อยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน ผิวเราก็กำลังขอความช่วยเหลือ
ต้องออกจากบ้านไปเจอทั้งฝุ่น ควัน และมลภาวะทุกวัน ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่ผิวก็โดนเล่นงานไปเต็ม ๆ โดยเฉพาะคนที่ผิวมัน แพ้ง่าย หรือบอบบางเป็นทุนเดิม ยิ่งมีโอกาสระคายเคือง ผด ผื่น ผิวอักเสบได้ง่ายเข้าไปอีก
ถ้าไม่รีบดูแล ปราการผิวพังเมื่อไร ทั้งความหมองคล้ำ ความแห้งลอกเป็นขุย และสิวอุดตันก็พร้อมบุกทันที
เลยขอรวบรวม 6 สกินแคร์สาย Anti-Pollution ที่ช่วยทั้งทำความสะอาด ฟื้นบำรุง และเสริมเกราะป้องกัน ให้ผิวกลับมาแข็งแรง สตรองพร้อมสู้มลภาวะ แบบไม่ทิ้งผิวมันให้เยิ้ม หรือผิวแพ้ง่ายให้แสบแดงเพิ่มเข้าไปอีก
1. Cleansing Oil: เปิดเกมที่การล้างหน้าให้สะอาดที่สุด
L’HUILE Anti-Pollution Cleansing Oil จาก CHANEL (150 มล. 1,950 บาท)
สาวผิวมันอาจกลัวออยล์ แต่ตัวนี้คือแนว “ออยล์ที่เข้าใจผิว” เพราะช่วยละลายเมกอัพติดทน รวมถึงเมกอัพกันน้ำ และสิ่งสกปรกที่เกาะผิวทั้งวันออกไปแบบเกลี้ยง โดยไม่รบกวนปราการผิวตามธรรมชาติ
ด้วยสารสกัดจาก สาหร่ายสีน้ำเงินขนาดเล็ก และ ซาลิคอร์เนีย ทำความสะอาดได้ลึก แต่ไม่ทิ้งความเหนอะหรือมันวาวบนใบหน้า หลังล้างผิวจะรู้สึกสะอาด นุ่ม และไม่เอี๊ยดตึงจนหน้าแห้งลอก
สรุปสายผิวมัน–ผิวแพ้ง่าย: อยากได้ออยล์ล้างหน้าที่ไม่ทำให้ผิวมันกว่าเดิม แต่ช่วยเคลียร์ฝุ่น มลภาวะ และเมกอัพออกให้หมดจบในขั้นตอนเดียว ตัวนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
2. Serum: ฟื้นผิวที่โดนมลภาวะเล่นงาน
One Essential Skin Boosting Super Serum จาก DIOR (75 มล. 7,200 บาท)

เซรั่มที่ช่วยรีเฟรชผิวจากความล้า ความหมอง และความเครียดจากมลภาวะรอบตัว ให้ผิวดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอีกระดับ
เนื้อสัมผัสบางเบา ช่วยให้ผิวรู้สึกฟูและเรียบเนียนขึ้น ผิวดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม แถมยังทำหน้าที่เป็นตัวบูสต์ ช่วยให้สกินแคร์ตัวต่อไปซึมได้ดียิ่งขึ้น ใครที่อยู่ในเมือง เจอฝุ่น เจอควันบ่อย ผิวดูโทรมง่าย เซรั่มแนวนี้คือเพื่อนร่วมทีมที่ขาดไม่ได้
ข้อดีที่น่าโดน:
ช่วยให้ผิวดูสดชื่น มีชีวิตชีวา
เสริมการทำงานของสกินแคร์อื่น ๆ
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าผิวช่วงนี้หมองและล้าจากมลภาวะ
3. Moisturizer: เติมความชุ่มชื่น พร้อมปลอบประโลมผิวระคายเคือง
Cicaplast Baume B5+ จาก LA ROCHE-POSAY (100 มล. 1,000 บาท)

บาล์มตัวดังสายกู้ผิวที่ทั้ง ผิวแห้งลอก ผิวแดง ผิวพังจากฝุ่นและมลภาวะ ควรมีติดบ้านไว้เลย เนื้อบาล์มชุ่มแต่ไม่หนักจนเกินไป ใช้ได้ทั้งจุดที่ระคายเคือง หรือจะทาทั้งหน้าก็ได้ในวันที่ผิวงอแงเป็นพิเศษ
ส่วนผสมเด่นอย่าง Madecassoside ผสานกับ แพนทีนอล 5% และ Tribioma (พรีไบโอติก) พร้อมวิตามินบี 5 มาช่วยซัพพอร์ตเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น ช่วยลดความรู้สึกแสบตึงและผิวลอกได้ดี
เหมาะกับใคร?
ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองบ่อย
ผิวมันแต่มีปัญหาบางจุดแห้งเป็นขุย
ใช้หลังจากโดนแดดจัด ฝุ่นจัด หรือทำเลเซอร์ก็เหมาะมาก
4. Facial Mist: รีเฟรชผิวมันที่เหนื่อยล้าจากฝุ่นได้ทั้งวัน
Grape Water Facial Mist จาก CAUDALIE (300 มล. 1,020 บาท)

สเปรย์น้ำแร่สายบำรุงที่ไม่ได้แค่ฉีดแล้วเย็นสดชื่น แต่ช่วย ปลอบประโลมผิวจากอาการแดงและระคายเคือง พร้อมเติมความชุ่มชื่นเบา ๆ ให้ผิวมันแบบไม่เพิ่มความเหนอะหน้า
จุดเด่นคือ น้ำองุ่น ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ โพแทสเซียม และ Polysaccharides ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น เหมาะมากสำหรับการวางบนโต๊ะทำงาน ใช้ฉีดระหว่างวันเวลาผิวล้า หรือหลังออกไปลุยฝุ่นกลับมา
ทริคเล็ก ๆ:
ฉีดก่อนลงสกินแคร์อื่น ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมดีขึ้น
ใช้ฉีดทับเมกอัพได้ ถ้าอยากรีเฟรชหน้าให้ดูสดใสขึ้นเล็กน้อย
5. Sunscreen: เกราะด่านแรกที่ผิวมันห้ามข้าม
UV Plus [3P] Anti-Pollution SPF50 Translucent PA++++ จาก CLARINS (50 มล. 3,200 บาท)

กันแดดที่ไม่ได้กันแค่รังสี UV แต่ยังช่วยป้องกันแสงสีฟ้า และฝุ่นกับมลภาวะที่เจอทุกวันด้วย เนื้อครีมสีขาวแบบ Translucent เกลี่ยแล้วไม่ทำให้หน้าลอย หรือมันเงาเกินไป
ส่วนผสมมี สารสกัดจาก Alpine Sanicle ที่ช่วยเป็นเหมือนเกราะบาง ๆ ให้ผิว พร้อมให้ความรู้สึกเบาสบาย แม้เหงื่อออกระหว่างวันก็ยังรู้สึกว่าผิวได้รับการปกป้องต่อเนื่อง
ทำไมสายผิวมันต้องทาแม้จะไม่แต่งหน้า?
กันแดดช่วยลดโอกาสเกิดจุดด่างดำและความหมอง
เกราะกันมลภาวะช่วยลดการอักเสบของผิวและสิวที่มากับฝุ่น
เนื้อไม่หนักจนทำให้หน้ามันเพิ่มแบบน่ารำคาญ
6. Mask: มาสก์ข้ามคืนกู้ผิวที่โดนฝุ่นรุมเร้า
Floral Recovery Calming Mask จาก FRESH (100 มล. 3,300 บาท)

มาสก์เนื้อครีมที่ออกแบบมาให้ทาทิ้งไว้ทั้งคืน เหมาะสุด ๆ สำหรับวันที่ผิวผ่านศึกหนักจากมลภาวะ ฝุ่น ควัน หรือผิวที่มีอาการแดง สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ
ตื่นเช้ามาจะรู้สึกว่าผิวดูเรียบเนียนขึ้น ดูกระจ่างใสแบบนุ่มนวล และรู้สึกสบายผิว ไม่ตึง ไม่ลอก
ส่วนผสมได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้หลายชนิด เช่น แพชชั่นฟลาวเวอร์ คอร์นฟลาวเวอร์ ดอกซากุระ และดอกพีโอนี ที่ช่วยเข้ามาซัพพอร์ตการฟื้นบำรุงผิว ทำให้ผิวที่โดนทำร้ายมาทั้งวันได้พักจริง ๆ ในเวลากลางคืน
สรุป: รูทีนกันมลพิษสำหรับสายผิวมัน–ผิวแพ้ง่าย
ถ้าอยากให้ผิวแข็งแรงสู้ฝุ่นและมลภาวะได้ยาว ๆ ลองจัดรูทีนประมาณนี้:
ขั้นตอนล้าง: ใช้ Cleansing Oil เคลียร์เมกอัพและฝุ่นออกให้หมด
ขั้นตอนบูสต์: ลงเซรั่มฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าจากมลภาวะ
ขั้นตอนปราการผิว: ทามอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยซ่อมเกราะผิว
ระหว่างวัน: ใช้สเปรย์น้ำแร่ช่วยรีเฟรชและปลอบประโลมผิว
ทุกเช้า: ห้ามลืมครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติช่วยกันมลภาวะ
สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง: มาสก์ข้ามคืนเพื่อรีเซ็ตสภาพผิว
ผิวมันหรือผิวแพ้ง่ายก็มีสิทธิ์สตรองได้ ถ้าเลือกสกินแคร์ที่ช่วยทั้งทำความสะอาดและปกป้องจากมลภาวะ พร้อมเสริมเกราะผิวให้แข็งแรงในระยะยาว จากนี้ไปจะเจอฝุ่น PM 2.5 หรือมลภาวะแน่นแค่ไหน ผิวก็ยังพร้อมลุยทุกวันได้แบบไม่หวั่นใจ

