รับแอปรับแอป

ศึกมาส์กผมตัวดัง! เปรียบเทียบ 3 ทรีทเมนท์ขายดี Boots vs Soap & Glory ตัวไหนเหมาะกับผมคุณที่สุด?

Ymho02-23

เส้นผมที่แห้งเสีย ชี้ฟู แตกปลาย หรือผ่านการทำสีบ่อย ๆ ล้วนต้องการการบำรุงลึกมากกว่าการใช้ครีมนวดทั่วไป “ทรีทเมนท์มาส์กผม” จึงกลายเป็นไอเทมสำคัญที่หลายคนมีติดห้องน้ำ เพราะช่วยฟื้นฟูผมแบบเข้มข้นในเวลาไม่นาน

บทความนี้จะพาคุณมาเปรียบเทียบ 3 ทรีทเมนท์มาส์กยอดนิยม ได้แก่

  1. Boots ไวท์ ลิลลี่ แอนด์ คอลลาเจน แฮร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก

  2. Soap & Glory Glad Hair Day Treatment Mask

  3. Boots Smooth Frizzy Hair Treatment Mask (Hair Solution Collection)

เราจะวิเคราะห์ทั้งจุดเด่น ส่วนผสมหลัก เนื้อสัมผัส กลิ่น ความเหมาะสมกับสภาพผม พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์จริง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกตัวไหนให้เหมาะกับผมของตัวเอง


ทำไม “มาส์กผม” ถึงสำคัญกว่าครีมนวด?

ครีมนวดผมทั่วไปเน้นการเคลือบผิวผมชั้นนอก ทำให้หวีง่าย ลดพันกัน แต่ทรีทเมนท์มาส์กจะมีสารบำรุงเข้มข้นกว่า ช่วย:

  • ฟื้นฟูผมแห้งเสียลึกถึงแกนผม

  • ลดการแตกปลาย

  • เพิ่มความนุ่มลื่นและเงางาม

  • ลดชี้ฟู

ตัวอย่าง:
คนที่ทำสีผมทุก 2–3 เดือน หากใช้แค่ครีมนวด ผมอาจยังแห้งกระด้าง แต่เมื่อเพิ่มมาส์กสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง จะเห็นความแตกต่างชัดเจน


ภาพรวมเปรียบเทียบแบบรวบรัด

ต่อไปเราจะเจาะลึกแต่ละตัวแบบละเอียด


1. Boots ไวท์ ลิลลี่ แอนด์ คอลลาเจน แฮร์ ทรีทเมนท์ มาส์ก

ผมนุ่มลื่น หอมดอกไม้ สุขภาพดีแบบสาวหวาน

จุดเด่น

  • มีส่วนผสมของคอลลาเจน

  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

  • ทำให้ผมนุ่มและดูเงางาม

กลิ่นและสัมผัส

กลิ่น White Lily ให้ความรู้สึกสะอาด ละมุน อ่อนหวาน ไม่ฉุน
เนื้อครีมเข้มข้นกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป

เหมาะกับใคร?

  • คนผมแห้งจากการไดร์หรือหนีบ

  • คนที่ไม่ได้ทำสีหนัก

  • คนที่อยากได้ผมนุ่มลื่นแบบธรรมชาติ

ตัวอย่างสถานการณ์

หญิงวัยทำงานที่ไดร์ผมทุกวัน ผมเริ่มแห้งแต่ยังไม่เสียหนัก ใช้มาส์กตัวนี้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ผมกลับมานุ่มลื่นและจัดทรงง่ายขึ้น

ข้อดี

✔ ผมนุ่มทันทีหลังใช้
✔ กลิ่นติดผมอ่อน ๆ
✔ ไม่ทำให้ผมลีบแบน

ข้อสังเกต

  • ถ้าผมเสียจากการฟอกหนัก อาจต้องการสูตรเข้มข้นกว่านี้


2. Soap & Glory Glad Hair Day Treatment Mask

ฟื้นฟูผมเสียหนักแบบเร่งด่วน

จุดเด่น

  • สูตรเข้มข้นสูง

  • เน้นซ่อมแซมผมเสีย

  • เหมาะกับผมทำสีหรือผ่านเคมีบ่อย

กลิ่นและสัมผัส

มีกลิ่นหอมหวานเอกลักษณ์ของ Soap & Glory
เนื้อครีมเข้มข้นมาก ให้ความรู้สึกเหมือนทรีทเมนท์ซาลอน

เหมาะกับใคร?

  • คนฟอกสีผม

  • คนดัด ยืด หรือทำเคมีบ่อย

  • ผมแห้งแตกปลายชัดเจน

ตัวอย่างสถานการณ์

สาวที่เพิ่งฟอกผมเป็นสีบลอนด์ ผมแห้งกรอบและชี้ฟู ใช้มาส์กตัวนี้หมักทิ้งไว้ 10–15 นาที จะช่วยให้ผมดูนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อดี

✔ ฟื้นฟูเร็ว
✔ ผมดูสุขภาพดีขึ้นหลังใช้ไม่กี่ครั้ง
✔ เหมาะกับผมเสียหนัก

ข้อสังเกต

  • เนื้อค่อนข้างเข้มข้นมาก อาจทำให้ผมลีบได้ถ้าใช้บ่อยเกินไปในคนผมบาง


3. Boots Smooth Frizzy Hair Treatment Mask

ตัวช่วยลดชี้ฟู คุมผมให้อยู่ทรง

จุดเด่น

  • เน้นลดผมฟู

  • ช่วยให้ผมเรียบลื่น

  • เหมาะกับผมหยักศกหรือผมชี้ฟูง่าย

กลิ่นและสัมผัส

กลิ่นสะอาด สดชื่น
เนื้อครีมลื่น เกลี่ยง่าย ไม่หนักเกินไป

เหมาะกับใคร?

  • คนผมหยักศก

  • คนที่ผมฟูเวลาโดนความชื้น

  • คนที่ต้องการผมเรียบลื่นจัดทรงง่าย

ตัวอย่างสถานการณ์

ช่วงหน้าฝน ผมหลายคนฟูทันทีที่ออกจากบ้าน มาส์กตัวนี้ช่วยให้ผมเรียบขึ้นและควบคุมได้ดีขึ้น

ข้อดี

✔ ลดชี้ฟูชัดเจน
✔ ผมดูเรียบ
✔ เหมาะกับอากาศชื้น

ข้อสังเกต

  • ไม่ได้เน้นซ่อมผมเสียหนักเท่า Soap & Glory


เปรียบเทียบตาม “ประเภทปัญหาผม”

กรณีผมแห้งธรรมดา

เลือก: Boots White Lily & Collagen

กรณีผมเสียหนักจากเคมี

เลือก: Soap & Glory Glad Hair Day

กรณีผมฟู คุมทรงยาก

เลือก: Boots Smooth Frizzy Hair


เปรียบเทียบตามไลฟ์สไตล์

คนทำงานออฟฟิศ

ต้องการผมนุ่ม ดูเรียบร้อย → White Lily

สายแฟ ทำสีผมบ่อย

ต้องการฟื้นฟูเร่งด่วน → Glad Hair Day

คนผมหยักศก ไม่ชอบไดร์ทุกวัน

ต้องการลดฟู → Smooth Frizzy Hair


วิธีใช้ให้ได้ผลดีที่สุด

  1. สระผมให้สะอาด

  2. บีบน้ำออกจากผมพอหมาด

  3. ชโลมมาส์กจากกลางถึงปลายผม

  4. หมัก 5–15 นาที

  5. ล้างออกให้สะอาด

เคล็ดลับ:
ใช้หมวกคลุมผมระหว่างหมัก จะช่วยให้สารบำรุงซึมดีขึ้น


สรุป: ตัวไหน “ดีที่สุด”?

ความจริงไม่มีคำว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละสูตรออกแบบมาแก้ปัญหาต่างกัน

  • อยากได้ผมนุ่มหอม สุขภาพดีทุกวัน → Boots White Lily & Collagen

  • ผมเสียหนัก ต้องการฟื้นฟูจริงจัง → Soap & Glory Glad Hair Day

  • ผมฟู ชี้ฟูง่าย ต้องการความเรียบลื่น → Boots Smooth Frizzy Hair

การเลือกมาส์กที่เหมาะกับปัญหาผมของตัวเอง จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าการเลือกตามกระแส


บทสรุปส่งท้าย

การดูแลเส้นผมไม่ต่างจากการดูแลผิวหน้า ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงปัญหา ทรีทเมนท์มาส์กทั้ง 3 ตัวนี้ล้วนมีจุดเด่นชัดเจน หากเลือกได้เหมาะสม จะช่วยเปลี่ยนผมแห้งเสียให้กลับมาดูนุ่ม สุขภาพดี และมั่นใจมากขึ้นในทุกวัน

เพราะผมที่ดี…
ไม่ใช่แค่สวยตอนจัดทรง
แต่ต้องแข็งแรงจากภายในด้วย