รับแอปรับแอป

ประเทศไทยแหล่งฟอกเงินของ Scammer ไม่พอ

ศุภชัย เจริญผล12-26

ทำไมถึงทำให้ค่าเงินบาทแข็งตัวอย่างไร้เหตุผล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคำถามหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
ทำไม ค่าเงินบาทแข็ง ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ได้เติบโตแรง
การส่งออกเผชิญแรงกดดัน
และภาพรวมกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่

คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ปัจจัยเศรษฐกิจแบบตำรา
แต่เชื่อมโยงไปถึง เงินนอกระบบ การหลอกลวงออนไลน์ และกระบวนการฟอกเงินของ Scammer
ซึ่งประเทศไทยถูกจับตามองมากขึ้นในเวทีโลก

บทความนี้จะอธิบายปรากฏการณ์นี้แบบเป็นเหตุเป็นผล
เชื่อมโยงตั้งแต่กลไกการเงิน ไปจนถึงผลกระทบต่อค่าเงินบาท
โดยไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นจริง

Scammer คือใคร และเงินไหลเข้าประเทศได้อย่างไร

Scammer ในบริบทนี้หมายถึง
เครือข่ายหลอกลวงทางการเงิน เช่น

  • แก๊งคอลเซ็นเตอร์

  • การหลอกลงทุนออนไลน์

  • ฟิชชิง

  • แชร์ลูกโซ่ดิจิทัล

เงินที่ได้จากกิจกรรมเหล่านี้
ไม่สามารถเข้าสู่ระบบการเงินปกติได้โดยตรง
จึงต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Money Laundering หรือการฟอกเงิน


ฟอกเงินคืออะไร ทำไมต้องทำ

การฟอกเงิน คือการทำให้เงินผิดกฎหมาย
ดูเหมือนเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้อง

กระบวนการทั่วไปแบ่งเป็น 3 ขั้น

  • Placement นำเงินเข้าสู่ระบบ

  • Layering ซับซ้อนเส้นทางเงิน

  • Integration ทำให้เงินดูถูกกฎหมาย

  • ประเทศไทยมีโครงสร้างบางอย่างที่ทำให้เงินเหล่านี้ “ไหลผ่านได้ง่าย”
    โดยไม่จำเป็นต้องตั้งใจ แต่เกิดจากช่องโหว่เชิงระบบ

    ทำไมประเทศไทยถึงถูกใช้เป็นทางผ่านของเงิน Scammer

    1. ระบบการเงินเปิดและโอนเงินสะดวก

    การโอนเงินข้ามประเทศ การแลกเปลี่ยนเงิน
    และระบบดิจิทัลแบงก์กิ้งที่รวดเร็ว
    ทำให้เงินสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย


    2. การตรวจสอบธุรกรรมรายย่อยทำได้ยาก

    เงิน Scammer มักถูกแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ
    กระจายผ่านบัญชีจำนวนมาก
    ซึ่งยากต่อการตรวจจับในทันที


    3. เศรษฐกิจเงินสดและธุรกิจสีเทา

    ธุรกิจบางประเภทสามารถรับเงินสดหรือเงินโอน
    โดยไม่ต้องแสดงที่มาชัดเจน
    กลายเป็นจุดเชื่อมของการฟอกเงิน


    เงินฟอกเหล่านี้เกี่ยวอะไรกับค่าเงินบาท

    นี่คือจุดที่หลายคนไม่เชื่อมโยง

    ค่าเงินแข็งหรืออ่อน ขึ้นกับอุปสงค์–อุปทานของสกุลเงินนั้น

    เมื่อมี

    • เงินต่างชาติไหลเข้ามา

    • มีการแลกเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท

    ความต้องการเงินบาทจะเพิ่มขึ้น
    ส่งผลให้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับเศรษฐกิจจริง

    ทำไมเรียกว่า “แข็งอย่างไร้เหตุผล”

    เพราะในทางเศรษฐกิจปกติ
    ค่าเงินจะแข็งจาก

    • การส่งออกดี

    • การลงทุนโดยตรง

    • การเติบโตทางเศรษฐกิจ

    แต่กรณีนี้
    เงินบาทแข็งจาก เงินที่ไม่ได้สร้างมูลค่าจริงในระบบเศรษฐกิจ

    เงินเหล่านี้

    • ไม่ก่อให้เกิดการจ้างงาน

    • ไม่เพิ่มผลิตภาพ

    • ไม่หมุนเวียนอย่างยั่งยืน

    จึงเกิดภาวะค่าเงินแข็ง
    แต่ประชาชนไม่รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้น


    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกับคนทั่วไป

    1. ส่งออกและท่องเที่ยวเสียเปรียบ

    เงินบาทแข็งทำให้สินค้าไทยแพงขึ้น
    การแข่งขันในตลาดโลกยากขึ้น


    2. ต้นทุนชีวิตสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    ค่าเงินที่บิดเบี้ยว
    ส่งผลต่อราคาสินค้า การลงทุน และความเชื่อมั่น


    3. ความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ประเทศ

    หากประเทศถูกมองว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน
    อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะยาว


    ภาครัฐและระบบการเงินทำอะไรได้บ้าง

    การแก้ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
    เพราะต้องบาลานซ์ระหว่าง

    • ความสะดวกทางการเงิน

    • การป้องกันอาชญากรรม

    แนวทางสำคัญคือ

    • การติดตามธุรกรรมผิดปกติ

    • ความร่วมมือระหว่างประเทศ

    • การอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย

    • การให้ความรู้ประชาชน

    ในมุมของประชาชน ควรเข้าใจอะไรจากเรื่องนี้

    • ค่าเงินบาทไม่ได้สะท้อนเศรษฐกิจเสมอไป

    • เงินที่ไหลเข้า ไม่ได้แปลว่าดีทุกกรณี

    • การรู้เท่าทัน Scammer คือการป้องกันระดับประเทศ

    • ระบบเศรษฐกิจที่ดี ต้องโปร่งใส ไม่ใช่แค่มีเงินหมุน

    ประเทศไทย เงิน Scammer และค่าเงินบาทที่บิดเบี้ยว

    • เงินฟอกของ Scammer สามารถไหลผ่านระบบการเงิน

    • การแลกเงินเป็นเงินบาทเพิ่มอุปสงค์ค่าเงิน

    • ค่าเงินบาทแข็งโดยไม่เกิดมูลค่าเศรษฐกิจจริง

    • ผลกระทบตกกับประชาชนและภาคธุรกิจ

    • การแก้ปัญหาต้องอาศัยทั้งระบบ ไม่ใช่จุดใดจุดหนึ่ง

    ค่าเงินที่แข็งแรงจริง
    ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้าจอ
    แต่ต้องแข็งแรงจากเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยั่งยืน