รับแอปรับแอป

Apple Watch Ultra 3 รองรับ 5G แบตฯ อึด ฟีเจอร์ฟิตเนสจัดเต็ม คุ้มไหมถ้าจะอัปเกรด?

ศิริพร วัฒนานุกูล01-30

ทำไม Apple Watch Ultra 3 ถึงน่าจับตามอง

Apple Watch Ultra 3 ถูกวางตัวให้เป็นสมาร์ทวอทช์เรือธงที่ล้ำที่สุดของ Apple ในตอนนี้ ทั้งด้านสุขภาพ ฟิตเนส ความปลอดภัย ไปจนถึงการเชื่อมต่อที่ฉลาดและเสถียรกว่าเดิมแบบรู้สึกได้

ใครที่อยากได้นาฬิกาเรือนเดียวจบ ทั้งออกทะเล ดำน้ำ ปีนเขา วิ่งมาราธอน ไปจนถึงใช้ในชีวิตประจำวัน รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องเอามาชั่งใจ

หน้าจอใหญ่สุดในตระกูล Apple Watch พร้อมแบตอึดขึ้น

หน้าจอ: ใหญ่ สว่าง ชัด ใช้งานจริงดีกว่าเดิม

  • เทคโนโลยีจอ LTPO3 + OLED มุมมองกว้าง

    • เป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบน Apple Watch

    • มองจากด้านข้างก็ยังเห็นชัด ไม่ต้องยกข้อมือมาจ้องตรงๆ ตลอดเวลา

  • ขอบจอบางลง 24%

    • ได้พื้นที่แสดงผลเพิ่ม โดยไม่ต้องทำตัวเรือนให้เทอะทะขึ้น

    • เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องดูแผนที่ กราฟ หรือข้อมูลออกกำลังกายเยอะๆ

  • ความสว่างและความคมดีขึ้น

    • อ่านได้ง่ายในแทบทุกสภาพแสง ไม่ว่าจะกลางแจ้งหรือในที่มืด

  • Always-On Display ที่ลื่นกว่าเดิม

    • รีเฟรชทุก 1 วินาที ทำให้เข็มวินาทีและแอนิเมชันต่างๆ เคลื่อนไหวเนียนตา

  • หน้าปัดใหม่ “จุดอ้างอิง”

    • มาพร้อมเข็มทิศแบบเรียลไทม์

    • มีโหมดกลางคืน ช่วยให้มองเห็นชัดแม้อยู่ในที่มืดหรือใต้น้ำลึก

แบตเตอรี่: ใช้งานจริงได้ยาวถึง 42 ชั่วโมง

  • โหมดการใช้งานทั่วไป

    • ใช้ได้นานสูงสุดประมาณ 42 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

    • ถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ดันต่อได้สูงสุดถึง 72 ชั่วโมง

  • ชาร์จเร็วขึ้น ใช้งานทันใจ

    • ชาร์จประมาณ 15 นาที ใช้ต่อได้ยาวสุดถึง 12 ชั่วโมง

    • เหมาะกับสายรีบ ออกจากบ้านแล้วเพิ่งนึกได้ว่าลืมชาร์จนาฬิกา

  • โหมดออกกำลังกายกลางแจ้งระยะยาว

    • ใช้ติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งต่อเนื่องได้สูงสุด 20 ชั่วโมง

    • โดยใช้โหมดประหยัดพลังงานที่ยังคงเปิด GPS และวัดอัตราการเต้นหัวใจอยู่

รองรับเซลลูลาร์ 5G ในไทย

หนึ่งในไฮไลต์ที่ทำให้ Ultra 3 ดูจริงจังเรื่องการเชื่อมต่อมากขึ้น คือการรองรับ ระบบเซลลูลาร์ 5G

  • ดาวน์โหลดเพลง พ็อดคาสท์ และแอปต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น

  • ใช้อัลกอริทึมขั้นสูงในการจัดการสัญญาณร่วมกับเสาสัญญาณสองชุด

  • ช่วยให้ยังจับสัญญาณได้ดีขึ้นในพื้นที่สัญญาณอับ ลดโอกาสหลุดการเชื่อมต่อ

สำหรับคนที่ชอบวิ่ง ออกกำลังกาย หรือดำน้ำใกล้ชายฝั่งโดยไม่พก iPhone การรองรับ 5G ถือว่าเพิ่มความอิสระในการใช้งานแบบเห็นภาพทันที

ฟีเจอร์การนอนหลับ: มี “คะแนนการนอน” เป็นตัวเลขให้ดูชัดๆ

Ultra 3 มาพร้อม watchOS 26 ที่เสริมฟีเจอร์ด้านการนอนให้จริงจังยิ่งขึ้น ด้วยระบบ “คะแนนการนอนหลับ”

การทำงานเบื้องหลัง

Apple Watch จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการนอนหลายด้าน เช่น

  • ระยะเวลาที่นอนจริง

  • ความสม่ำเสมอของเวลานอน-ตื่น

  • ความถี่ในการตื่นกลางดึก

  • เวลาที่ใช้ในแต่ละช่วงของการนอน (เช่น หลับลึก หลับตื้น ฯลฯ)

ข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาวิเคราะห์และสรุปเป็น คะแนนการนอนหลับ ที่เข้าใจง่ายในมุมมองคนทั่วไป ไม่ต้องมานั่งแปลกราฟเอง

การแสดงผลบนอุปกรณ์

  • ตอนเช้า ผู้ใช้จะเห็นคะแนนรวม และคะแนนแยกตามแต่ละปัจจัยในแอป “นอนหลับ” บน Apple Watch

  • มีคำอธิบายว่าควรโฟกัสปรับปรุงเรื่องไหนเป็นพิเศษ เช่น นอนไม่ตรงเวลา หรือตื่นกลางดึกบ่อยเกินไป

  • ดูคะแนนย้อนหลังและเทรนด์ระยะยาวได้ในแอป “สุขภาพ” บน iPhone

  • ดูค่าแบบเร็วๆ ผ่านหน้าปัดหรือวิดเจ็ตได้ ไม่ต้องกดหลายขั้นตอน

อัลกอริทึมการให้คะแนนนี้อ้างอิงแนวทางล่าสุดจากสถาบันด้านการนอนระดับโลก และผ่านการเทสต์ด้วยข้อมูลการนอนหลับกว่า 5 ล้านคืน จากโครงการ Apple Heart and Movement Study ซึ่งทำให้คะแนนที่ได้มีความหมายมากกว่าตัวเลขสวยๆ บนจอ

ฟิตเนสจัดเต็ม: จาก Workout Buddy ถึงฟีเจอร์เฉพาะสายกีฬา

บน watchOS 26 Apple Watch Ultra 3 ยกระดับการออกกำลังกายจากแค่การเก็บสถิติ มาเป็นเหมือนโค้ชข้างตัว

1. Workout Buddy: โค้ช AI ส่วนตัว (เริ่มใช้บางประเทศก่อน)

  • เป็นประสบการณ์ออกกำลังกายที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence ครั้งแรก

  • วิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกายและประวัติความฟิตของแต่ละคน

  • ส่งเสียงพูดให้กำลังใจและเตือนแบบเรียลไทม์ เช่น
    • กระตุ้นตามอัตราการเต้นหัวใจ

    • เตือนเรื่องเพซวิ่ง

    • สื่อสารตามระยะทางที่ตั้งเป้า

  • ในช่วงแรกใช้งานได้เฉพาะบางภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ

  • ต้องใช้ร่วมกับหูฟัง Bluetooth และ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้ ยังไม่รองรับในไทย ณ ตอนเปิดตัว

2. แอป Workout โฉมใหม่ ใช้ง่ายและยืดหยุ่นกว่าเดิม

  • ปรับเลย์เอาท์ใหม่ให้เห็นข้อมูลชัดขึ้น และแต่งหน้าจอให้ตรงสไตล์การออกกำลังกายของตัวเองได้ง่าย

  • สร้าง การออกกำลังกายแบบกำหนดเอง บนแอปฟิตเนสใน iPhone แล้วซิงค์มาใช้บน Apple Watch ได้สะดวก

  • เหมาะมากสำหรับคนที่มีตารางฝึกเฉพาะ เช่น ฝึกมาราธอน เทรนนิ่งเป็นเซ็ต หรือสาย Triathlon

3. เพลงและพ็อดคาสท์ที่ผสานกับการออกกำลังกาย

  • กำหนดให้เพลงหรือพ็อดคาสท์ เล่นอัตโนมัติทันทีเมื่อเริ่มออกกำลังกาย

  • Apple Music สามารถเลือกเพลย์ลิสต์ให้ตามประเภทกิจกรรมและสไตล์ที่ผู้ใช้ชอบ

  • ได้ทั้งแรงฮึดจากเพลง และเนื้อหาฟังเพลินระหว่างวิ่งหรือปั่นจักรยาน

4. ฟีเจอร์เฉพาะสายกีฬา: แต่ละสายได้อะไรบ้าง

  • นักวิ่ง

    • GPS แม่นยำมาก เหมาะทั้งวิ่งถนนและวิ่งเทรล

    • ปุ่ม Action ปรับแต่งได้ตามสไตล์ เช่น กด Lap หรือเริ่ม/หยุดรูปแบบการฝึก

    • มีค่าชี้วัดขั้นสูง เช่น
      • ความยาวก้าว

      • การกระเด้งตัว

    • ตรวจจับลู่วิ่งอัตโนมัติสำหรับคนที่วิ่งในสนามมาตรฐาน

  • นักปั่นจักรยาน

    • ดูกิจกรรมแบบ Live Activity บน iPhone ขณะปั่นได้

    • เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมผ่าน Bluetooth เช่น เซนเซอร์รอบขา หรืออุปกรณ์วัดโซนกำลัง (power zone)

  • นักว่ายน้ำ

    • ตรวจจับท่าว่ายอัตโนมัติ

    • นับรอบ คำนวณค่า SWOLF

    • แสดงอุณหภูมิน้ำได้

    • กันน้ำระดับ WR100 รองรับทั้งสระและทะเล

  • สายเดินเขาและลุยภูเขา

    • ใช้แผนที่ออฟไลน์ได้ ไม่ต้องพึ่งสัญญาณตลอดเวลา

    • ระบบนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว ช่วยให้ไม่หลงแม้ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย

  • นักดำน้ำ

    • เมื่อใช้ร่วมกับแอป Oceanic+ สามารถเปลี่ยน Ultra 3 เป็น ไดฟ์คอมพิวเตอร์ ได้เลย

    • เหมาะสำหรับสายดำน้ำจริงจังที่ต้องการทั้งความปลอดภัยและความสะดวกในอุปกรณ์เดียว

  • นักกอล์ฟ

    • ได้ประโยชน์จากจอที่สว่างและแบตที่อึดในสนาม

    • มีแอปเฉพาะที่ช่วยวิเคราะห์วงสวิงและปรับปรุงเกมการเล่น

ฟีเจอร์ใหม่บน watchOS 26 ที่น่าเล่น

นอกจากฟิตเนสและสุขภาพแล้ว watchOS 26 ยังปรับประสบการณ์ใช้งานให้ทันสมัยขึ้นหลายจุด

  • ดีไซน์ใหม่แนว Liquid Glass

    • อินเทอร์เฟซแบบใหม่ ดูลื่นและโมเดิร์นขึ้น

    • แนะนำวิดเจ็ตที่เกี่ยวข้องกับบริบทการใช้งาน ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้เร็วขึ้น

  • แอปข้อความ (Messages) ฉลาดขึ้น

    • รองรับการ แปลภาษาสด ในบทสนทนา

    • มีคำแนะนำอัจฉริยะให้เลือกตอบหรือส่งข้อความได้เร็วขึ้นตามเนื้อหาที่คุย

  • คำสั่งนิ้วแบบใหม่

    • ใช้ท่าทาง บิดข้อมือมือเดียว เพื่อปิดการแจ้งเตือนได้ง่ายๆ

    • เหมาะมากเวลาไม่สะดวกใช้มือทั้งสองข้าง เช่น ถือของหรือดำน้ำตื้นอยู่

คอลเลกชั่นสาย: จากสายลุยถึงสายแฟชั่น Hermès

Ultra 3 ไม่ได้อัปเกรดแค่ตัวเรือน แต่ยังเพิ่มทางเลือกเรื่องสายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้น

  • Trail Loop ดีไซน์ใหม่

    • ถักด้วยเส้นด้ายสะท้อนแสงบริเวณขอบสาย

    • ช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้นเวลาวิ่ง หรือเดินเขาตอนเช้า-ค่ำ

  • Ocean Band และ Alpine Loop

    • เพิ่มโทนสีใหม่ๆ

    • ครอบคลุมทั้งสายดำน้ำ สายปีนเขา และสายลุยหนัก

  • Hermès สำหรับสายแฟชั่นจริงจัง

    • มี 2 สีใหม่สำหรับสาย En Mer

    • เปิดตัวสาย Scub’H Diving ที่ทำจากยาง พร้อมหัวล็อกไทเทเนียม

    • เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งภาพลักษณ์หรู และพร้อมลงน้ำลุยกิจกรรมแบบแอ็คทีฟ

ราคา สีที่มีให้เลือก และสถานะวางขายในไทย

มาดูสรุปเรื่องเงินๆ ทองๆ และการวางจำหน่ายกันบ้าง

  • ราคาเริ่มต้น

    • Apple Watch Ultra 3 เปิดมาที่ 29,900 บาท

  • สีตัวเรือน

    • ไทเทเนียมธรรมชาติ

    • ไทเทเนียมดำ

  • สถานะในไทย

    • Apple Watch Series 11, Ultra 3 และ SE 3 ยังไม่ประกาศวันเปิดจองและวันขายอย่างเป็นทางการในไทย

Ultra 3 เหมาะกับใคร?

ถ้าสรุปแบบคนใช้งานจริง Ultra 3 จะเหมาะกับคนที่…

  • อยากได้สมาร์ทวอทช์ที่ แบตอึดและจอใหญ่ที่สุด ในฝั่ง Apple Watch ตอนนี้

  • เน้นใช้งานกลางแจ้ง ดำน้ำ เดินเขา วิ่งเทรล หรือกิจกรรมลุยๆ ที่ต้องพึ่งพา GPS และความอึดของเครื่อง

  • ให้ความสำคัญกับ ฟีเจอร์สุขภาพและการนอนแบบลงลึก แต่ยังอยากได้หน้าตาและวัสดุระดับพรีเมียม

  • ชอบความอิสระจากการรองรับ เซลลูลาร์ 5G ไม่ต้องพก iPhone ติดตัวตลอด

ถ้าคุณเป็นสายดำน้ำ สายเดินป่า หรือสายฟิตเนสหนักๆ ที่อยากได้นาฬิกาเรือนเดียวเอาอยู่ทั้งชีวิตประจำวันและวันลุย Ultra 3 คือเรือธงที่น่าลองจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมันเริ่มวางขายในไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไร คงได้เห็นกันว่า มันจะกลายเป็นคู่หูของสายลุยยุค 5G ได้ดีแค่ไหน