ปราณบุรี เมืองที่ทำให้เราเดินช้าลงเองโดยไม่รู้ตัว
บางเมืองไม่ได้มีไว้ให้เราเช็กอินร้านดัง หรือวิ่งไล่เก็บแลนด์มาร์กให้ครบทุกจุด แต่มีไว้ให้เราได้ ผ่อนจังหวะชีวิต ลงแบบไม่ต้องพยายาม และปราณบุรีก็เป็นหนึ่งในนั้น
เมืองเล็กริมทะเลที่ไม่มีเสียงนักท่องเที่ยวโหวกเหวก ไม่มีบีชคลับอลังการ มีแค่เสียงคลื่นเบา ๆ ถนนที่รถไม่เร่งรีบ และร้านอาหารอบอุ่นที่ทำให้คนแปลกหน้ารู้สึกเหมือนเป็นคนท้องถิ่นชั่วคราว


สิ่งที่ทำให้เราหลงรักปราณบุรีเป็นพิเศษ คือเลนจักรยานและฟุตบาธริมทะเลที่ทำได้ดีมาก เป็นเส้นทางที่ชวนให้ทั้งคนท้องถิ่นและนักเดินทางออกมาเดินเล่น วิ่งเบา ๆ หรือปั่นจักรยานรับลม โดยเฉพาะถนนเลียบชายหาดแถว ตาล 3 ต้น ปากน้ำปราณ ที่กลายเป็นเหมือนลายเซ็นของที่นี่ไปแล้ว



ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากใช้เวลาเดินช้า ๆ มองทะเล ฟังเสียงลม โดยไม่ต้องมีเช็กลิสต์อะไรเยอะ
Wyndham Hua Hin Pranburi รีสอร์ตเขียวกว้างกลางปากน้ำปราณ
ทริปนี้เราเลือกพักที่รีสอร์ตใหญ่โดดเด่นของปากน้ำปราณ อย่าง Wyndham Hua Hin Pranburi Resort & Villas รีสอร์ตขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 50 ไร่ แค่ก้าวเท้าเข้าไปก็รู้สึกได้เลยว่าโล่ง โปร่ง และหายใจเต็มปอดมาก



รอบ ๆ รีสอร์ตเต็มไปด้วย
สวนเขียวขจีและต้นไม้ใหญ่
สนามหญ้ากว้างให้ออกมาเดินเล่นหรือวิ่งเล่นกับเพื่อนได้
สระบัวขนาดใหญ่ที่ทำให้บรรยากาศดูสงบขึ้นไปอีก
สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ริมทะเล วิวเปิดโล่งสุดสายตา
สนามกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งยิงธนู สเก็ต เทนนิส เปตอง วอลเลย์บอลชายหาด และอีกหลายอย่าง
ทุกอย่างถูกออกแบบมาให้คนที่มา หนีความวุ่นวายจากเมือง ได้รีเซ็ตตัวเองใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ




พูลวิลล่า 3 วัน 2 คืน ที่รู้สึกเหมือนได้พักมากกว่าหนึ่งทริป
การพัก 3 วัน 2 คืน ใน พูลวิลล่าส่วนตัว ของที่นี่คือความคุ้มค่าที่ทำให้ไม่อยากเช็กเอาต์เลย ห้องกว้างขวาง ฟังก์ชันลงตัว และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบแบบไม่ต้องขอเพิ่ม
มีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้โดดลงไปเล่นได้ทั้งวัน
มี outdoor bathtub ให้แช่สบาย ๆ ท่ามกลางอากาศเปิดโล่ง
พื้นที่ในวิลล่ากว้างพอสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รักที่อยากมาหลบคน
ไฮไลต์หนึ่งคือบริการ floating breakfast เสิร์ฟอาหารเช้าถาดลอยกลางสระในวิลล่าของเราเอง ถ้าอยากอิ่มแบบจริงจังต่อ ก็เดินไปบุฟเฟต์อาหารเช้าของรีสอร์ตได้เลย เพราะไลน์อาหารอลังการเกินคาด
มีทั้ง
อาหารไทยและตะวันตกหลากหลายเมนู
มุมขนมปังและสลัด
อาหารเพื่อสุขภาพและน้ำผลไม้หลายชนิด
ก๋วยเตี๋ยวปรุงสดใหม่ตรงสเตชัน
อิ่มแบบสวย ๆ แล้วค่อยไปเริ่มวันสโลว์ไลฟ์ต่อได้สบายมาก





Milky Bath, ดอกไม้ล้อมอ่าง และช่วงเวลาที่ไม่อยากให้จบ
ช่วงบ่ายเราให้พนักงานมาจัด milky & floral bath ใน outdoor bathtub ภายในพูลวิลล่าของเราเอง น้ำอุ่นกำลังดี แช่ไปมองท้องฟ้าไป ฟีลเหมือนได้ไปแช่ออนเซ็นกลางธรรมชาติ
อยากได้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนประมาณไหนก็บอกได้ ช่วงเวลานั้นเหมือนโลกทั้งใบเหลือแค่เรา กลิ่นดอกไม้ และเสียงลม


ถ้าอยากผ่อนคลายต่ออีกขั้น ก็ยังมี Blue Lotus Spa ให้เลือกทรีตเมนต์ได้หลายแบบ หรือนวดที่ชั้น 2 ของอาคารไม้ริมทะเล มองเห็นวิวทะเลเต็มตา พร้อมลมเย็น ๆ พัดผ่านตลอดเวลา เป็นความสบายแบบที่ไม่ต้องทำอะไรเยอะ แค่นอนนิ่ง ๆ ให้คนดูแลก็พอ




The Pavilion ร้านอร่อยในรีสอร์ตที่ทำให้ไม่อยากออกไปกินที่อื่น
อาคารไม้ริมทะเลที่เราเห็นสวย ๆ นั้นคือ The Pavilion ชั้นบนใช้เป็นโซนนวดสปา ส่วนชั้นล่างคือหนึ่งในร้านอาหารดังของปากน้ำปราณ ที่เปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น
เมนูมีทั้งไทยและตะวันตก และที่สำคัญคือ อร่อยเกินกว่าที่คาดไว้ ตั้งแต่กับข้าวแบบไทยไปจนถึงของหวานจานสวย
เมนูที่น่าลอง มีทั้ง
ต้มยำปลาแซ่บร้อนกำลังดี
หมึกแดดเดียวเค็มหวานกำลังพอดี
กุ้งซอสมะขามเนื้อเด้งราดซอสเข้มข้น
ซี่โครงหมูอบนุ่มแบบกินแล้วแทบไม่อยากวางช้อน
พิซซ่าหน้าแน่น
เค้กและทิรามิสุหอมมัน
ข้าวเหนียวมะม่วงสไตล์ไทย ๆ ปิดท้ายมื้อ
ถ้าใครเป็นสายพักรีสอร์ตเต็มตัว แทบไม่ต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอก ก็ยังมีเมนูให้ลองได้อีกยาว ๆ แบบไม่ซ้ำง่าย ๆ




เดินชิลริมปากน้ำปราณ และบรรยากาศเย็น ๆ ยามค่ำ
ช่วงเย็น ริมทะเลปากน้ำปราณจะเริ่มคึกคักแบบอบอุ่น มีทั้งสตรีตฟู้ดตั้งเรียงราย คนมาร้องเพลง เล่นดนตรี และคนท้องถิ่นออกมาเดินออกกำลังกายกันเป็นกลุ่ม ๆ
ถึงจะไม่ได้เดินเล่นบนทรายหน้าหาด เพราะแนวชายฝั่งตรงนี้เป็นถนนฟุตบาธ แต่ลมทะเลที่พัดเย็นตลอดทางก็ทำให้บรรยากาศชิลมาก ๆ เดินไปดูของกินไป ฟังเพลงสดไป คือฟีลที่เรียบง่ายแต่ช่วยคลายเหนื่อยจากในเมืองได้ดีมาก


แวะเหยียบทรายที่หาดเขากะโหลก และแก๊งหมาบนผืนทรายวานิลลา
ถ้าใครคิดถึงฟีลการเดินเหยียบทรายแบบจริงจัง แนะนำให้ขับรถจากรีสอร์ตไปที่ หาดเขากะโหลก ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที
พอไปถึงจะเจอ
ท้องฟ้าสีโทนอ่อนคล้ายวานิลลาในช่วงเย็น
หาดทรายกว้างที่เหมาะกับการเดินเล่นรับลม
แก๊งหมาทะเลที่นอนกลิ้ง วิ่งเล่น และใช้ชีวิตชิลมาก ๆ
เป็นชายหาดที่มาแล้วมักจะเผลอตกหลุมรักซ้ำ ๆ โดยเฉพาะคนรักสุนัข ที่เห็นหมาเล่นทรายทีไร ใจมันละลายทุกที

Clean Resort มาตรฐาน 3C และความดีงามสำหรับคนมีน้องหมา
สิ่งที่ทำให้ Wyndham Hua Hin Pranburi น่าอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก คือการที่รีสอร์ตได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็น Clean Resort จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แคมเปญ 3C: Clean bed, Clean Air, Clean Food
หมายความว่า
ที่นอนผ่านมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัย
อากาศในพื้นที่พักผ่อนถูกใส่ใจเรื่องคุณภาพ
อาหารถูกจัดการอย่างได้มาตรฐานเพื่อสุขภาพของผู้เข้าพัก
และที่สำคัญมากสำหรับสายพาน้องหมาเที่ยวก็คือ ที่นี่เป็น รีสอร์ตแบบ pet-friendly
สำหรับคนที่รักการเดินทางกับสุนัข นี่คือดีลักซ์ความสุขแบบคูณสอง เพราะไม่ใช่แค่เราได้พักร่างและใจ แต่ยังได้เห็นน้องหมาออกมาเดินเล่นรับลม วิ่งบนสนามหญ้า และนอนฟังเสียงทะเลไปพร้อมกัน
ครั้งหน้า ถ้าได้กลับมาปราณบุรีอีก เราอยาก
พาน้องหมาที่บ้านมาด้วย
ให้เขาได้เดินสูดกลิ่นทะเลแบบใกล้ ๆ
นั่งเฝ้าดูเขาวิ่งเล่นบนสนามหญ้าในรีสอร์ต
ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยฮีลทั้งคนและหมาไปพร้อมกัน
บางทริปไม่ได้มีไว้เพื่อไปให้ไกล แต่อยู่ใกล้ ๆ ทะเลเงียบ ๆ แล้วได้ใช้เวลาคุณภาพกับตัวเองและน้องหมาให้เต็มที่ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการรีชาร์จครั้งใหญ่ในชีวิต

