถ่ายรูปไปพร้อมกัน
ไฮไลต์สำคัญได้แก่
LE PETIT CAFÉ BY SOURI กับ SOURI Pop-up ดีไซน์น่ารักสุดคิ้วท์
เมนู Fruity White Tea Macaron รสพิเศษจากฝีมือ “วิน เมธวิน” ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
กิจกรรม SWEET MACARONS WITH WIN METAWIN พร้อมร่วมทำบุญเพื่อสนับสนุนโครงการสวนผักในเมือง
และอย่าลืมไปถ่ายรูปที่โซน FEED YOUR FEED มุมเช็กอินสุดอลัง ที่มีมาการองยักษ์และขนมหวานแฟนตาซีตั้งเรียงราย ให้ฟีดโซเชียลของคุณดูหวานจนคนต้องถามว่า “ไปที่ไหนมา?”
TASTE IN THE SKY: สายดื่ม–สายดนตรีรวมตัวที่ SIWILAI CITY CLUB
โซนต่อไปอยู่ที่ SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5 ในธีม TASTE IN THE SKY BY SIWILAI CITY CLUB ที่รวมทั้งอาหาร ค็อกเทล และดนตรีไว้ในบรรยากาศสุดชิค
KITCHEN TAKEOVER โดย “THE SHOYU STAND” เสิร์ฟราเม็งสูตรลับเฉพาะงานนี้ และ “ครัวบ้านอิน” – “แก้วลูน” ที่ยกเมนูอาหารไทยรสเข้มข้นมาให้ชิม
BAR TAKEOVER จาก “BAR NOT FOUND” และ “THE CONTINENTAL BAR” ที่พาค็อกเทลบาร์ดังจากเชียงใหม่มาสร้างสีสัน
เสริมด้วย Saturday Night music ที่ขนดีเจและศิลปินในตำนานจากวงดังมาสร้างบรรยากาศ
ยังมี
COFFEE CORNER จาก SIWILAI CITY CLUB สำหรับคนที่อยากจิบกาแฟท่ามกลางวิวเมือง
KIDS’CHEN WORKSHOP ให้เด็กๆ ได้แต่งหน้า PETIT FOURS กับเชฟจาก DADDY FARMHOUSE
และช่วงเวลาสุดคุ้มกับ HAPPY HOUR ทุกวันอาทิตย์–พฤหัสบดี ในช่วงเย็นแบบชิลๆ





เมนูพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลจากร้านในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
นอกจากบรรดา Pop-up แล้ว ร้านอาหารและคาเฟ่ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซียังปล่อยเมนูพิเศษเฉพาะช่วงงานนี้ ให้สายกินได้ออกล่าเมนูลิมิเต็ดกันอย่างสนุก
ตัวอย่างเมนูห้ามพลาด เช่น
Butterflypea lemon & Roselle sorbet จาก ALBERO เจลาโต้ซอร์เบต์อัญชัน–กระเจี๊ยบมะนาว สดชื่นสีสวย
Truffle Roast Beef Set จาก IPPUDO ราเมงหอมทรัฟเฟิลสุดเข้มข้น
Gyokuro Matcha Shaved Ice จาก THE DESSERT BY KAITHONG ORIGINAL น้ำแข็งไสชาเขียวเกียวคุโระพรีเมียม เสิร์ฟคู่คุโรมิสึและโมจิ
เมนูสไตล์ไทยโมเดิร์นอย่าง ข้าวผัด LA ข้าวผัดแจ่วบอง และ Duck บงชูส์ เป็ดกงฟีซอสน้ำตก เสิร์ฟกับข้าวจี่และผักแกล้ม จาก THE HUNGRY DUCK BY GINGER FARM KITCHEN
Pop the Town ที่เซ็นทรัลชิดลม: สตรีทฟู้ด–เวิร์กช็อป–คราฟต์ดริงก์ครบในโซนเดียว
ฝั่ง ห้างเซ็นทรัลชิดลม ก็ไม่น้อยหน้า จัดโซน “Pop the Town” บริเวณ Public Lane & Public Market ชั้น 1 ที่รวมทั้งร้านป๊อปอัปสุดฮอต เมนูพิเศษ และคอนเซ็ปต์สนุกๆ เอาไว้ด้วยกัน
ภายในโซนนี้คุณจะได้เจอทั้ง
ร้านอาหารและสินค้าพิเศษที่มีเฉพาะในงาน
บรรยากาศคึกคักจาก WEEKEND DJ SHOWS ทุกสุดสัปดาห์
- เวิร์กช็อปสุดครีเอทีฟแบบจำนวนจำกัด เช่น
THOMAS & KONG D.I.Y. PUDDING BY BA HAO TIAN MI เปลี่ยนพุดดิ้งให้กลายเป็นขนมหน้าตาเก๋
FAMOUS CHOCOLATE MOUSSE BY THE ROLLING PINN’ EXCLUSIVE WORKSHOP เวิร์กช็อปทำช็อกโกแลตมูสสูตรดัง
TAPROOM CIDER TASTING ชิมไซเดอร์จาก Taproom
DESIGN YOUR OWN PORKY MASTERPIECE BY JAO KHAO SOI KITCHEN แต่งหน้าข้าวเหนียวหน้าหมูในแบบของตัวเอง
SUGAR TASTING BAR BY SAI SAI เปิดโลกใหม่ของน้ำตาลโตนดที่ต้องลองด้วยตัวเอง
ใกล้กันยังมีโซน “Hidden Sips & Bites” ที่ Rest Area, Public Lane ชั้น 1 ให้คุณแวะพักจิบคราฟต์เบียร์ ไวน์ หรือแวะกินเบอร์เกอร์ฉ่ำๆ พร้อมดนตรีจากวงอะคูสติกในบรรยากาศสุดชิล
และยังมีครั้งแรกของ “TOD’S ICE CREAME CART” ที่ยกไอศกรีมเจลาโต้รสพิเศษมาให้ลองเฉพาะในช่วงเทศกาลนี้เท่านั้น
เมนูค็อกเทลที่ต้องลองสำหรับสายดื่มคือ “MISS Z REVERIE” ค็อกเทลสุดครีเอทีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ CHIRSTIAN LOUBOUTIN BAR ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
Mad Face: Nerves and Senses – ดินเนอร์ที่กินด้วยทุกประสาทสัมผัส
จุดพีคอีกโซนต้องยกให้ “Mad Face: Nerves and Senses” ที่ The Event Hall ชั้น 2 ซึ่งออกแบบมาให้การกินไม่ได้ใช้แค่ลิ้น แต่ใช้ทั้งตา หู จมูก และความรู้สึกไปพร้อมกัน
ในโซนนี้ Mad Face ร่วมมือกับ Good Goods, โครงการจริงใจมาร์เก็ต, ทีมเชฟ และศิลปินจากกลุ่ม Bangkok Community Radio เพื่อสร้างประสบการณ์แบบ Edible Perception, Beyond Taste
ภายในงานมีทั้ง
นิทรรศการอาหารรูปแบบใหม่ที่ดีไซน์ให้รสชาติ ศิลปะ แสง สี เสียง และกลิ่นผสมกันอย่างลงตัว
เวิร์กช็อป “Beyond Food” ที่ชวนสำรวจมิติลึกของรสชาติและการรับรู้
มุมชมภาพยนตร์ชวนหิวที่ทำให้มื้ออาหารของคุณอร่อยยิ่งขึ้น
มุมร้านชำที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรอย่างยั่งยืน
บาร์เครื่องดื่มที่มีทั้งโซดา ค็อกเทล ไวน์ธรรมชาติ และม็อกเทลให้เลือก
ฟู้ดอินสตอลเลชั่นสุดล้ำที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ “เล่น” กับอาหาร
โอกาสเข้าร่วมไพรเวทดินเนอร์สไตล์ Chef Table สุดพิเศษ
ปาร์ตี้สุดสัปดาห์ และโซน “MUSIC & SOUNDSCAPES BY MAD FACE” ที่ช่วยเติมสีสันให้ทุกช่วงเวลาในงาน
จุดเด่นของโซนนี้คือประสบการณ์กินที่เหนือกว่าแค่คำว่าอร่อย แต่คือการได้ “รู้สึก” ไปกับทุกเมนูจริงๆ
Home Kitchen Workshop & Lofter: สนุกกับการลงมือทำเอง
ขยับขึ้นไปที่ชั้น 4 มี Home Kitchen Workshop ที่รวมคลาสทำอาหารและขนมแบบเข้มข้น แต่เป็นกันเอง
กิจกรรมเด่น เช่น
LUXURY MOCKTAIL SHOWCASE BY ITALASIA X VOGUE โชว์เคสม็อกเทล ชิมไวน์ เรียนทำไฮบอลและค็อกเทลแบบ D.I.Y.
MATCHA CHEESECAKE BY FOODED.CO เวิร์กช็อปทำมัทฉะชีสเค้กหอมมัน
MINI PORK BURGER BY TEFAL NUTRITIONIST คลาสทำมินิเบอร์เกอร์หมูแบบฟินๆ
TAKOYAKI WORKSHOP WITH ZOJIRUSHI ให้คุณลองทำทาโกะยากิสไตล์ญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
ส่วนที่ Lofter ชั้น 6 เอาใจสายกิจกรรมที่อยากมาแบบทั้งกินทั้งสนุกไปพร้อมกัน โดยมี THOMAS & KONG พาเข้าดูโลกของสตรีทฟู้ดและเมนูสุดครีเอทีฟ
กิจกรรมในโซนนี้ เช่น
ROTI SHOWCASE by Roti Street โชว์ปั้นโรตีสไตล์สตรีทฟู้ด
PIZZA BATTLE การดวลไอเดียสร้างสรรค์พิซซ่า โดยบาร์อิตาเลีย บาย จีจี้
เดโม่ทำโบ๊กเกี้ยน้ำแข็งใส ขนมหวานเย็นสไตล์ยศเส จากร้านยศเส (เจยัง)
ปิดท้ายด้วย THOMAS – KONG SMOOTHIE SHOWDOWN ที่สองคนนี้จะมาโชว์สูตรสมูทตี้พิเศษ และวางจำหน่ายเฉพาะที่ LOFTER
สรุป: มางานเดียวเหมือนได้กินทั้งโลก
THE WORLD IN ONE BITE 2025: TALK OF THE TASTE คืออีเวนต์ที่ไม่ได้ให้คุณแค่มาอิ่มท้อง แต่พาไปสัมผัสวัฒนธรรมรอบโลกผ่านรสชาติ เมนูสร้างสรรค์ และกิจกรรมสนุกๆ ทั้งวัน
สายสตรีทฟู้ด จะฟินกับโซน Thai Street Tales และ Pop the Town
สายของหวาน ห้ามพลาด THE SUGARSCAPE และบรรดาเมนูลิมิเต็ดจากร้านดัง
สายกาแฟ สายดื่ม และสายปาร์ตี้ จะรักโซน Spill the Beans, SIWILAI CITY CLUB และ Mad Face
สายเวิร์กช็อปและครอบครัว ก็มีคลาสทำอาหาร ขนม และกิจกรรมสำหรับเด็กให้เลือกเพียบ
ถ้าคุณเชื่อว่า “ทุกคำที่ถูกพูดถึง…ต้องเป็นรสชาติที่ควรไปลอง” งานนี้คือจุดหมายที่ต้องปักหมุด แล้วพุ่งตัวไปชิมด้วยตัวเองเท่านั้น

