TAG Heuer x New Balance เมื่อสมาร์ตวอทช์กลายเป็นโค้ชดิจิทัล
การโคจรมาพบกันของ TAG Heuer และ New Balance ไม่ได้เป็นแค่คอลแลบด้านแฟชั่น แต่คือการอัปเกรดสมาร์ตวอทช์ให้กลายเป็น โค้ชดิจิทัลส่วนตัว ผ่านรุ่นพิเศษ Connected Calibre E5 40MM ที่ออกแบบมาเพื่อสายวิ่งและสายฟิตตัวจริง
นาฬิการุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือบอกเวลา แต่คือศูนย์กลางข้อมูลสมรรถภาพร่างกายที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองลึกขึ้นทั้งด้านการเคลื่อนไหว การฟื้นตัว และประสิทธิภาพในสนามซ้อม
จากการจับเวลา สู่การวัด “ตัวคุณ” แบบละเอียด
กว่า 100 ปีที่โลกแห่งกีฬาใช้ “เวลา” เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง นาฬิกาโครโนกราฟถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจับเวลาในสนามแข่ง บันทึก Splits และเก็บสถิติมาราธอน
แต่วันนี้สมาร์ตวอทช์ระดับไฮเอนด์อย่าง Calibre E5 พาเราไปไกลกว่านั้น จากการวัดเวลา สู่การวัด ตัวตนของคุณทั้งระบบ
ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ
ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด
เก็บข้อมูลจังหวะการนอน
ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยเซ็นเซอร์เชิงแสง Photoplethysmography (PPG) ที่ใช้การสะท้อนแสงใต้ผิวหนังเพื่ออ่านความเปลี่ยนแปลงของปริมาณเลือดแบบเรียลไทม์
ต่างจากนาฬิกาจักรกลที่ใช้กลไกพิชิต “โครงสร้างของเวลา” สมาร์ตวอทช์อย่าง Calibre E5 กำลังถอดรหัส ปฏิทินที่มีชีวิต ซึ่งก็คือร่างกายของคุณในทุกจังหวะการหายใจและการก้าววิ่ง
Calibre E5: สมองดิจิทัลในเรือน 40 มม.
ตั้งแต่ปี 2015 ที่ TAG Heuer เปิดตัวไลน์ Connected แบรนด์ก็เดินหน้าผลักดันแนวคิดนาฬิกาดิจิทัลสายสมรรถนะอย่างจริงจัง และในเจเนอเรชันที่ห้า Calibre E5 นี่คือเวอร์ชันที่ทั้งลื่นที่สุด และฉลาดที่สุดของตระกูลนี้
Calibre E5 ทำงานบนระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเฉพาะของ TAG Heuer ที่เน้นความ
ตอบสนองรวดเร็ว
หน้าตาอินเทอร์เฟซสะอาดและอ่านง่าย
การใช้งานต่อเนื่องที่ลื่นกว่าเดิม
ตัวเรือนเล็กแต่โหด: 40 มม. ไทเทเนียมเคลือบ DLC
ในรุ่น TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM × New Balance Edition แบรนด์จัดเต็มทั้งงานดีไซน์และฟังก์ชัน
ตัวเรือนขนาด 40 มม. ไทเทเนียมเกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ ทนและเบา
ระบบ GPS แบบ Dual-band เพิ่มความแม่นยำในการจับเส้นทางและเพซ
ระบบตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เสถียรและละเอียด
แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวขึ้น รองรับทั้งชีวิตประจำวันและโหมดวิ่งเข้มข้น
ฟีเจอร์ Recovery Metrics ช่วยประเมินการฟื้นตัวหลังซ้อม ว่าควรลุยต่อหรือพักก่อน
ดีไซน์ Co-branded ที่พูดภาษาเดียวกับรองเท้า
สีเขียว–ม่วงแบบ Co-branded: โทนสีถูกออกแบบให้เข้าคู่กับรองเท้าวิ่ง FuelCell SuperComp Elite v5 ของ New Balance อย่างตั้งใจ ทำให้ทั้งข้อมือและเท้าดูเป็นเซตเดียวกันแบบสปอร์ตแต่มีสไตล์
สาย Cushion Comfort System: สายนาฬิกาแบบจดสิทธิบัตรที่ใช้วัสดุผสมระหว่างยางและผ้า โดยแรงบันดาลใจมาจากแผ่นรองด้านในรองเท้าวิ่ง ช่วยให้ใส่ซ้อมนาน ๆ ได้แบบไม่กดทับข้อมือ
ฟีเจอร์ซ้อมอัจฉริยะ: เหมือนมีโค้ชกระซิบอยู่ข้างหู
หัวใจของรุ่นนี้ไม่ได้มีแค่เซ็นเซอร์ แต่คือ ระบบฝึกซ้อมอัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเองแบบจริงจัง
ภายในนาฬิกามาพร้อม
แผนการฝึกซ้อม (built-in training plans)
ระบบคำแนะนำบนข้อมือแบบเรียลไทม์ (on-wrist guidance)
ตั้งแต่วันเปิดตัว ผู้ใช้สามารถเลือกจากโปรแกรมวิ่งสุดพิเศษของ New Balance ได้ถึง 6 โปรแกรม ครอบคลุมตั้งแต่
การเตรียมตัววิ่ง 5K
โปรแกรมฮาล์ฟมาราธอน
โปรแกรมฝึกความแข็งแรงเพื่อเสริมกล้ามเนื้อและลดการบาดเจ็บ
เมื่อซิงค์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถออกไปวิ่งแบบ ไม่ต้องพกมือถือ ให้เกะกะ นาฬิกาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้
ระหว่างซ้อม นาฬิกาจะคอยให้ฟีดแบ็กแบบทีละสเต็ป เช่น
แจ้งความเร็วและเพซ
นับถอยหลังช่วงอินเทอร์วัลหรือช่วงเร่ง–ผ่อน
ติดตามระยะทางอย่างแม่นยำ
หลังจบแต่ละเซสชัน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกซิงค์อัตโนมัติ ช่วยให้คุณดูได้ทันทีว่า
ฟอร์มกำลังขึ้นหรือลง
ร่างกายฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน
เทรนด์ความก้าวหน้าระยะยาวเป็นอย่างไร
หน้าปัดที่เข้าใจนักวิ่ง ไม่ใช่แค่สวย
Calibre E5 รุ่นนี้ยังมาพร้อมหน้าปัดแบบปรับแต่งได้ สามสไตล์ ได้แก่
“Casual”
“Balance”
“Reskin”
หนึ่งในนั้นโดดเด่นด้วย มาตราส่วน 0–100 แบบใหม่ ที่ซิงค์กับหน่วยวัดการฝึกของผู้ใช้ ทำให้คุณเห็นภาพรวมของโหลดการซ้อมได้ในมุมมองเดียว
เสียงจากคนที่ผลักขีดจำกัดจริง ๆ
ผู้บริหารของ TAG Heuer มองความร่วมมือนี้ว่าเป็นโอกาสในการ ยกระดับบทบาทของนาฬิกา จากแค่เครื่องมือบนข้อมือ สู่การเป็นเพื่อนร่วมทางของนักวิ่งที่อยากเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง
แนวคิดหลักคือการสร้างนาฬิกาที่จับคู่กับรองเท้าได้อย่างลงตัว และตอบโจทย์นักวิ่งที่คาดหวังมากกว่าแค่การบันทึกระยะทางหรือนับแคลอรี แต่ต้องการไกด์ไลน์ที่ช่วยให้ฝึกได้อย่างมีโครงสร้างและมีเหตุผลรองรับ
นักกีฬาระดับโลกอย่าง ซิดนีย์ แมคลาฟลิน-เลฟโรน แชมป์โอลิมปิก 2 สมัย และหนึ่งในทูตของทั้งสองแบรนด์ ยังสะท้อนมุมมองของคนที่ใช้ร่างกายหาเลี้ยงชีพ ว่าการที่นาฬิกาและรองเท้าทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องนั้นสำคัญแค่ไหนสำหรับการซ้อมทุกวันของเธอ
ลิมิเต็ดที่จับคู่แต่ขายแยก
แม้จะถูกออกแบบมาให้เป็น ดูโอ่นาฬิกา + รองเท้า แต่ทั้งสองแบรนด์ยืนยันว่าคอลเลกชันนี้จะเป็น ลิมิเต็ดเอดิชั่น และตัวนาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM กับรองเท้า FuelCell SuperComp Elite v5 จะถูกวางจำหน่ายแยกกัน
สเปกจัดเต็มสำหรับสายวิ่งจริงจัง
สำหรับคนที่ชอบดูรายละเอียดเทคนิค นี่คือสเปกหลักของ TAG Heuer Connected Calibre E5 × New Balance ที่บอกได้เลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ
ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ ขนาด 40 มม. / กันน้ำ 50 ม.
จอแสดงผล: AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว / ความละเอียด 454×454
กลไกและระบบภายใน: TAG Heuer OS Calibre E5
แบตเตอรี่: ใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 1.5 วัน หรือราว ๆ 12 ชั่วโมงในโหมดวิ่งต่อเนื่อง
เซ็นเซอร์เด่น: GPS แบบ Dual-band / วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) / วัด HRV (ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ) / HR / การนับก้าว / การติดตามการนอน
สายนาฬิกา: แบบ Bi-material ผสมยางกับผ้า Textile จาก New Balance พร้อมสายผ้ายืดสำรองอีกหนึ่งเส้น
สรุป: ถ้ากำลังหานาฬิกาที่ทำได้มากกว่านับก้าว
สำหรับคนที่จริงจังกับการวิ่งหรือการเทรนตัวเอง TAG Heuer Connected Calibre E5 × New Balance ไม่ได้เป็นเพียงแอ็กเซสซอรี่หรู ๆ แต่คือแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพและประสิทธิภาพที่สวมได้บนข้อมือ
มันเชื่อมโยงรองเท้ากับนาฬิกา เชื่อมข้อมูลกับการซ้อม และที่สำคัญคือเชื่อมระหว่าง “เป้าหมาย” กับ “แผนการฝึก” ให้คุณเห็นชัดว่าทุกก้าวที่ออกไปวิ่ง กำลังพาคุณเข้าใกล้เวอร์ชันที่แข็งแรงและเร็วขึ้นของตัวเองแค่ไหน

