รับแอปรับแอป

TAG Heuer x New Balance: แค่ใส่นาฬิกาก็เหมือนได้โค้ชส่วนตัวติดข้อมือ

อนุพงษ์ บุญมี01-30

TAG Heuer x New Balance เมื่อสมาร์ตวอทช์กลายเป็นโค้ชดิจิทัล

การโคจรมาพบกันของ TAG Heuer และ New Balance ไม่ได้เป็นแค่คอลแลบด้านแฟชั่น แต่คือการอัปเกรดสมาร์ตวอทช์ให้กลายเป็น โค้ชดิจิทัลส่วนตัว ผ่านรุ่นพิเศษ Connected Calibre E5 40MM ที่ออกแบบมาเพื่อสายวิ่งและสายฟิตตัวจริง

นาฬิการุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือบอกเวลา แต่คือศูนย์กลางข้อมูลสมรรถภาพร่างกายที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองลึกขึ้นทั้งด้านการเคลื่อนไหว การฟื้นตัว และประสิทธิภาพในสนามซ้อม

จากการจับเวลา สู่การวัด “ตัวคุณ” แบบละเอียด

กว่า 100 ปีที่โลกแห่งกีฬาใช้ “เวลา” เป็นตัวตัดสินทุกอย่าง นาฬิกาโครโนกราฟถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจับเวลาในสนามแข่ง บันทึก Splits และเก็บสถิติมาราธอน

แต่วันนี้สมาร์ตวอทช์ระดับไฮเอนด์อย่าง Calibre E5 พาเราไปไกลกว่านั้น จากการวัดเวลา สู่การวัด ตัวตนของคุณทั้งระบบ

  • ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ

  • ตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือด

  • เก็บข้อมูลจังหวะการนอน

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยเซ็นเซอร์เชิงแสง Photoplethysmography (PPG) ที่ใช้การสะท้อนแสงใต้ผิวหนังเพื่ออ่านความเปลี่ยนแปลงของปริมาณเลือดแบบเรียลไทม์

ต่างจากนาฬิกาจักรกลที่ใช้กลไกพิชิต “โครงสร้างของเวลา” สมาร์ตวอทช์อย่าง Calibre E5 กำลังถอดรหัส ปฏิทินที่มีชีวิต ซึ่งก็คือร่างกายของคุณในทุกจังหวะการหายใจและการก้าววิ่ง

Calibre E5: สมองดิจิทัลในเรือน 40 มม.

ตั้งแต่ปี 2015 ที่ TAG Heuer เปิดตัวไลน์ Connected แบรนด์ก็เดินหน้าผลักดันแนวคิดนาฬิกาดิจิทัลสายสมรรถนะอย่างจริงจัง และในเจเนอเรชันที่ห้า Calibre E5 นี่คือเวอร์ชันที่ทั้งลื่นที่สุด และฉลาดที่สุดของตระกูลนี้

Calibre E5 ทำงานบนระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นเฉพาะของ TAG Heuer ที่เน้นความ

  • ตอบสนองรวดเร็ว

  • หน้าตาอินเทอร์เฟซสะอาดและอ่านง่าย

  • การใช้งานต่อเนื่องที่ลื่นกว่าเดิม

ตัวเรือนเล็กแต่โหด: 40 มม. ไทเทเนียมเคลือบ DLC

ในรุ่น TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM × New Balance Edition แบรนด์จัดเต็มทั้งงานดีไซน์และฟังก์ชัน

  • ตัวเรือนขนาด 40 มม. ไทเทเนียมเกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ ทนและเบา

  • ระบบ GPS แบบ Dual-band เพิ่มความแม่นยำในการจับเส้นทางและเพซ

  • ระบบตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เสถียรและละเอียด

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวขึ้น รองรับทั้งชีวิตประจำวันและโหมดวิ่งเข้มข้น

  • ฟีเจอร์ Recovery Metrics ช่วยประเมินการฟื้นตัวหลังซ้อม ว่าควรลุยต่อหรือพักก่อน

ดีไซน์ Co-branded ที่พูดภาษาเดียวกับรองเท้า

  • สีเขียว–ม่วงแบบ Co-branded: โทนสีถูกออกแบบให้เข้าคู่กับรองเท้าวิ่ง FuelCell SuperComp Elite v5 ของ New Balance อย่างตั้งใจ ทำให้ทั้งข้อมือและเท้าดูเป็นเซตเดียวกันแบบสปอร์ตแต่มีสไตล์

  • สาย Cushion Comfort System: สายนาฬิกาแบบจดสิทธิบัตรที่ใช้วัสดุผสมระหว่างยางและผ้า โดยแรงบันดาลใจมาจากแผ่นรองด้านในรองเท้าวิ่ง ช่วยให้ใส่ซ้อมนาน ๆ ได้แบบไม่กดทับข้อมือ

ฟีเจอร์ซ้อมอัจฉริยะ: เหมือนมีโค้ชกระซิบอยู่ข้างหู

หัวใจของรุ่นนี้ไม่ได้มีแค่เซ็นเซอร์ แต่คือ ระบบฝึกซ้อมอัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเองแบบจริงจัง

ภายในนาฬิกามาพร้อม

  • แผนการฝึกซ้อม (built-in training plans)

  • ระบบคำแนะนำบนข้อมือแบบเรียลไทม์ (on-wrist guidance)

ตั้งแต่วันเปิดตัว ผู้ใช้สามารถเลือกจากโปรแกรมวิ่งสุดพิเศษของ New Balance ได้ถึง 6 โปรแกรม ครอบคลุมตั้งแต่

  • การเตรียมตัววิ่ง 5K

  • โปรแกรมฮาล์ฟมาราธอน

  • โปรแกรมฝึกความแข็งแรงเพื่อเสริมกล้ามเนื้อและลดการบาดเจ็บ

เมื่อซิงค์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถออกไปวิ่งแบบ ไม่ต้องพกมือถือ ให้เกะกะ นาฬิกาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้

ระหว่างซ้อม นาฬิกาจะคอยให้ฟีดแบ็กแบบทีละสเต็ป เช่น

  • แจ้งความเร็วและเพซ

  • นับถอยหลังช่วงอินเทอร์วัลหรือช่วงเร่ง–ผ่อน

  • ติดตามระยะทางอย่างแม่นยำ

หลังจบแต่ละเซสชัน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกซิงค์อัตโนมัติ ช่วยให้คุณดูได้ทันทีว่า

  • ฟอร์มกำลังขึ้นหรือลง

  • ร่างกายฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน

  • เทรนด์ความก้าวหน้าระยะยาวเป็นอย่างไร

หน้าปัดที่เข้าใจนักวิ่ง ไม่ใช่แค่สวย

Calibre E5 รุ่นนี้ยังมาพร้อมหน้าปัดแบบปรับแต่งได้ สามสไตล์ ได้แก่

  • “Casual”

  • “Balance”

  • “Reskin”

หนึ่งในนั้นโดดเด่นด้วย มาตราส่วน 0–100 แบบใหม่ ที่ซิงค์กับหน่วยวัดการฝึกของผู้ใช้ ทำให้คุณเห็นภาพรวมของโหลดการซ้อมได้ในมุมมองเดียว

เสียงจากคนที่ผลักขีดจำกัดจริง ๆ

ผู้บริหารของ TAG Heuer มองความร่วมมือนี้ว่าเป็นโอกาสในการ ยกระดับบทบาทของนาฬิกา จากแค่เครื่องมือบนข้อมือ สู่การเป็นเพื่อนร่วมทางของนักวิ่งที่อยากเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง

แนวคิดหลักคือการสร้างนาฬิกาที่จับคู่กับรองเท้าได้อย่างลงตัว และตอบโจทย์นักวิ่งที่คาดหวังมากกว่าแค่การบันทึกระยะทางหรือนับแคลอรี แต่ต้องการไกด์ไลน์ที่ช่วยให้ฝึกได้อย่างมีโครงสร้างและมีเหตุผลรองรับ

นักกีฬาระดับโลกอย่าง ซิดนีย์ แมคลาฟลิน-เลฟโรน แชมป์โอลิมปิก 2 สมัย และหนึ่งในทูตของทั้งสองแบรนด์ ยังสะท้อนมุมมองของคนที่ใช้ร่างกายหาเลี้ยงชีพ ว่าการที่นาฬิกาและรองเท้าทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องนั้นสำคัญแค่ไหนสำหรับการซ้อมทุกวันของเธอ

ลิมิเต็ดที่จับคู่แต่ขายแยก

แม้จะถูกออกแบบมาให้เป็น ดูโอ่นาฬิกา + รองเท้า แต่ทั้งสองแบรนด์ยืนยันว่าคอลเลกชันนี้จะเป็น ลิมิเต็ดเอดิชั่น และตัวนาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 40MM กับรองเท้า FuelCell SuperComp Elite v5 จะถูกวางจำหน่ายแยกกัน

สเปกจัดเต็มสำหรับสายวิ่งจริงจัง

สำหรับคนที่ชอบดูรายละเอียดเทคนิค นี่คือสเปกหลักของ TAG Heuer Connected Calibre E5 × New Balance ที่บอกได้เลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ

  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 2 เคลือบ DLC สีดำ ขนาด 40 มม. / กันน้ำ 50 ม.

  • จอแสดงผล: AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว / ความละเอียด 454×454

  • กลไกและระบบภายใน: TAG Heuer OS Calibre E5

  • แบตเตอรี่: ใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 1.5 วัน หรือราว ๆ 12 ชั่วโมงในโหมดวิ่งต่อเนื่อง

  • เซ็นเซอร์เด่น: GPS แบบ Dual-band / วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) / วัด HRV (ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ) / HR / การนับก้าว / การติดตามการนอน

  • สายนาฬิกา: แบบ Bi-material ผสมยางกับผ้า Textile จาก New Balance พร้อมสายผ้ายืดสำรองอีกหนึ่งเส้น

สรุป: ถ้ากำลังหานาฬิกาที่ทำได้มากกว่านับก้าว

สำหรับคนที่จริงจังกับการวิ่งหรือการเทรนตัวเอง TAG Heuer Connected Calibre E5 × New Balance ไม่ได้เป็นเพียงแอ็กเซสซอรี่หรู ๆ แต่คือแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพและประสิทธิภาพที่สวมได้บนข้อมือ

มันเชื่อมโยงรองเท้ากับนาฬิกา เชื่อมข้อมูลกับการซ้อม และที่สำคัญคือเชื่อมระหว่าง “เป้าหมาย” กับ “แผนการฝึก” ให้คุณเห็นชัดว่าทุกก้าวที่ออกไปวิ่ง กำลังพาคุณเข้าใกล้เวอร์ชันที่แข็งแรงและเร็วขึ้นของตัวเองแค่ไหน