รับแอปรับแอป

กลับมาเลื้อยฮากระจาย! Anaconda รีบูตใหม่ที่ทั้งหลอนทั้งขยี้วงการฮอลลีวูด

ก้องภพ แสนดี01-30

ตำนานงูยักษ์คืนชีพ

ปี ค.ศ.1997 โลกหนังได้รู้จักงูยักษ์จากป่าแอมะซอนในอเมริกากลาง ที่โผล่มาฟาดหางใส่คนดูบนจอในฐานะหนังแอ็กชันผจญภัยปนสยองเรื่อง Anaconda (อนาคอนดา)

หนังเรื่องนั้นกำกับโดยหลุยส์ โลซา ผู้กำกับชาวเปรู นำทีมโดยเจนนิเฟอร์ โลเปซ และไอซ์ คิวบ์ ในบททีมสร้างสารคดีที่ดันต้องเผชิญงูยักษ์กลางป่าแอมะซอน

แม้เสียงวิจารณ์เมื่อเกือบ 30 ปีก่อนจะไม่ได้สวยหรู แต่มันก็โกยรายได้ไปไม่น้อย แถมยังสร้างภาพจำงูตัวเท่ารถเมล์ให้ติดตาคนดูมาจนทุกวันนี้

พูดกันตรง ๆ Anaconda กลายเป็นตำนานหนังสัตว์ประหลาดที่ยิ่งเวลาผ่าน ยิ่งดูตลกขบขัน ทั้งที่เนื้อเรื่องจริง ๆ ไม่ได้ขำเลยด้วยซ้ำ

จากตำนานสยอง สู่แฟรนไชส์เกรดบี

เมื่อภาคแรกประสบความสำเร็จ แบรนด์ “อนาคอนดา” ก็ถูกต่อยอดกลายเป็นแฟรนไชส์ มีภาคต่อทยอยออกมาเรื่อย ๆ

  • Anacondas: The Hunt for the Blood Orchid (2004)

  • Anaconda 3: Offspring (2008)

  • Anacondas: Trail of Blood (2009)

  • Lake Placid vs. Anaconda (2015)

หลังจากนั้น กระแสการเล่าเรื่องงูอนาคอนดาก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

หากมองแบบไม่เข้าข้าง แฟรนไชส์นี้ไม่ได้ดูแพงหรือเนี้ยบทุกภาค ถ้าไม่นับภาคแรกที่อาศัยพลังดาราระดับสตาร์ และภาค 2 ที่หลายเสียงยังชมว่าทำได้ดีกว่าภาคแรกด้วยซ้ำ

แต่พอเลยจากนั้นไปเรื่อย ๆ คุณภาพงานก็ถูกวิจารณ์ว่าตกลงแบบเห็นได้ชัด จนกลายสภาพเป็นหนังเกรดบีเต็มตัว

การรีบูตที่ไม่มีใครคิดว่าจะมาทางสายฮา

ผ่านไป 10 ปี อยู่ดี ๆ Anaconda ก็ถูกปัดฝุ่นกลับมาขึ้นจออีกครั้ง ในฐานะงาน รีบูต ภายใต้การกำกับของทอม กอร์มิแคน ผู้กำกับชาวอเมริกัน

เขายังรับหน้าที่ร่วมเขียนบทกับเควิน เอ็ตเทน นักเขียนบทและโปรดิวเซอร์สายรายการทีวี ทั้งคู่เคยจับมือกันมาแล้วในงานอย่าง

  • Beverly Hills Cop: Axel F (2022)

  • The Unbearable Weight of Massive Talent (2024)

พอเห็นโปสเตอร์ Anaconda เวอร์ชัน 2025 และรายชื่อนักแสดงแล้วถึงกับขยี้ตาดูอีกรอบ เพราะขนดาราสายฮาฝีมือจัดจ้านมาเต็ม ทั้ง แจ็ค แบล็ค, พอล รัดด์, สตีฟ ซาห์น และ ธานดิเว นิวตัน

ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า อะไรดลใจให้ระดับตัวพ่อตัวแม่เหล่านี้มารับเล่นหนังงูยักษ์กันอีกครั้ง?

แต่พอได้ดูตัวอย่างหนังก็โล่งใจ เพราะโทนหนังชัดมากว่ามาทางสายขำแบบกรามค้าง และก็ไม่หลอกคนดูเลย

การแสดงลื่นไหล เคมีเข้ากันสุด ๆ ทั้งในฉากดราม่า ฉากมุกฮา หรือฉากหนีตาย ก็ยังอัดแน่นไปด้วยจังหวะเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างเมามัน

แม้คนดูจะได้ลุ้นกับฉากงูยักษ์เลื้อยไล่ล่าอย่างน่าขนลุก แต่ที่เด่นสะดุดตาคือ เทคนิคพิเศษสร้างภาพงูตัวมหึมาที่ออกมาดุดัน ไล่ล่าและสวาปามเหยื่อได้สมใจอยากสายหนังสัตว์ประหลาด

ที่สำคัญ บทและทิศทางการเล่าเรื่องถูกดูแลอย่างตั้งใจ ไม่หลวม ๆ ง่าย ๆ แบบ Anaconda เวอร์ชันก่อน ๆ

ชีวิตติดกับดักของ 4 เพื่อนซี้

หนังเล่าเรื่องผ่านเพื่อนสนิท 4 คนจากเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ที่ต่างรู้สึกว่าชีวิตตัวเองเดินไปข้างหน้าจริง แต่กลับเหนื่อยล้าจนเหมือนขาดอะไรบางอย่าง

พวกเขาเริ่มถามตัวเองว่า นี่เรากำลังใช้ชีวิต หรือแค่ใช้พลังไปวัน ๆ ก่อนที่ไฟในใจจะมอดลงโดยไม่รู้ตัว

จุดเริ่มต้นของเรื่องคือ “กริฟฟ์” (พอล รัดด์) ตัวประกอบวัยดึกที่เล่นหนังมากี่งานก็ไม่เปรี้ยงสักที เดินผ่านโปสเตอร์หนัง Anaconda ในสตูดิโอฮอลลีวูด

แล้วเจ้าตัวก็ปิ๊งไอเดีย บอกเพื่อนซี้อย่าง “ดั๊ก” (แจ็ค แบล็ค) ว่าเขาได้สิทธิ์ทางกฎหมายในการสร้าง Anaconda จากเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง

ด้าน “ดั๊ก” ซึ่งหาเช้ากินค่ำด้วยอาชีพช่างวิดีโอถ่ายงานแต่งงาน รู้สึกชัดเจนว่างานที่ทำไม่เคยเปิดโอกาสให้โชว์พรสวรรค์ด้านเขียนบทและกำกับหนัง ที่ฝังอยู่ในใจมาตั้งแต่เด็ก

เขาเลยคว้าโอกาสนี้ไว้เต็มสองมือ และตัดสินใจร่วมเดินทางไปบราซิล เพื่อยกกล้องเข้าไปถ่ายหนังกลางป่าแอมะซอน

เพื่อนอีกสองคนคือ “เคนนี่” (สตีฟ ซาห์น) และ “แคลร์” (ธานดิเว นิวตัน) ก็กระโดดขึ้นเรือลำเดียวกัน ขอร่วมสานฝันในการรีบูตหนังระดับตำนานอย่าง Anaconda ให้โลกรู้จักกันใหม่

งูยักษ์เป็นแค่เปลือก ความฝันต่างหากคือแก่น

หลายคนอาจคิดว่าความสนุกของหนังต้องอยู่ที่การโผล่มาของงูอนาคอนดาเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ผิด แต่หนังก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

งูยักษ์กลายเป็นแค่เปลือกหุ้ม แต่แก่นจริง ๆ คือการพาตัวละครกลับไปเผชิญหน้ากับความฝันที่เคยทิ้งไว้กลางทาง

หนังค่อย ๆ เปิดให้เห็นว่า พวกเขาเคยปล่อยให้ความกลัวการตัดสินใจเข้ามาบดทับ จนเลือกหันหลังให้สิ่งที่ใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก และปิดโอกาสตัวเองอย่างสิ้นเชิง

การบุกเข้าไปกลางป่าแอมะซอนของก๊วน 4 เกลอทำให้พวกเขาได้เจอกับอนาคอนดาตัวเป็น ๆ และต้องหนีตายกันจนป่าราบ เดิมพันด้วยชีวิตแบบไม่เหลือทางถอย

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประสบการณ์เฉียดตายครั้งนี้กลับกลายเป็นการ ปลดล็อกชีวิตและความคิด ของ 3 หนุ่มใหญ่กับอีก 1 สาวใหญ่ที่ต่างกำลังเผชิญ “วิกฤติวัยกลางคน” คนละแบบ

หนังซ้อนหนังที่กัดฮอลลีวูดเจ็บ ๆ คัน ๆ

หนึ่งในลูกเล่นที่ทำให้ Anaconda เวอร์ชันนี้มีรสชาติ คือการเป็น “หนังซ้อนหนัง” ที่ไม่ได้แค่เล่าการถ่ายทำหนังงูยักษ์เท่านั้น

ระหว่างที่ตัวละครวิ่งหนีงู หนังก็อาศัยจังหวะนี้ ทั้งหยอก ทั้งเสียดสี และแอบค่อนขอดวงการทำหนังฮอลลีวูด ไปพร้อม ๆ กัน

มุกเหล่านี้ไม่ได้มาชนแบบโต้ง ๆ แต่แทรกเข้ามาอย่างแสบคัน ทำให้คนดูที่คุ้นกับวงการหนังพอหอมปากหอมคอ ยิ่งรู้สึกสนุกไปอีกระดับ

สรุป: งูยักษ์เรื่องนี้ดูเอามันก็ได้ ดูเอาแรงใจก็ดี

Anaconda ฉบับรีบูตปี 2025 ไม่ได้มาเล่น ๆ แค่ขายชื่อเก่าให้คนโหยหาความหลัง แต่ดึงเอาความเชยและความเวอร์ในอดีตมารีมิกซ์ให้กลายเป็น คอมเมดี้ผจญภัยที่ทั้งฮา ทั้งมันส์ และยังแอบอบอุ่นหัวใจ

ใครที่กำลังติดกับดักชีวิต เหนื่อย ๆ เบื่อ ๆ กับงานที่ทำ อาจดูจบแล้วอยากลุกขึ้นไปทำอะไรสักอย่าง ที่เคยบอกตัวเองมาตลอดว่า “เอาไว้ก่อน” ก็เป็นได้

เพราะบางที การโดนงูยักษ์ไล่ล่าในหนัง…ก็ยังน่าตื่นเต้นและคุ้มค่ากับชีวิตมากกว่า การปล่อยให้เวลาไล่ล่าความฝันของเราไปเรื่อย ๆ แบบไม่ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ