รับแอปรับแอป

วิ่งให้สุดทุกกิโล ด้วยคู่หู TAG Heuer x New Balance ที่เกิดมาเพื่อสายมาราธอนตัวจริง

อภิชาติ สุนทร01-29

เมื่อแบรนด์หรูจับมือแบรนด์สายวิ่ง เกิดเป็น “ชุดวิ่งในฝัน” ของนักวิ่งจริงจัง

สายวิ่งมาราธอนที่จริงจังกับทั้งเวลา เพซ และสไตล์ ต้องสะดุดกับคู่นี้แน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่แค่นาฬิกาหรือรองเท้าวิ่งธรรมดา แต่คือการร่วมมือกันของสองไอคอนวงการกีฬาและเวลาอย่าง TAG Heuer และ New Balance

ทั้งคู่ร่วมกันพัฒนา TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition พร้อมรองเท้าวิ่ง TAG Heuer x New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ชุดอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีเป้าหมายชัด ซ้อมจริงจัง และอยากให้ทุกก้าวบนลู่วิ่งมีความหมาย

ไฮไลต์ชุดคู่วิ่ง: นาฬิกา + รองเท้าที่คิดมาสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ

คอนเซ็ปต์ของเซ็ตนี้ชัดมาก: จับเวลาได้แม่นยำ วางแผนได้จริง วิ่งได้เต็มศักยภาพ

จุดเด่นโดยรวมของชุดคู่นี้คือ

  • นาฬิกา Connected เจเนอเรชันใหม่ ที่ไม่ใช่แค่สมาร์ตวอทช์ แต่คือ “เครื่องมือฝึกซ้อม” สำหรับคนวิ่งจริงจัง

  • กลไก Calibre E5 ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานสายออกกำลังกายโดยเฉพาะ

  • รองเท้าวิ่งรุ่นพิเศษ FuelCell SuperComp Elite v5 ที่ปรับดีไซน์และโทนสีให้เข้ากันกับนาฬิกาโดยตรง

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่มองการวิ่งเป็นแค่การออกกำลังกาย แต่เป็น “งานฝีมือ” ที่ต้องใช้เวลา วินัย และเครื่องมือที่ไว้ใจได้

จากปี 2015 ถึงเจเนอเรชัน 5: วิวัฒนาการของ TAG Heuer Connected

ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา TAG Heuer Connected ไม่ได้ทำตัวเป็นแค่นาฬิกาที่วิ่งตามเทรนด์เทคโนโลยีผู้บริโภค แต่วางตัวเป็นนาฬิกาแห่งความแม่นยำในแบบสวิส ที่บวกความล้ำของดิจิทัลเข้าไปอย่างมีชั้นเชิง

ทุกเจเนอเรชันต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาของแบรนด์ ทำให้รายละเอียดทั้งฝั่งดิจิทัลและกลไก ถูกออกแบบด้วย mindset แบบเดียวกับการทำเรือนเวลาไฮเอนด์: เน้นความเป๊ะ ความเสถียร และประสบการณ์ใช้งานที่ต่อเนื่อง

เจเนอเรชันที่ 5 มาพร้อมกลไก Calibre E5 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS ที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด อินเทอร์เฟซลื่นมาก การตอบสนองเร็ว การนำทางเข้าใจง่าย ภาพแสดงผลคมชัด และการปรับแต่งด้านประสิทธิภาพทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันและตอนซ้อมวิ่งไหลลื่นสุด ๆ

การเชื่อมต่อ ฟังก์ชันสุขภาพ และความแม่นยำสำหรับสายวิ่ง

ในรุ่นใหม่นี้ การเชื่อมต่อและฟีเจอร์สุขภาพถูกยกระดับขึ้นแบบจริงจัง

  • จับคู่กับอุปกรณ์อื่นได้เร็วและราบรื่นมากขึ้น

  • รองรับการทำงานกับ iOS แบบเต็มระบบ ใช้งานได้เนียนกับ ecosystem ดิจิทัลของผู้ใช้

  • ฟังก์ชันด้านสุขภาพครอบคลุมขึ้น ทั้งการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การบันทึกกิจกรรมแบบเรียลไทม์ และชุดเครื่องมือที่ช่วยให้รักษาสมดุลฟิตเนสโดยรวม

ที่สำคัญสำหรับนักวิ่งมาราธอนและสายวิ่งนอกเมืองคือ ระบบ GPS แบบคู่ความถี่ ซึ่งช่วยให้จับตำแหน่งได้แม่นยำ แม้จะวิ่งในเส้นทางที่มีตึกสูงหรือสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ปิดเกมด้วยแบตเตอรี่ที่อึดเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องยาว ๆ โดยที่ประสิทธิภาพไม่ดรอประหว่างวัน

เมื่อสองโลก “เวลา” และ “การวิ่ง” มาเจอกัน

การร่วมมือกับ New Balance ทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นแค่การออก gadget ใหม่ แต่เป็นการจับเอา วินัยเรื่องเวลา ของ TAG Heuer มาเจอกับ ศาสตร์การวิ่ง ที่ New Balance สั่งสมมากว่าศตวรรษ

ทั้งสองแบรนด์ให้คุณค่ากับสิ่งเดียวกัน: การเข้าใจรายละเอียด การเคารพในกระบวนการฝึกซ้อม และการกล้าท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

การออกแบบจึงเน้นไปที่นักวิ่งที่

  • วางแผนการวิ่งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น 5K, 10K, Half หรือ Full

  • มองการซ้อมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

  • ใช้เวลาและข้อมูลทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเองจริง ๆ

เสียงจากคนทำงาน: คู่หูที่คิดมาจาก “มุมมองของนักวิ่ง”

ผู้บริหารของ TAG Heuer อธิบายแนวคิดของเซ็ตนี้ว่า จุดมุ่งหมายคือการสร้าง นาฬิกาที่จับคู่กับรองเท้าได้อย่างแท้จริง สำหรับคนที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่วัสดุ แผนฝึก ไปจนถึงดีไซน์ ถูกคิดมาจากมุมมองของนักวิ่งที่เอาจริงเอาจังกับเส้นทางของตัวเอง

ในมุมของนักกีฬาอาชีพ เซ็ตนี้จึงไม่ได้ถูกมองเป็นแค่แฟชั่นหรือของสะสม แต่เป็น เครื่องมือ ที่ช่วยให้การฝึกซ้อมมีกรอบ มีเป้าหมาย และมีตัวช่วยคอยเตือน คอยวัดผลตลอดเวลา

ดีไซน์ตัวเรือน: เบา แข็งแรง และเกิดมาเพื่อฟาดเพซ

TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition ให้ฟีลทั้งสปอร์ตและพรีเมียมในเรือนเดียว

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. ขนาดกำลังดีสำหรับทั้งการวิ่งและการใส่ในชีวิตประจำวัน

  • ตัวเรือนทำจาก ไทเทเนียม เกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ น้ำหนักเบา แต่แข็งแรงมาก

  • ผิวด้านแบบพ่นทราย ให้ความรู้สึกทันสมัยและลดการสะท้อนแสง

  • ดีไซน์สายสปอร์ต ทนรอยขีดข่วน พร้อมรับมือทั้งการซ้อมหนักและการใช้งานทุกวัน

หน้าปัดมาพร้อมสเกล 0–100 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถซิงก์เข้ากับแอปฝึกซ้อมเพื่อแสดงค่าต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นข้อมูลชัด ๆ ขณะวิ่งโดยไม่ต้องเพ่งนาน

โลโก้ New Balance ที่สลักบนฝาหลังช่วยเล่าเรื่องความร่วมมือของสองแบรนด์ผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนรักของดีต้องชอบ

แบตเตอรี่: วิ่งยาว ๆ ได้แบบไม่ต้องลุ้น

ข้อมูลการใช้งานแบตเตอรี่จัดว่าออกแบบมาดีสำหรับทั้งสายเทรนและสายใส่ทุกวัน

  • ใช้งานได้ประมาณ 1.5 วัน ในโหมดประสิทธิภาพเต็ม

  • ใช้งานได้ประมาณ 2 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน

  • ใช้งานได้ราว 12 ชั่วโมง ในโหมดกีฬา (โหมดวิ่ง)

  • ชาร์จจาก 0–100% ได้ภายใน 90 นาที ที่อุณหภูมิ 15°–45°C

  • มีโหมดชาร์จเร็ว ชาร์จประมาณ 30 นาที ใช้งานได้ทั้งวัน

สำหรับนักวิ่งสายซ้อมยาวหรือชอบวิ่งเช้าบ่ายต่อเนื่อง วันหนึ่งแบบจัดเต็มก็เอาอยู่แบบไม่ต้องพกสายชาร์จออกไปด้วย

สายนาฬิกา: ยืมเทคโนโลยีจากรองเท้ามาใส่บนข้อมือ

จุดที่น่าสนใจมากคือการออกแบบ สายนาฬิกา เพราะวิศวกรของ TAG Heuer ดึงเอาประสบการณ์ด้านรองเท้าของ New Balance มาใช้แบบจริงจัง

  • ใช้ระบบ Cushion Comfort System (ที่จดสิทธิบัตร) กับสายนาฬิกาเป็นครั้งแรกใน TAG Heuer

  • ระบบนี้ผสานฐานยางที่ยืดหยุ่นเข้ากับผ้าพิเศษ ซึ่งมีที่มาจากวัสดุในรองเท้า

  • ผลลัพธ์คือ สายที่ทั้งสบาย ทนทาน และดูสปอร์ตแบบมีสไตล์

ในกล่องยังมีสายนาฬิกาเส้นสำรองที่ออกแบบร่วมกัน พร้อมโลโก้ New Balance ปักอยู่บนสาย สายสำรองนี้ถูกคิดมาเพื่อใช้ในช่วงการฝึกซ้อมที่หนักที่สุด สามารถปรับขนาดเพื่อความกระชับและความปลอดภัยได้ง่าย

สีม่วงสายวิ่ง: จาก English Purple สู่โทนประจำคอลเลกชัน

สีสันของรุ่นนี้ไม่ได้มาแบบสุ่ม แต่เป็นโทนม่วงเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจาก English Purple และถูกนำไปใช้ทั้งบน

  • นาฬิกา

  • รวมถึงรองเท้า New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ในสีพิเศษสำหรับการเปิดตัว

รองเท้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ วันแข่ง โดยเฉพาะ เน้นทั้งความเบาและความเด้ง เพื่อคนที่อยากทำเวลาที่ดีที่สุดในสนาม

จุดเด่นของรองเท้า

  • แผ่น คาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยเสริมแรงส่งทุกก้าว

  • พื้นกลาง PEBA ให้แรงตอบสนองเร็วและนุ่มกำลังดี

  • ดีไซน์มาเพื่อรองรับจังหวะเร่งเพซและการวิ่งยาวที่ใช้พลังสูง

รองเท้าวิ่ง FuelCell SuperComp Elite v5: เครื่องมือทำเวลาที่ใส่แล้วอยากวิ่งเร็ว

New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ไม่ได้มาเพื่อสวยอย่างเดียว แต่เกิดมาเพื่อวิ่งเร็วแบบจริงจัง

คุณสมบัติหลักคือ

  • ความนุ่มและการรองรับที่บาลานซ์ดี ไม่ยวบเกิน ไม่แข็งเกิน

  • ความต่างความสูงส้น-ปลายเท้า 8 มม. เป็น drop มาตรฐานสำหรับสายแข่ง

  • อัปเปอร์เป็นผ้าตาข่าย ระบายอากาศดี แถมลิ้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อความสบายตอนรัดเชือกแน่น ๆ

  • พื้นกลาง FuelCell ตอบสนองเท้าได้รวดเร็วทันจังหวะก้าว

  • พื้นยางด้านล่างทนทานและให้การยึดเกาะที่มั่นใจในหลายสภาพพื้นผิว

ดีเทลที่มีแค่คนรักของจริงถึงจะอิน

ในแต่ละเซ็ต จะมีบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบร่วมกัน เติมเต็มธีม “มือ–เท้า–เวลา” ให้เชื่อมกันครบวงจร

  • ดีไซน์กล่องและรายละเอียดภายใน สื่อโทนเดียวกันทั้งนาฬิกาและรองเท้า

  • ซ็อกไลน์เนอร์ในรองเท้าพิเศษประดับโลโก้ TAG Heuer เพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างสองแบรนด์

รุ่นนี้ผลิตแบบ ลิมิเต็ดทั่วโลก และที่สำคัญคือ นาฬิกาและรองเท้าจำหน่ายแยกกัน ใครจะจัดเฉพาะเรือน หรือจัดครบเซ็ตก็แล้วแต่สายเปย์และเป้าหมายการวิ่งของแต่ละคน

จุดเด่นสายมาราธอนต้องโฟกัส: แผนการฝึก New Balance ในตัวนาฬิกา

นี่คือจุดที่นักวิ่งมาราธอนต้องสนใจเป็นพิเศษ เพราะเซ็ตนี้ไม่ได้ให้แค่ hardware แต่ให้ แผนฝึกซ้อมจริงจัง มาด้วย

เมื่อเปิดตัว นาฬิกาจะมาพร้อม

  • แผนการวิ่งแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 6 แบบ จาก New Balance

  • ครอบคลุมตั้งแต่สายเริ่มสร้างพื้นฐานไปจนถึงสายล่ามาราธอน

ตัวอย่างโปรแกรม ได้แก่

  • First 10K Challenge

  • 5K to Half Marathon

  • Half Marathon Strength

  • และโปรแกรมอื่น ๆ สำหรับเป้าหมายระยะต่าง ๆ

เป้าหมายคือให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นสายเริ่มจริงจังหรือสายลงแข่งต่อเนื่อง มีแผนฝึกที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่กดวิ่งแล้วจบ

การใช้งานร่วมกับแอป TAG Heuer Connected

การตั้งค่าเริ่มต้นทำผ่านแอป TAG Heuer Connected ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานง่ายกับสายวิ่ง

ขั้นตอนโดยรวมคือ

  • เลือกแผนฝึกที่ตรงกับเป้าหมายปัจจุบัน

  • รับตารางฝึกแบบรายสัปดาห์ที่ชัดเจน

  • เมื่อเลือกแผนแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูก ซิงก์เข้าที่นาฬิกาโดยตรง

ข้อดีคือระหว่างฝึกซ้อม ไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ ให้เกะกะ วิ่งได้สบาย ๆ ใช้แค่ข้อมูลจากหน้าปัดนาฬิกาเป็นหลัก

ประสบการณ์ฝึกวิ่งบนข้อมือ: ชัดเจน กระตุ้น และช่วยให้วิ่งมีวินัย

อินเทอร์เฟซการฝึกซ้อมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การวิ่งเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ยังละเอียดพอสำหรับคนที่อยากจริงจังกับผลลัพธ์

  • เซสชันฝึกแบบมีคำแนะนำ แสดงขึ้นทีละขั้นตอนบนหน้าจอ

  • ฟอนต์และการจัดหน้าชัดเจน เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง

  • หน้าจออย่าง Chasing Diamonds ช่วยรักษาโซนเพซที่เหมาะสมผ่านสัญญาณภาพ

  • หน้าจอนับถอยหลัง แสดงระยะทางและเวลาในแต่ละช่วงได้ชัดเจน

  • มี Warm-up Timer, ฟีดแบ็กความเร็วเฉลี่ยด้วยรหัสสี และคำแนะนำแบบเรียลไทม์

หลังจากจบทุกการวิ่ง ข้อมูลการออกกำลังกายจะถูกอัปโหลดไปยังแอปโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ติดตามพัฒนาการแบบรายสัปดาห์ได้ง่าย เห็นได้ชัดว่าร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากการซ้อมต่อเนื่อง

หน้าปัดพิเศษ: บอกเวลาได้ อินสปายได้ และสะท้อนตัวตนสายวิ่ง

รุ่นนี้มาพร้อม หน้าปัดแบบพิเศษ ที่ออกแบบเฉพาะ โดยปรับโทนสีทั้งหมดเป็นม่วงและเทาเพื่อสะท้อนตัวตนของความร่วมมือครั้งนี้

หน้าปัดเด่นมี 3 แบบหลัก

  • Casual – เรียบ หรู มินิมอล เหมาะกับวันสบาย ๆ นอกสนามวิ่ง

  • Balance – หน้าปัดแบบแดชบอร์ด แสดงข้อมูลครบ ๆ สำหรับนักวิ่ง เช่น เพซ ระยะ เวลา ฯลฯ

  • Reskin – ลุคคลาสสิกที่ถูกอัปเดตด้วยสีประจำคอลแลบ ให้ความรู้สึกทั้งหรูและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน

ต่อให้ไม่ได้ใส่ไปวิ่ง นาฬิการุ่นนี้ก็ยังเป็นเรือน TAG Heuer ที่หน้าตาล้ำสมัย เส้นสายเนี้ยบ ใส่ออกงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ขัดเขิน

ดีไซน์สำหรับนักวิ่งทุกระดับ: จากก้าวแรกถึงเส้นชัย

การจับคู่กันของ TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition กับรองเท้า FuelCell SuperComp Elite v5 คือการเชิญชวนให้นักวิ่งทุกระดับ

  • ตั้งเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน

  • ฝึกซ้อมอย่างมีระบบและมีสติ

  • ใช้ข้อมูลจริงมาวัดพัฒนาการ

  • และที่สำคัญคือ สนุกกับทุกก้าวไปจนถึงเส้นชัย

มันคือเซ็ตที่บอกว่า: “แค่รัดเชือก สวมนาฬิกา แล้วทำตามแผนที่คุณตั้งใจไว้” ส่วนเรื่องการวัดผล การบันทึก การเตือน และการช่วยให้ไม่หลุดโฟกัส ปล่อยให้คู่นี้จัดการ

สเปกหลักที่สายวิ่งควรรู้

สำหรับคนที่อยากโฟกัสข้อมูลเทคนิคของนาฬิกา รุ่นนี้ให้สเปกหลักดังนี้

  • เส้นผ่านศูนย์กลาง: 40 มิลลิเมตร

  • วัสดุตัวเรือน: ไทเทเนียม เกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ

  • กระจกหน้า: Sapphire ทรงโดม ทนรอยขีดข่วน

  • กลไก: Calibre E5 พร้อมระบบ TAG Heuer OS

  • การกันน้ำ: 50 เมตร เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและสายเหงื่อออกจัดเต็ม

สรุป: คู่หูที่เหมาะกับสายวิ่งมาราธอนที่ “เอาจริง” กับเวลา

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้แค่วิ่งไปวัน ๆ แต่ต้องการ

  • แผนฝึกชัดเจน

  • ข้อมูลจริงมาช่วยตัดสินใจ

  • อุปกรณ์ที่อยู่กับคุณได้ตั้งแต่วันซ้อมจนถึงวันแข่ง

  • และทั้งหมดนั้นต้องมาในแพ็กเกจที่ดูดี ใส่แล้วมั่นใจ

TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition พร้อมรองเท้า New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 คือเซ็ตที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิคและด้านสไตล์ได้ครบในครั้งเดียว

สุดท้าย ทุกอย่างเรียบง่ายกว่าที่คิด: ผูกเชือกรองเท้า สวมนาฬิกา แล้ววิ่งไปตามแผนของคุณ ส่วนเรื่องเวลา เพซ และพัฒนาการ ปล่อยให้คู่หูเรือนนี้ดูแลให้ทุกก้าวอย่างแม่นยำ.