เมื่อแบรนด์หรูจับมือแบรนด์สายวิ่ง เกิดเป็น “ชุดวิ่งในฝัน” ของนักวิ่งจริงจัง
สายวิ่งมาราธอนที่จริงจังกับทั้งเวลา เพซ และสไตล์ ต้องสะดุดกับคู่นี้แน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่แค่นาฬิกาหรือรองเท้าวิ่งธรรมดา แต่คือการร่วมมือกันของสองไอคอนวงการกีฬาและเวลาอย่าง TAG Heuer และ New Balance
ทั้งคู่ร่วมกันพัฒนา TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition พร้อมรองเท้าวิ่ง TAG Heuer x New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ชุดอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีเป้าหมายชัด ซ้อมจริงจัง และอยากให้ทุกก้าวบนลู่วิ่งมีความหมาย
ไฮไลต์ชุดคู่วิ่ง: นาฬิกา + รองเท้าที่คิดมาสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ
คอนเซ็ปต์ของเซ็ตนี้ชัดมาก: จับเวลาได้แม่นยำ วางแผนได้จริง วิ่งได้เต็มศักยภาพ
จุดเด่นโดยรวมของชุดคู่นี้คือ
นาฬิกา Connected เจเนอเรชันใหม่ ที่ไม่ใช่แค่สมาร์ตวอทช์ แต่คือ “เครื่องมือฝึกซ้อม” สำหรับคนวิ่งจริงจัง
กลไก Calibre E5 ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานสายออกกำลังกายโดยเฉพาะ
รองเท้าวิ่งรุ่นพิเศษ FuelCell SuperComp Elite v5 ที่ปรับดีไซน์และโทนสีให้เข้ากันกับนาฬิกาโดยตรง
ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ไม่มองการวิ่งเป็นแค่การออกกำลังกาย แต่เป็น “งานฝีมือ” ที่ต้องใช้เวลา วินัย และเครื่องมือที่ไว้ใจได้

จากปี 2015 ถึงเจเนอเรชัน 5: วิวัฒนาการของ TAG Heuer Connected
ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา TAG Heuer Connected ไม่ได้ทำตัวเป็นแค่นาฬิกาที่วิ่งตามเทรนด์เทคโนโลยีผู้บริโภค แต่วางตัวเป็นนาฬิกาแห่งความแม่นยำในแบบสวิส ที่บวกความล้ำของดิจิทัลเข้าไปอย่างมีชั้นเชิง
ทุกเจเนอเรชันต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาของแบรนด์ ทำให้รายละเอียดทั้งฝั่งดิจิทัลและกลไก ถูกออกแบบด้วย mindset แบบเดียวกับการทำเรือนเวลาไฮเอนด์: เน้นความเป๊ะ ความเสถียร และประสบการณ์ใช้งานที่ต่อเนื่อง
เจเนอเรชันที่ 5 มาพร้อมกลไก Calibre E5 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS ที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด อินเทอร์เฟซลื่นมาก การตอบสนองเร็ว การนำทางเข้าใจง่าย ภาพแสดงผลคมชัด และการปรับแต่งด้านประสิทธิภาพทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันและตอนซ้อมวิ่งไหลลื่นสุด ๆ
การเชื่อมต่อ ฟังก์ชันสุขภาพ และความแม่นยำสำหรับสายวิ่ง
ในรุ่นใหม่นี้ การเชื่อมต่อและฟีเจอร์สุขภาพถูกยกระดับขึ้นแบบจริงจัง
จับคู่กับอุปกรณ์อื่นได้เร็วและราบรื่นมากขึ้น
รองรับการทำงานกับ iOS แบบเต็มระบบ ใช้งานได้เนียนกับ ecosystem ดิจิทัลของผู้ใช้
ฟังก์ชันด้านสุขภาพครอบคลุมขึ้น ทั้งการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ การบันทึกกิจกรรมแบบเรียลไทม์ และชุดเครื่องมือที่ช่วยให้รักษาสมดุลฟิตเนสโดยรวม
ที่สำคัญสำหรับนักวิ่งมาราธอนและสายวิ่งนอกเมืองคือ ระบบ GPS แบบคู่ความถี่ ซึ่งช่วยให้จับตำแหน่งได้แม่นยำ แม้จะวิ่งในเส้นทางที่มีตึกสูงหรือสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ปิดเกมด้วยแบตเตอรี่ที่อึดเพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องยาว ๆ โดยที่ประสิทธิภาพไม่ดรอประหว่างวัน
เมื่อสองโลก “เวลา” และ “การวิ่ง” มาเจอกัน
การร่วมมือกับ New Balance ทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นแค่การออก gadget ใหม่ แต่เป็นการจับเอา วินัยเรื่องเวลา ของ TAG Heuer มาเจอกับ ศาสตร์การวิ่ง ที่ New Balance สั่งสมมากว่าศตวรรษ
ทั้งสองแบรนด์ให้คุณค่ากับสิ่งเดียวกัน: การเข้าใจรายละเอียด การเคารพในกระบวนการฝึกซ้อม และการกล้าท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง
การออกแบบจึงเน้นไปที่นักวิ่งที่
วางแผนการวิ่งอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น 5K, 10K, Half หรือ Full
มองการซ้อมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ใช้เวลาและข้อมูลทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเองจริง ๆ
เสียงจากคนทำงาน: คู่หูที่คิดมาจาก “มุมมองของนักวิ่ง”
ผู้บริหารของ TAG Heuer อธิบายแนวคิดของเซ็ตนี้ว่า จุดมุ่งหมายคือการสร้าง นาฬิกาที่จับคู่กับรองเท้าได้อย่างแท้จริง สำหรับคนที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่วัสดุ แผนฝึก ไปจนถึงดีไซน์ ถูกคิดมาจากมุมมองของนักวิ่งที่เอาจริงเอาจังกับเส้นทางของตัวเอง
ในมุมของนักกีฬาอาชีพ เซ็ตนี้จึงไม่ได้ถูกมองเป็นแค่แฟชั่นหรือของสะสม แต่เป็น เครื่องมือ ที่ช่วยให้การฝึกซ้อมมีกรอบ มีเป้าหมาย และมีตัวช่วยคอยเตือน คอยวัดผลตลอดเวลา
ดีไซน์ตัวเรือน: เบา แข็งแรง และเกิดมาเพื่อฟาดเพซ
TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition ให้ฟีลทั้งสปอร์ตและพรีเมียมในเรือนเดียว
เส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. ขนาดกำลังดีสำหรับทั้งการวิ่งและการใส่ในชีวิตประจำวัน
ตัวเรือนทำจาก ไทเทเนียม เกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ น้ำหนักเบา แต่แข็งแรงมาก
ผิวด้านแบบพ่นทราย ให้ความรู้สึกทันสมัยและลดการสะท้อนแสง
ดีไซน์สายสปอร์ต ทนรอยขีดข่วน พร้อมรับมือทั้งการซ้อมหนักและการใช้งานทุกวัน
หน้าปัดมาพร้อมสเกล 0–100 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถซิงก์เข้ากับแอปฝึกซ้อมเพื่อแสดงค่าต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเห็นข้อมูลชัด ๆ ขณะวิ่งโดยไม่ต้องเพ่งนาน
โลโก้ New Balance ที่สลักบนฝาหลังช่วยเล่าเรื่องความร่วมมือของสองแบรนด์ผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนรักของดีต้องชอบ

แบตเตอรี่: วิ่งยาว ๆ ได้แบบไม่ต้องลุ้น
ข้อมูลการใช้งานแบตเตอรี่จัดว่าออกแบบมาดีสำหรับทั้งสายเทรนและสายใส่ทุกวัน
ใช้งานได้ประมาณ 1.5 วัน ในโหมดประสิทธิภาพเต็ม
ใช้งานได้ประมาณ 2 วัน ในโหมดประหยัดพลังงาน
ใช้งานได้ราว 12 ชั่วโมง ในโหมดกีฬา (โหมดวิ่ง)
ชาร์จจาก 0–100% ได้ภายใน 90 นาที ที่อุณหภูมิ 15°–45°C
มีโหมดชาร์จเร็ว ชาร์จประมาณ 30 นาที ใช้งานได้ทั้งวัน
สำหรับนักวิ่งสายซ้อมยาวหรือชอบวิ่งเช้าบ่ายต่อเนื่อง วันหนึ่งแบบจัดเต็มก็เอาอยู่แบบไม่ต้องพกสายชาร์จออกไปด้วย

สายนาฬิกา: ยืมเทคโนโลยีจากรองเท้ามาใส่บนข้อมือ
จุดที่น่าสนใจมากคือการออกแบบ สายนาฬิกา เพราะวิศวกรของ TAG Heuer ดึงเอาประสบการณ์ด้านรองเท้าของ New Balance มาใช้แบบจริงจัง
ใช้ระบบ Cushion Comfort System (ที่จดสิทธิบัตร) กับสายนาฬิกาเป็นครั้งแรกใน TAG Heuer
ระบบนี้ผสานฐานยางที่ยืดหยุ่นเข้ากับผ้าพิเศษ ซึ่งมีที่มาจากวัสดุในรองเท้า
ผลลัพธ์คือ สายที่ทั้งสบาย ทนทาน และดูสปอร์ตแบบมีสไตล์
ในกล่องยังมีสายนาฬิกาเส้นสำรองที่ออกแบบร่วมกัน พร้อมโลโก้ New Balance ปักอยู่บนสาย สายสำรองนี้ถูกคิดมาเพื่อใช้ในช่วงการฝึกซ้อมที่หนักที่สุด สามารถปรับขนาดเพื่อความกระชับและความปลอดภัยได้ง่าย

สีม่วงสายวิ่ง: จาก English Purple สู่โทนประจำคอลเลกชัน
สีสันของรุ่นนี้ไม่ได้มาแบบสุ่ม แต่เป็นโทนม่วงเข้มที่ได้แรงบันดาลใจจาก English Purple และถูกนำไปใช้ทั้งบน
นาฬิกา
รวมถึงรองเท้า New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ในสีพิเศษสำหรับการเปิดตัว
รองเท้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ วันแข่ง โดยเฉพาะ เน้นทั้งความเบาและความเด้ง เพื่อคนที่อยากทำเวลาที่ดีที่สุดในสนาม
จุดเด่นของรองเท้า
แผ่น คาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยเสริมแรงส่งทุกก้าว
พื้นกลาง PEBA ให้แรงตอบสนองเร็วและนุ่มกำลังดี
ดีไซน์มาเพื่อรองรับจังหวะเร่งเพซและการวิ่งยาวที่ใช้พลังสูง

รองเท้าวิ่ง FuelCell SuperComp Elite v5: เครื่องมือทำเวลาที่ใส่แล้วอยากวิ่งเร็ว
New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 ไม่ได้มาเพื่อสวยอย่างเดียว แต่เกิดมาเพื่อวิ่งเร็วแบบจริงจัง
คุณสมบัติหลักคือ
ความนุ่มและการรองรับที่บาลานซ์ดี ไม่ยวบเกิน ไม่แข็งเกิน
ความต่างความสูงส้น-ปลายเท้า 8 มม. เป็น drop มาตรฐานสำหรับสายแข่ง
อัปเปอร์เป็นผ้าตาข่าย ระบายอากาศดี แถมลิ้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อความสบายตอนรัดเชือกแน่น ๆ
พื้นกลาง FuelCell ตอบสนองเท้าได้รวดเร็วทันจังหวะก้าว
พื้นยางด้านล่างทนทานและให้การยึดเกาะที่มั่นใจในหลายสภาพพื้นผิว
ดีเทลที่มีแค่คนรักของจริงถึงจะอิน
ในแต่ละเซ็ต จะมีบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบร่วมกัน เติมเต็มธีม “มือ–เท้า–เวลา” ให้เชื่อมกันครบวงจร
ดีไซน์กล่องและรายละเอียดภายใน สื่อโทนเดียวกันทั้งนาฬิกาและรองเท้า
ซ็อกไลน์เนอร์ในรองเท้าพิเศษประดับโลโก้ TAG Heuer เพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างสองแบรนด์
รุ่นนี้ผลิตแบบ ลิมิเต็ดทั่วโลก และที่สำคัญคือ นาฬิกาและรองเท้าจำหน่ายแยกกัน ใครจะจัดเฉพาะเรือน หรือจัดครบเซ็ตก็แล้วแต่สายเปย์และเป้าหมายการวิ่งของแต่ละคน
จุดเด่นสายมาราธอนต้องโฟกัส: แผนการฝึก New Balance ในตัวนาฬิกา
นี่คือจุดที่นักวิ่งมาราธอนต้องสนใจเป็นพิเศษ เพราะเซ็ตนี้ไม่ได้ให้แค่ hardware แต่ให้ แผนฝึกซ้อมจริงจัง มาด้วย
เมื่อเปิดตัว นาฬิกาจะมาพร้อม
แผนการวิ่งแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 6 แบบ จาก New Balance
ครอบคลุมตั้งแต่สายเริ่มสร้างพื้นฐานไปจนถึงสายล่ามาราธอน
ตัวอย่างโปรแกรม ได้แก่
First 10K Challenge
5K to Half Marathon
Half Marathon Strength
และโปรแกรมอื่น ๆ สำหรับเป้าหมายระยะต่าง ๆ
เป้าหมายคือให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นสายเริ่มจริงจังหรือสายลงแข่งต่อเนื่อง มีแผนฝึกที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่กดวิ่งแล้วจบ
การใช้งานร่วมกับแอป TAG Heuer Connected
การตั้งค่าเริ่มต้นทำผ่านแอป TAG Heuer Connected ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานง่ายกับสายวิ่ง
ขั้นตอนโดยรวมคือ
เลือกแผนฝึกที่ตรงกับเป้าหมายปัจจุบัน
รับตารางฝึกแบบรายสัปดาห์ที่ชัดเจน
เมื่อเลือกแผนแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูก ซิงก์เข้าที่นาฬิกาโดยตรง
ข้อดีคือระหว่างฝึกซ้อม ไม่จำเป็นต้องพกโทรศัพท์ ให้เกะกะ วิ่งได้สบาย ๆ ใช้แค่ข้อมูลจากหน้าปัดนาฬิกาเป็นหลัก
ประสบการณ์ฝึกวิ่งบนข้อมือ: ชัดเจน กระตุ้น และช่วยให้วิ่งมีวินัย
อินเทอร์เฟซการฝึกซ้อมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้การวิ่งเป็นเรื่องเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ยังละเอียดพอสำหรับคนที่อยากจริงจังกับผลลัพธ์
เซสชันฝึกแบบมีคำแนะนำ แสดงขึ้นทีละขั้นตอนบนหน้าจอ
ฟอนต์และการจัดหน้าชัดเจน เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง
หน้าจออย่าง Chasing Diamonds ช่วยรักษาโซนเพซที่เหมาะสมผ่านสัญญาณภาพ
หน้าจอนับถอยหลัง แสดงระยะทางและเวลาในแต่ละช่วงได้ชัดเจน
มี Warm-up Timer, ฟีดแบ็กความเร็วเฉลี่ยด้วยรหัสสี และคำแนะนำแบบเรียลไทม์
หลังจากจบทุกการวิ่ง ข้อมูลการออกกำลังกายจะถูกอัปโหลดไปยังแอปโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ติดตามพัฒนาการแบบรายสัปดาห์ได้ง่าย เห็นได้ชัดว่าร่างกายเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากการซ้อมต่อเนื่อง

หน้าปัดพิเศษ: บอกเวลาได้ อินสปายได้ และสะท้อนตัวตนสายวิ่ง
รุ่นนี้มาพร้อม หน้าปัดแบบพิเศษ ที่ออกแบบเฉพาะ โดยปรับโทนสีทั้งหมดเป็นม่วงและเทาเพื่อสะท้อนตัวตนของความร่วมมือครั้งนี้
หน้าปัดเด่นมี 3 แบบหลัก
Casual – เรียบ หรู มินิมอล เหมาะกับวันสบาย ๆ นอกสนามวิ่ง
Balance – หน้าปัดแบบแดชบอร์ด แสดงข้อมูลครบ ๆ สำหรับนักวิ่ง เช่น เพซ ระยะ เวลา ฯลฯ
Reskin – ลุคคลาสสิกที่ถูกอัปเดตด้วยสีประจำคอลแลบ ให้ความรู้สึกทั้งหรูและสปอร์ตในเวลาเดียวกัน
ต่อให้ไม่ได้ใส่ไปวิ่ง นาฬิการุ่นนี้ก็ยังเป็นเรือน TAG Heuer ที่หน้าตาล้ำสมัย เส้นสายเนี้ยบ ใส่ออกงานหรือใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่ขัดเขิน

ดีไซน์สำหรับนักวิ่งทุกระดับ: จากก้าวแรกถึงเส้นชัย
การจับคู่กันของ TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition กับรองเท้า FuelCell SuperComp Elite v5 คือการเชิญชวนให้นักวิ่งทุกระดับ
ตั้งเป้าหมายของตัวเองอย่างชัดเจน
ฝึกซ้อมอย่างมีระบบและมีสติ
ใช้ข้อมูลจริงมาวัดพัฒนาการ
และที่สำคัญคือ สนุกกับทุกก้าวไปจนถึงเส้นชัย
มันคือเซ็ตที่บอกว่า: “แค่รัดเชือก สวมนาฬิกา แล้วทำตามแผนที่คุณตั้งใจไว้” ส่วนเรื่องการวัดผล การบันทึก การเตือน และการช่วยให้ไม่หลุดโฟกัส ปล่อยให้คู่นี้จัดการ
สเปกหลักที่สายวิ่งควรรู้
สำหรับคนที่อยากโฟกัสข้อมูลเทคนิคของนาฬิกา รุ่นนี้ให้สเปกหลักดังนี้
เส้นผ่านศูนย์กลาง: 40 มิลลิเมตร
วัสดุตัวเรือน: ไทเทเนียม เกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ
กระจกหน้า: Sapphire ทรงโดม ทนรอยขีดข่วน
กลไก: Calibre E5 พร้อมระบบ TAG Heuer OS
การกันน้ำ: 50 เมตร เพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวันและสายเหงื่อออกจัดเต็ม
สรุป: คู่หูที่เหมาะกับสายวิ่งมาราธอนที่ “เอาจริง” กับเวลา
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้แค่วิ่งไปวัน ๆ แต่ต้องการ
แผนฝึกชัดเจน
ข้อมูลจริงมาช่วยตัดสินใจ
อุปกรณ์ที่อยู่กับคุณได้ตั้งแต่วันซ้อมจนถึงวันแข่ง
และทั้งหมดนั้นต้องมาในแพ็กเกจที่ดูดี ใส่แล้วมั่นใจ
TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM x New Balance Edition พร้อมรองเท้า New Balance FuelCell SuperComp Elite v5 คือเซ็ตที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิคและด้านสไตล์ได้ครบในครั้งเดียว
สุดท้าย ทุกอย่างเรียบง่ายกว่าที่คิด: ผูกเชือกรองเท้า สวมนาฬิกา แล้ววิ่งไปตามแผนของคุณ ส่วนเรื่องเวลา เพซ และพัฒนาการ ปล่อยให้คู่หูเรือนนี้ดูแลให้ทุกก้าวอย่างแม่นยำ.

