แอบหนีตัวเมือง ไปค้นหาโอซาก้าอีกมุมที่เงียบกว่ามาก
ถ้านึกถึงโอซาก้า ภาพในหัวส่วนใหญ่ก็คงเป็นป้ายกูลิโกะที่โดทงโบริ ย่านช้อปปิ้งสุดคึกคักอย่างชินไซบาชิ หรือความมันส์ที่ USJ ใช่ไหมคะ
แต่รู้ไหมว่า แค่นั่งรถไฟออกจากตัวเมืองไปประมาณ 30 นาที ยังมีเมืองเก่าบรรยากาศนิ่งสงบ ที่เหมือนเวลาเดินช้าลงจนแทบหยุดอยู่จริงๆ ซ่อนตัวอยู่
เมืองเล็กๆ แห่งนั้นก็คือ “ทนดะบายาชิ จิไนมาจิ (Tondabayashi Jinaimachi)” เมืองเก่าที่สายถ่ายรูป สายคาเฟ่ และคนรักบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมไม่ควรพลาด
ใครที่หลงรักฟีลเมืองเก่าแบบเกียวโต แต่ไม่อยากเบียดกับฝูงนักท่องเที่ยว และอยากเดินเล่นแบบชิลๆ มีพื้นที่หายใจให้ตัวเอง ที่นี่คือคำตอบที่เหมาะมาก
เตรียมเมมกล้องให้พร้อม เพราะเดินไปตรงไหนก็เจอมุมสวยให้กดชัตเตอร์แบบไม่ต้องพยายามเลยค่ะ
ทำความรู้จัก “จิไนมาจิ” เมืองรอบวัดที่หยุดเวลาไว้
คำว่า “จิไนมาจิ” คือเมืองที่ถูกสร้างล้อมรอบวัดพุทธในช่วงยุคเซ็นโกคุจนถึงยุคเอโดะ สำหรับทนดะบายาชิ จิไนมาจิ เริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 16 โดยมีวัดโคโชจิ เบทสึอิน (Kosho-ji Betsuin) เป็นศูนย์กลางของเมือง
สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษมากคือ ผังเมืองแทบจะยังคงรูปแบบสมัยเอโดะเอาไว้ครบถ้วน ทั้งถนน อาคารบ้านเรือน และบรรยากาศโดยรวม
ก้าวแรกที่เดินเข้าเขตเมืองเก่า ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ากองถ่ายหนังหรือละครย้อนยุค ภาพซามูไรหรือพ่อค้าในชุดกิโมโนเดินผ่านไปมาแวบเข้ามาในจินตนาการแบบไม่ต้องพยายามเลย
สิ่งแรกที่สัมผัสได้ชัดมากคือ ความเงียบแบบนุ่มๆ ของเมืองนี้ เพราะยังไม่ใช่ที่เที่ยวสายแมส เสียงที่ได้ยินมีแค่เสียงลมกับเสียงเท้าที่ก้าวไปบนถนน มูดมันเลยสงบ อิน และโฟกัสกับบรรยากาศได้เต็มที่แบบไม่ถูกรบกวน
สนุกกับการหลงทางในเขาวงกตเมืองเก่า

ระหว่างเดินเล่นในจิไนมาจิ มีโอกาสงงทิศอยู่บ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตกใจ เพราะนี่คือดีไซน์ตั้งแต่สมัยก่อนเลยค่ะ
ผังเมืองถูกออกแบบให้ถนนคดเคี้ยว ซอยซิกแซก และมีการจัดวางเหลื่อมกัน เรียกการวางแบบนี้ว่า “อาเทะมาเกะ” จุดประสงค์คือใช้ป้องกันศัตรู ไม่ให้มองเห็นปลายทางได้ง่ายเวลาบุกเข้ามา
เดี๋ยวนี้ถึงจะมี Google Maps ช่วย แต่ถ้าอยากได้ฟีลดีๆ แนะนำว่า ลองเก็บมือถือเข้ากระเป๋า แล้วปล่อยตัวเองให้หลงทางสักหน่อย
ช่วงหัวมุมที่เลี้ยวไปแล้วไม่รู้ว่าจะเจออะไรนี่แหละคือความสนุก บางมุมอาจเจอร้านเล็กๆ น่ารัก หรือไปเจอตู้ไปรษณีย์เก่าสีแดงตั้งเด่นอยู่แบบไม่คาดคิด มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากที่เที่ยวที่จัดวางทุกอย่างเป๊ะๆ เพื่อให้คนถ่ายรูปมากๆ อย่างเห็นได้ชัด
ไฮไลต์ที่ต้องแวะ: บ้านตระกูลซูกิยามะ สมบัติระดับชาติ
หนึ่งในสถานที่ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเดินเล่นแถวนี้คือ “บ้านตระกูลซูกิยามะ (Old Sugiyama Family Residence)” บ้านพ่อค้าที่เก่าแก่ที่สุดในย่าน และยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศด้วย

พอเดินเข้าไปด้านใน จะสัมผัสได้ทันทีว่าพ่อค้าในยุคก่อนนั้นมีฐานะและใช้ชีวิตกันแบบไหน พื้นที่บ้านกว้างขวาง มีประตูกระดาษโชจิเรียงสวย สวนญี่ปุ่นก็จัดและดูแลอย่างประณีต

ไฮไลต์ที่ชวนหลงรักคือ งานไม้แกะสลักตรงช่องลมเหนือประตู (รันมะ) ลายละเอียดมากจนต้องยืนมองซ้ำหลายรอบ กลิ่นไม้เก่าที่ลอยจางๆ ผสมกับสัมผัสเย็นของเสื่อทาทามิ พอนั่งลงที่ระเบียงแล้วมองออกไปยังสวนด้านนอก เผลอๆ จะนั่งเหม่ออยู่นานโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ
รายละเอียดการเข้าชมบ้านตระกูลซูกิยามะ
ที่อยู่: 14-31 Tondabayashi-cho, Tondabayashi City, Osaka
เวลาทำการ: 10:00 - 17:00 น. (เข้าชมได้ถึง 16:30 น.)
วันหยุด:
วันจันทร์ (ถ้าตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะปิดในวันถัดไป)
ช่วงปีใหม่ (28 ธ.ค. - 6 ม.ค.)
การเดินทาง: เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี Tondabayashi หรือสถานี Tondabayashi-nishiguchi (รถไฟ Kintetsu)
ค่าเข้าชม:
ผู้ใหญ่ 400 เยน
นักเรียนมัธยมลงไป 200 เยน
คาเฟ่บ้านโบราณ: นั่งจิบกาแฟใต้คานไม้เก่า
เสน่ห์อีกอย่างของจิไนมาจิคือ คาเฟ่และร้านของกระจุกกระจิกที่รีโนเวทมาจากบ้านเก่า แอบซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของเมือง
พอเดินจนเริ่มล้า แนะนำให้มองหาคาเฟ่ที่เป็นบ้านไม้เก่าๆ แล้วแวะพักสักหน่อย ภายนอกให้ฟีลยุคเอโดะแบบเต็มขั้น แต่พอเปิดประตูเข้าไปด้านใน กลายเป็นบรรยากาศโมเดิร์น อบอุ่น และน่านั่งแบบคอนทราสต์กันนิดๆ ซึ่งลงตัวมาก
ร้านที่ไปแวะเป็นคาเฟ่ที่คั่วกาแฟเอง เสิร์ฟคู่กับเค้กโฮมเมด นั่งกินใต้คานไม้เก่าพร้อมกลิ่นกาแฟหอมๆ คือความฟินระดับง่ายๆ แต่จำไม่ลืม
มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นถนนเงียบๆ กับบ้านเก่าเรียงกัน ภาพนี้ถ่ายออกมาแล้วสวยมากแบบไม่ต้องแต่งเยอะ แถมเจ้าของร้านส่วนใหญ่ก็น่ารัก เป็นกันเอง ชวนคุย ถามไถ่ว่ามาจากไหน การได้คุยกับคนท้องถิ่นนี่แหละคือโบนัสของทริปที่เงินก็ซื้อไม่ได้
วิธีเดินทางให้คุ้มด้วยพาสรถไฟ
การไปทนดะบายาชิ จิไนมาจิ วิธีที่สะดวกสุดคือ นั่งรถไฟ Kintetsu (คินเท็ตสึ) จากในตัวเมืองโอซาก้า เช่น นัมบะ หรือเทนโนจิ
ถ้ามีแพลนเที่ยววนทั้งโอซาก้า เกียวโต และนารา แนะนำให้ลองใช้ “Kintetsu Rail Pass” จะช่วยให้ไม่ต้องซื้อตั๋วทีละครั้ง ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทางในหลายๆ เส้นทาง
ส่วนใครตั้งใจจะเที่ยวรอบคันไซแบบจัดเต็ม ทั้งรถไฟเอกชน รถไฟใต้ดิน และรถบัส ลองพิจารณา “Kansai Thru Pass” เลือกแบบที่เข้ากับแพลนทริปตัวเองดีที่สุด
เพื่อความลื่นไหลของทริป แนะนำให้ ซื้อพาสออนไลน์ล่วงหน้า ก่อนไป พอถึงญี่ปุ่นก็หยิบพาสขึ้นมาพร้อมลุยได้เลย ไม่ต้องมายืนมึนหน้าตู้ขายตั๋ว
ข้อมูลพื้นที่และการเดินทางไปจิไนมาจิแบบสรุป

จากตัวเมืองโอซาก้า ใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ประมาณ 30–40 นาทีเท่านั้น ถ้าแพลนดีๆ แค่ครึ่งวันก็เดินเล่นเก็บบรรยากาศได้ครบ เหมาะกับคนที่อยากหา ที่เที่ยวแทรก ระหว่างเช้าหรือบ่ายแบบไม่เสียเวลาเยอะ
โซนหลัก:
ย่านอนุรักษ์จิไนมาจิ (Jinaimachi), เมืองทนดะบายาชิ, จังหวัดโอซาก้า
วิธีเดินทาง:
นั่งรถไฟ Kintetsu สาย Nagano Line ลงสถานี “Tondabayashi” (ประตูทิศใต้) แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
หรือลงสถานี “Tondabayashi-nishiguchi” แล้วเดินประมาณ 10 นาที
จากสถานี Osaka-Abenobashi (ย่าน Tennoji) นั่งรถไฟสาย Kintetsu Minami-Osaka/Nagano Line (Semi-Express) ใช้เวลาราวๆ 30 นาที มีบางขบวนที่ไปยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนรถด้วย
ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว – Jinaimachi Visitor Center (Jinaimachi Koryukan):
ที่อยู่: 9-29 Tondabayashi-cho, Tondabayashi City
เบอร์โทร: +81-721-24-5111
สรุป: ครึ่งวันก็หลงรัก “โอซาก้าในมุมสงบ” ได้

ใครกำลังวางแผนเที่ยวโอซาก้า แล้วเริ่มรู้สึกว่าอยากพักหู พักใจจากความวุ่นวาย ลองแบ่งเวลาครึ่งวันมาเดินช้าๆ ที่ ทนดะบายาชิ จิไนมาจิ ดูสักครั้ง
จะใส่กิโมโน หรือหยิบเดรสสวยๆ มาถ่ายคู่กำแพงสีขาวและบ้านไม้เก่า รับรองว่ารูปออกมาดีจนอยากลงทุกแพลตฟอร์ม (วันไหนโชคดี อาจเจอคนญี่ปุ่นใส่กิโมโนเดินเล่น แค่เห็นก็รู้สึกว่าเข้ากับบรรยากาศสุดๆ แล้ว)
การได้รู้จักโอซาก้าในมุมที่คนยังไม่ค่อยไป มันทำให้ทริปดูพิเศษขึ้นเยอะจริงๆ ถ้าอยากมีเรื่องเล่าไม่ซ้ำใคร ลองจดชื่อ “Tondabayashi Jinaimachi” ลงในลิสต์ทริปญี่ปุ่นครั้งหน้าไว้ได้เลยค่ะ
เก็บที่นี่ไว้เป็นมุมพักใจระหว่างทริปช้อปปิ้งหนักๆ รับรองว่าได้ทั้งรูปสวย ความสงบ และความทรงจำดีๆ กลับบ้านแน่นอน

