ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

การเดินไม่เท่ากันทุกก้าว เมื่อจังหวะและความเร็วคือหัวใจของสุขภาพหัวใจ

การเดินเร็วคือรูปแบบการเดินที่เพิ่มความเร็วและความเข้มข้นการออกกำลังจนหัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจแรงขึ้น และรู้สึกว่าร่างกายกำลังทำงานแต่ยังพูดคุยได้ การเดินลักษณะนี้เน้นจังหวะก้าวที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญให้ทำงานมากกว่าการเดินช้าแบบสบาย จึงจัดเป็นการออกกำลังกายระดับปานกลางที่ช่วยเสริมสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และชะลอความเสื่อมของร่างกายในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ

มุมที่หลายคนยังเข้าใจผิดคือการยึดติดกับตัวเลข 8,000 หรือ 10,000 ก้าวต่อวัน ทั้งที่งานวิจัยด้านกิจกรรมทางกายชี้ชัดว่า ระยะเวลา ความเข้มข้น และจังหวะเวลาในการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และการเดินรูปแบบต่างกันส่งผลต่อคุณภาพไมโทคอนเดรียในเลือดไม่เท่ากัน การนับก้าวจำนวนมากแต่เดินแบบเอื่อยเฉื่อยจึงอาจให้ผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าการเดินเร็วในเวลาที่สั้นกว่า หากเรายังโฟกัสแค่ตัวเลขก้าวโดยไม่สนใจจังหวะและความเร็ว นั่นเท่ากับเราปล่อยให้หัวใจเสียโอกาสในการฝึกให้แข็งแรงขึ้น

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ

ไมโทคอนเดรีย หัวใจ และทำไมจังหวะการเดินสำคัญกว่าจำนวนก้าว

จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสุขภาพคือการที่งานวิจัยใหม่เริ่มจับคู่ข้อมูลการเคลื่อนไหวประจำวันกับตัวชี้วัดไมโทคอนเดรียในเลือด เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองต่อกิจกรรมแบบไหนอย่างแท้จริง นักวิจัยพบว่า การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันรวมถึงการเดินและกิจกรรมเบาๆ มีความเชื่อมโยงกับจำนวนสำเนาไมโทคอนเดรียในเม็ดเลือด ซึ่งสะท้อนศักยภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียและความสามารถของร่างกายในการผลิตพลังงาน ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า การขยับตัวทั้งวันในจังหวะที่กระตุ้นระบบต่างๆ ของร่างกายสำคัญกว่าการสะสมก้าวแบบเรื่อยเปื่อย

ในแง่สุขภาพหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสอธิบายชัดว่าเป้าหมายใหญ่ของการเดินคือทำให้หัวใจบีบเลือดได้ดีขึ้น และพัฒนาความสามารถของหัวใจในการรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของร่างกาย หรือพูดอีกแบบคือ เราต้องการความเข้มข้นการออกกำลังที่มากพอให้หัวใจรู้สึกว่าถูกท้าทาย การเดินที่เร็วขึ้นเล็กน้อยจากความเร็วปกติ ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้น ซึ่งช่วยปรับปรุงการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของร่างกายในผู้สูงอายุ ถ้าเราเดินช้าเกินไป หัวใจแทบไม่ได้ฝึก ระบบไมโทคอนเดรียก็ไม่ได้ถูกกระตุ้นเต็มที่ ถึงจะมีก้าวเยอะ ผลลัพธ์ต่อสุขภาพหัวใจก็ยังน้อยกว่าที่ควร

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ

ผู้สูงอายุเดินเร็วขึ้นหน่อย อ่อนแรงลดลง หัวใจแกร่งขึ้น

งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาในผู้สูงอายุอายุ 62-96 ปีแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเดินด้วยความเร็วปกติคิดเป็นความเข้มข้นประมาณ 59% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ส่วนกลุ่มที่สองเดินเร็วขึ้นจนถึงราว 71% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด นี่ไม่ใช่การวิ่งหรือฝืนเกินกำลัง แต่คือการเดินเร็วพอที่จะรู้สึกเหนื่อยแต่ยังคุยได้ ผลลัพธ์กลับชัดเจนจนน่าตกใจ ผู้สูงอายุที่เดินเร็วจะมีอาการอ่อนแอลดลงดีกว่าผู้ที่เดินใน pace ปกติ และการเดินเร็วช่วยบรรเทาอาการอ่อนแรงได้

ทีมนักวิจัยยังพบว่า ประมาณ 70% ของคนกลุ่มเดินเร็วเปลี่ยนจากภาวะบกพร่องรุนแรงไปเป็นบกพร่องเล็กน้อย ขณะที่กลุ่มเดินความเร็วปานกลางทำได้เพียง 46% และประมาณครึ่งหนึ่งของคนในกลุ่มเดินเร็วไม่ได้ถูกจัดว่าอยู่ในกลุ่มบกพร่องอีกต่อไป สิ่งนี้สะท้อนตรงๆ ว่า การเดินด้วยความเข้มข้นที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้หัวใจและปอดทำงานมากขึ้น ช่วยเสริมความสามารถในการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของผู้สูงอายุ นักวิทยาศาสตร์สรุปได้คมว่า การเดินเร็วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นวิ่ง แค่เร็วขึ้นจากปกติของตัวเองก็เพียงพอจะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตในวัยชรา

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ

การเดินลดความเสี่ยงเบาหวานได้เมื่อความเข้มข้นการออกกำลังถึงระดับ

ถ้าพูดถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การเดินเร็วกำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายคนมองข้าม งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ติดตามผู้เข้าร่วมเกือบเก้าหมื่นคนพบว่า ระยะเวลา ความเข้มข้น และจังหวะเวลาในการออกกำลังกายมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คนที่ออกกำลังกายระดับปานกลางถึงสูง เช่น การเดินเร็วหรือปั่นจักรยานรวมประมาณ 409 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเกือบหนึ่งชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานต่ำกว่าคนที่ออกกำลังกายเพียงราว 121 นาทีต่อสัปดาห์ หรือวันละ 17 นาที

ข้อเท็จจริงที่ควรจำให้ขึ้นใจคือ ข้อมูลนี้มาจากการสังเกต จึงไม่อาจยืนยันว่าการเดินช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 50% แต่แนวโน้มชัดเจนว่าการเดินมากขึ้นและเข้มข้นขึ้นช่วยระบบเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักตัวและระดับน้ำตาลจัดการได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเบาหวานยังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว อาหาร ประวัติครอบครัว การนอน และปัจจัยอื่นอีกมาก นั่นหมายความว่า การเดินเร็วควรเป็นเสาหลักหนึ่งในแผนดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ข้ออ้างให้ละเลยการกินและการนอน ถ้าเราใช้การเดินเป็นตัวช่วยควบคุมเมตาบอลิซึมร่วมกับพฤติกรรมอื่น โอกาสหลีกเลี่ยงเบาหวานก็สูงขึ้นอย่างมีเหตุผล

ทำไมการเดินเร็วสำคัญกว่านับก้าวต่อสุขภาพหัวใจ

เดินให้ถูกจังหวะ ให้หัวใจได้ออกกำลังโดยไม่ต้องเข้ายิม

แม้ในแวดวงฟิตเนสจะมีการถกเถียงว่าการเดินนับเป็นการออกกำลังกายหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันว่า สำหรับบางกลุ่ม การเดินคือการออกกำลังกายที่แท้จริงและเพียงพอ เกณฑ์สำคัญไม่ใช่ชนิดของกิจกรรม แต่คือมันทำให้ร่างกายระบบใดระบบหนึ่งถูกใช้งานเกินระดับปกติหรือไม่ ถ้าเดินจนหัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจถี่ขึ้น และรู้สึกเหนื่อยในระดับที่ยังควบคุมได้ การเดินครั้งนั้นก็เป็นการออกกำลังกายเต็มรูปแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกย้ำด้วยว่า การเดินเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและประหยัด จึงเป็นทางเชื่อมที่ดีให้คนเริ่มขยับร่างกายมากขึ้น

แม้จะเป็นกิจกรรมความเข้มข้นต่ำเมื่อเทียบกับการวิ่งหรือเวทเทรนนิง แต่นักฟิตเนสบางคนชี้ว่า สำหรับคนทั่วไป การเดินเร็วสามารถเป็นคาร์ดิโอที่มีประสิทธิภาพได้ หากความเข้มข้นการออกกำลังถึงระดับที่หัวใจรู้สึกท้าทาย ในทางกลับกัน สำหรับนักกีฬาที่ร่างกายคุ้นชินกับภาระสูง การเดินอาจไม่พอจะนับเป็นการฝึกคาร์ดิโอ ข้อดีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เดินได้ทุกที่ ไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิกยิม ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน แค่รองเท้าที่รองรับเท้าได้ดี กับการตั้งใจเดินให้เร็วพอและสม่ำเสมอ เราก็ได้การฝึกหัวใจที่วัดผลได้ว่าช่วยสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดโดยแท้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!