รับแอปรับแอป

ใต้ตาไม่โทรมอีกต่อไป! 10 อายครีมกู้รอดปี 2025 สำหรับคนตาคล้ำ นอนดึก ทำงานหนัก

ภูริเดช คำทอง02-01

เปิดโหมดกู้ใต้ตาคล้ำ ผิวรอบดวงตาโทรมต้องรีบดู!

ใครที่กำลังส่องกระจกแล้วสะดุ้งกับใต้ตาคล้ำ ดูโทรมเหมือนอดนอนมาหลายคืน ถึงเวลาหาอายครีมดี ๆ สักตัวมาตั้งเป็นยืนหนึ่งบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วค่ะ

ตอนนี้มีอายครีมให้เลือกเยอะมากจนงงว่าจะเริ่มจากแบรนด์ไหนดี เลยขอรวบรวมตัวช่วยรอบดวงตา ที่ตอบโจทย์ปัญหาตาคล้ำ ริ้วรอย ความแห้งกร้าน มาให้เลือกกันแบบจัดเต็ม ใครอ่านจบมีโอกาสได้ลิสต์ “อายครีมในดวงใจ” กลับไปแน่นอน

ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการใช้ ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอ ด้วยนะคะ ทาแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง อย่าหวังผลในคืนเดียวแบบเทพนิยาย เพราะสกินแคร์คือเรื่องของวินัยจริง ๆ

อายครีมจำเป็นแค่ไหน ใช้ไปเพื่ออะไร?

ต้องบอกก่อนว่าอายครีมไม่ใช่สกินแคร์ที่ “ทุกคนจำเป็นต้องมี” ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดูแลหน้า แต่ถ้าเริ่มเห็นปัญหาผิวรอบดวงตาเมื่อไร ทั้งความหมองคล้ำ รอยย่นเล็ก ๆ หรือความแห้งจนแต่งหน้าไม่ติด อายครีมคือไอเท็มที่ควรมีติดโต๊ะอย่างยิ่ง

ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางและบางกว่าส่วนอื่นของใบหน้า ทำให้สูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นได้ง่าย การบำรุงด้วยอายครีมเป็นประจำจะช่วยให้ผิวรอบดวงตา

  • ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ไม่เป็นขุย

  • ดูสดใส หน้าไม่โทรมเหมือนอดนอนตลอดเวลา

  • ริ้วรอยเล็ก ๆ ค่อย ๆ ดูจางลง

ยิ่งเริ่มใช้ก่อนอายุเยอะ ยิ่งช่วยชะลอริ้วรอยได้ดีในระดับหนึ่ง ไม่ต้องรอให้ตีนกาขึ้นชัดแล้วค่อยเริ่ม แบบนั้นจะเหนื่อยแก้ทีหลังมากกว่า

เทคนิคเลือกอายครีมให้ตอบโจทย์ปัญหาผิว

เลือกอายครีมไม่ใช่ดูแค่รีวิวว่าคนอื่นใช้ดี แต่ต้องดูว่า “ปัญหาของเรา” คืออะไร แล้วเลือกสูตรให้ถูกทาง

1. เลือกสูตรให้ตรงกับปัญหาผิวรอบดวงตา

อายครีมแต่ละตัวออกแบบมาแก้ปัญหาต่างกัน เช่น บางตัวเน้นลดรอยคล้ำ บางตัวเน้นฟื้นฟูริ้วรอย บางตัวเน้นความชุ่มชื้นแบบจัดเต็ม ดังนั้นควรเลือกสูตรที่ตรงกับสภาพผิวและปัญหาของตัวเองมากที่สุด เพื่อให้บำรุงได้ตรงจุด

2. ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่เพิ่มความชุ่มชื้น

ผิวรอบดวงตาแห้งง่าย ถ้าปล่อยให้แห้งบ่อย ๆ ริ้วรอยจะเห็นชัดขึ้นแบบไม่ปรานี การเลือกอายครีมที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin หรือ Ceramide จะช่วยให้พื้นฐานผิวรอบดวงตาแข็งแรงและสุขภาพดีมากขึ้น

3. ดูเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์

  • ผิวมันหรือใช้เมคอัพรอบดวงตาบ่อย อาจชอบเนื้อเจลหรือเนื้อเซรั่มบางเบา

  • ผิวแห้งมากอาจเหมาะกับเนื้อครีมเข้มข้น

การเลือกเนื้อสัมผัสที่เข้ากับผิวจะช่วยให้ผิวดูดซึมได้ดี และทำให้ผิวรอบดวงตาดูยืดหยุ่นขึ้นอย่างรู้สึกได้

4. ทดสอบเรื่องการระคายเคืองให้ดี

เพราะผิวรอบดวงตาบอบบางมาก ถ้าเลือกส่วนผสมแรงเกินไป อาจแสบ แดง หรือตาแพ้เอาได้ แนะนำให้มองหาสูตรที่

  • ไม่มีแอลกอฮอล์

  • ไม่มีพาราเบน

  • ไม่มีน้ำหอม (โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย)

ถ้าผิวเซนซิทีฟมาก ๆ อาจลองทาที่ท้องแขนหรือหลังหูก่อน แล้วค่อยใช้จริงรอบดวงตา

10 อายครีมปี 2025 กู้ใต้ตาคล้ำ ริ้วรอย และความโทรม

ด้านล่างนี้คือ 10 ตัวเด็ดที่คัดมาแล้ว ว่าเหมาะกับการช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้กลับมาสดใสขึ้น เลือกตามงบและปัญหาผิวของตัวเองได้เลย

1. CeraVe Eye Repair Cream

อายครีมสายอ่อนโยนสำหรับทุกสภาพผิว ตัวนี้มี Ceramide 3 ชนิด ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น พร้อมด้วย Hyaluronic Acid และ Niacinamide ที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นใต้ผิว ทำให้ผิวรอบดวงตาดูอิ่มฟูขึ้น

จุดเด่นคือ ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายมาก ๆ

  • ปริมาณ : 14 ml.

  • ราคา : 630 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่เน้นฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง ลดความแห้งและระคายเคือง

2. Plantnery Cica Centella Ceramide Eye Cream

อายครีมสายปลอบประโลมผิว ตัวนี้มีสารสกัดจากใบบัวบก และ Ceramide 5 ชนิด ช่วยลดอาการบวมช้ำใต้ตา พร้อมเสริมความแข็งแรงของผิวไปด้วยในตัว

เนื้อครีมเป็นแบบ Emulsion ซึมง่าย ไม่หนักผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี และที่สำคัญ ไม่มีพาราเบน น้ำหอม และแอลกอฮอล์ คนผิวบอบบางน่าลองมาก

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 249 บาท

  • เหมาะกับใคร : ใต้ตาบวมง่าย ผิวแพ้ง่าย งบเบา ๆ แต่เน้นส่วนผสมดี

3. Clarins Total Eye Lift

สายยกกระชับห้ามพลาด ตัวนี้ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูฟูและกระชับขึ้น เหมาะมากกับคนที่เริ่มมีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ ความหย่อนคล้อย และขอบตาคล้ำหรือบวม

มีส่วนผสม Cassie Wax และ Harungana ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและตีนกา เมื่อใช้ต่อเนื่องจะเห็นว่าผิวรอบตาดูแน่นขึ้น

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 3,900 บาท

  • เหมาะกับใคร : อายุเริ่มเข้าเลข 3 หรือมากกว่า เน้นเรื่องริ้วรอยอย่างจริงจัง

4. Eucerin Hyaluron Filler + Elasticity Eye Cream

อายครีมสายเวชสำอางที่เน้นจัดการริ้วรอยลึก สูตรนี้ใช้ Hyaluron โมเลกุลใหญ่และเล็ก ทำงานคู่กันเพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอยจากด้านใน พร้อมด้วย Arctiin และ Creatine ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว

มีค่า SPF 20 ช่วยปกป้องผิวรอบดวงตาจากแสง UV ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของริ้วรอยก่อนวัย

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 1,950 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยู่กลางแดดบ่อย มีริ้วรอยลึก และต้องการทั้งบำรุง + กันแดดในหนึ่งขั้นตอน

5. Gravich Retinol Concentrate Eye Cream

อายครีมสายเรตินอลที่ออกแบบมาให้ผิวบอบบางก็ใช้ได้ ตัวนี้ใช้ Sensitive Retinol ผสานกับเทคโนโลยี Double Encapsulate ช่วยลดโอกาสการระคายเคือง แต่ยังคงประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย

ส่วนผสมเด่นคือเรตินอล คาเฟอีน และเปปไทด์ ช่วยลดความคล้ำรอบดวงตา เพิ่มความสดใส และยังเพิ่มความชุ่มชื้น เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 1,790 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยากเริ่มเรตินอลรอบดวงตา อยากลดริ้วรอยและความหมอง แต่กังวลเรื่องผิวระคายเคือง

6. PAPA FEEL Resurrect 5D-Peptide Eye Care Anti-Aging

อายครีมเนื้อเซรั่มที่ให้สัมผัสเบาสบาย ไม่เหนอะผิว จุดเด่นหลักคือ Peptide 5 ชนิด ช่วยฟื้นบำรุงผิวรอบดวงตาแบบจัดเต็ม

นอกจากช่วยเรื่องความยืดหยุ่นผิวแล้ว ยังช่วยปรับสีผิวใต้ตาให้ดูสม่ำเสมอขึ้น และช่วยลดริ้วรอย พร้อมล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดวัน

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 599 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยากโฟกัสเรื่องริ้วรอยและความยืดหยุ่น แต่อยากได้เนื้อสัมผัสเบาสบายไม่หนักผิว

7. Beauty of Joseon Revive Eye Serum Ginseng + Retinal

อายเซรั่มสายเกาหลีที่หลายคนเลิฟ ตัวนี้มีสารสกัดจากโสม ร่วมกับ Glycerin, Niacinamide และ Hyaluron ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสมากขึ้น

มี Retinal ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยลดริ้วรอย และปรับให้ผิวเนียนละเอียดขึ้น แถมยังเป็นสูตรวีแกน ไม่มีน้ำหอม พาราเบน และ Essential Oils

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 690 บาท

  • เหมาะกับใคร : สายสกินแคร์เกาหลี อยากเริ่มใช้ Retinal แบบอ่อนโยน เน้นฟื้นฟูและเพิ่มความเนียนละเอียดของผิว

8. VICHY Mineral 89 Eyes

ตัวดังที่หลายคนคุ้นชื่อ แบรนด์นี้ใช้น้ำแร่จากแหล่งภูเขาไฟในฝรั่งเศสที่อุดมด้วยแร่ธาตุถึง 15 ชนิด ผสานกับ Hyaluron Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา ดูอิ่มน้ำและสดใสขึ้น

ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ พร้อมปรับสมดุลผิวให้แข็งแรง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเริ่มใช้อายครีมแบบไม่ซับซ้อน

ปราศจากแอลกอฮอล์ ซิลิโคน น้ำหอม และพาราเบน

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 1,000 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่ต้องการคืนความชุ่มชื้นให้ผิวรอบตาแบบอ่อนโยน เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

9. Olay Regenerist Collagen-Peptide24 Eye Cream

สายคอลลาเจนต้องมาทางนี้ สูตรนี้มี Collagen-Peptide24 เป็นตัวหลัก ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูอิ่มฟูขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ

ผสาน Niacinamide (วิตามิน B3) และ Glycerin ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวให้ดูเนียนใสยิ่งขึ้น ปราศจากพาราเบน พาทาเลต น้ำหอม และสีสังเคราะห์

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 1,199 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยากให้ใต้ตาดูฟูขึ้น แต่งหน้าแล้วไม่ตกร่องง่าย เน้นบำรุงระยะยาว

10. L’Oréal Paris Glycolic-Bright Dark Circle Eye Serum

ใครที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำแบบดื้อ ๆ ต้องส่องตัวนี้ เพราะเป็นอายเซรั่มที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน มีส่วนผสมของ Glycolic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำออกไป

ยังผสาน Vitamin Cg และ Niacinamide ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนรอยดำ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ตัวแอปพลิเคเตอร์เป็นลูกกลิ้ง 3 หัว ช่วยนวดให้เนื้อเซรั่มซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้นและช่วยลดอาการบวมใต้ตาไปในตัว

  • ปริมาณ : 20 ml.

  • ราคา : 799 บาท

  • เหมาะกับใคร : คนที่กังวลเรื่องใต้ตาคล้ำโดยเฉพาะ อยากได้ทั้งการผลัดเซลล์ + ลดรอยดำในหนึ่งขั้นตอน

สรุป: อายครีมอาจยังไม่จำเป็นวันนี้ แต่วันหนึ่งคุณต้องได้ใช้

การเลือกอายครีมให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของผิวรอบดวงตา เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ วันนี้คุณอาจจะยังรู้สึกว่าผิวรอบดวงตาโอเคอยู่ ยังไม่เห็นริ้วรอยชัด หรือใต้ตาไม่คล้ำมาก แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้สายตาหนัก ๆ ทั้งจอมือถือและคอมพิวเตอร์ทุกวัน ปัญหาเหล่านี้ก็มีโอกาสโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

การรู้ไว้ก่อนว่า

  • มีอายครีมแบรนด์ไหนน่าสนใจ

  • สูตรไหนเหมาะกับปัญหาแบบเรา

  • ส่วนผสมแบบไหนให้ผลลัพธ์อะไร

ถือว่าเป็นการเตรียมตัวที่ดีมาก พอถึงวันที่รู้สึกว่าอยากเริ่มบำรุงรอบดวงตาจริง ๆ จะได้เลือกได้ตรงจุด ไม่ต้องลองผิดลองถูกหลายรอบให้เปลืองงบ ผิวรอบดวงตาเล็กนิดเดียว แต่ดูแลดี ๆ ได้ผลกับภาพรวมของใบหน้ามากกว่าที่คิดเลยค่ะ