รับแอปรับแอป

พาสุนัขขึ้นเครื่องไม่ต้องโหลดใต้ท้อง! เปิดโลกเทรนด์ใหม่ที่คนรักสัตว์ต้องรู้

ณัฐพงศ์ ศรีวงศ์01-30

เทรนด์ใหม่ของคนรักสัตว์เลี้ยงบนท้องฟ้า

สำหรับคนที่เลี้ยงหมาแมวแล้วมองว่าเป็น “สมาชิกในครอบครัว” จริง ๆ แค่จะทิ้งไว้บ้านแล้วยกกระเป๋าไปต่างประเทศ ก็รู้สึกผิดแทบขาดใจ การเดินทางแบบแยกจากกันกำลังจะกลายเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว

สายการบิน Hong Kong Airlines หยิบความผูกพันนี้มาเปลี่ยนเป็นบริการสุดปัง “Pet-in-Cabin” ให้หมาแมวได้นั่งเครื่องไปกับเราในห้องโดยสาร ไม่ต้องอยู่ใต้ท้องเครื่องให้ลุ้นระทึกอีกต่อไป

หลังเปิดให้บริการเพียงไม่นาน ความต้องการก็พุ่งแรงจนที่นั่งสำหรับสัตว์เลี้ยงถูกจองเต็มยาวไปถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน สะท้อนชัดเจนว่า ตลาดคนรักสัตว์ที่อยากเที่ยวพร้อมน้อง จ่ายไหว และจ่ายจริง

กติกาขึ้นบิน: ใครพาน้องขึ้นเครื่องได้บ้าง

บริการ “Pet-in-Cabin” ของ Hong Kong Airlines ตอนนี้โฟกัสที่สัตว์เลี้ยงยอดฮิตอย่างสุนัขและแมว โดยมีเงื่อนไขชัดเจนเพื่อความปลอดภัยและความสบายของทุกคนบนเครื่อง

เงื่อนไขหลัก ๆ มีดังนี้:

  • รับเฉพาะสุนัขหรือแมว

  • น้ำหนักตัวรวมกระเป๋าพกพาไม่เกิน 8 กิโลกรัม

  • ต้องอยู่ในกระเป๋าหรือเคสพกพาที่มีขนาดตามมาตรฐานสายการบิน

  • ระหว่างบิน กระเป๋าน้องต้องถูกวางไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าตลอดเวลา

ค่าบริการสำหรับการพาน้องขึ้นห้องโดยสารอยู่ที่ 8,800 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหนึ่งตัว (ยังไม่รวมค่าตั๋วของเจ้าของ) และสามารถจองผ่านตัวแทนเฉพาะทางอย่าง Pet Holidays ทำให้การจัดการเรื่องเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายขึ้นสำหรับผู้โดยสาร

กฎหมายยังไม่พร้อม แต่น้องได้เริ่มบินแล้ว

แม้บริการนี้จะได้รับเสียงตอบรับดีมาก แต่ก็ยังต้องเดินเกมอยู่ในกรอบของกฎหมายฮ่องกงปัจจุบัน ที่ ยังไม่อนุญาตให้มีการนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศผ่านห้องโดยสาร

ผลคือ ขาไปน้องอาจได้นั่งเครื่องในห้องโดยสารเคียงข้างเรา แต่ ขากลับยังจำเป็นต้องโหลดเป็นสัมภาระใต้เครื่อง ตามข้อกำหนดที่มีอยู่ในตอนนี้ ใครวางแผนจะพาน้องบิน ต้องคิดเผื่อทั้งไปและกลับ ไม่ใช่ดูแค่ขาเดียว

ถึงอย่างนั้น การที่สายการบินยอมลงทุนเริ่มต้นบริการแบบนี้ก็ถือเป็นสัญญาณแรง ๆ ว่า การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “ไอเดีย” แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยว

เส้นทางที่เปิดแล้ว และแผนขยายในอนาคต

ตอนนี้ Hong Kong Airlines เปิดให้บริการ Pet-in-Cabin บนเส้นทางยอดฮิตในเอเชียดังนี้

  • ฮ่องกง – โตเกียว

  • ฮ่องกง – โอซาก้า

  • ฮ่องกง – นาโกย่า

อย่างไรก็ตาม สายการบินไม่ได้คิดจะหยุดแค่นี้ มีการวางแผนที่จะ:

  • เพิ่มเส้นทางบินอื่น ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น

  • เพิ่มจำนวน “ที่นั่งสำหรับสัตว์เลี้ยง” ต่อหนึ่งเที่ยวบิน

  • พิจารณาเปิดให้สัตว์เลี้ยงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นสามารถขึ้นห้องโดยสารได้ ในอนาคต โดยใช้การซื้อที่นั่งเพิ่มเติมสำหรับน้องโดยเฉพาะ

ถ้าแผนเหล่านี้เดินหน้าเต็มตัว ภาพที่เราเคยเห็นแค่น้องอยู่ในกรงใต้ท้องเครื่อง อาจถูกแทนที่ด้วย หมาไซส์กลางนั่งเกาะหน้าต่างข้างเจ้าของอย่างสบายใจ

ตลาดท่องเที่ยวสายสัตว์เลี้ยง: โตแรงกว่าน้องหมาวิ่งเล่น

การตัดสินใจของ Hong Kong Airlines ไม่ได้มาเพราะความน่ารักอย่างเดียว แต่เพราะตัวเลขทางธุรกิจที่ชัดเจนว่า ตลาดการเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงในเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด

มีการประเมินกันว่า ภายในปี 2030 มูลค่าตลาดนี้อาจพุ่งสูงถึง 690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียว ทำให้สายการบินต่าง ๆ เริ่มหันมาแข่งขันกันออกแบบประสบการณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • นโยบายรับสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องที่เป็นมิตรและชัดเจน

  • บริการเสริมด้านความปลอดภัยและความสบายของสัตว์

  • การอบรมพนักงานให้เข้าใจพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง

พูดง่าย ๆ คือ ใครตอบโจทย์ “ทาสหมาทาสแมว” ได้ก่อนและดีกว่า ก็มีโอกาสชิงใจลูกค้ากลุ่มนี้แบบยาว ๆ

สรุป: อนาคตการเดินทางกับน้องหมาน้องแมวกำลังจะเปลี่ยนไป

บริการ Pet-in-Cabin ของ Hong Kong Airlines คือหนึ่งในตัวอย่างชัด ๆ ว่า ยุคที่เราต้องเลือกว่าจะพาแฟนไปหรือพาหม้าไป กำลังจะจบลง เพราะการเดินทางเริ่มออกแบบมาเผื่อ “ทั้งครอบครัว” ในแบบที่มีขน มีหาง และมีเสียงเห่า เสียงเหมียวด้วย

สำหรับคนที่ฝันอยากพาน้องไปเหยียบหิมะ เที่ยวญี่ปุ่น หรือบินไปเจอครอบครัวต่างประเทศ แบบไม่ต้องแยกจากกันกลางอากาศ เทรนด์นี้คือสัญญาณดีมากที่บอกว่า การเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยงกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป

ใครเล็งจะพาน้องขึ้นบินในอนาคต อาจถึงเวลาที่ต้องเริ่มศึกษากฎของแต่ละประเทศและแต่ละสายการบินไว้ ตั้งแต่วันนี้เพื่อไม่ให้พลาดเที่ยวบินแรก ๆ ของยุคใหม่สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง