ฉงชิ่ง เมืองแห่งหม่าล่าที่คนรักของเผ็ดห้ามพลาด
ฉงชิ่ง (Chongqing) คือเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดจ้าน เผ็ดชาจนหลายคนยกให้เป็น เมืองหลวงของหม่าล่าในจีน 🌶️ ใครอินกับของเผ็ด ของเดือด ของรสแน่น ที่นี่คือสวรรค์ชัด ๆ
ที่เดียวคุณจะได้เจอครบทั้ง หม้อไฟหม่าล่าต้นตำรับ น้ำซุปแดงเดือดสุดเข้มข้น, บะหมี่ฉงชิ่ง เส้นเหนียวนุ่มเคลือบซอสรสเผ็ดหอมมัน และ สตรีทฟู้ดพื้นเมือง ที่ทั้งกรอบ หอม และกินเพลินหยุดไม่ได้
ใครมีแพลนไปฉงชิ่งปี 2569 บทความนี้รวบให้แล้วทั้ง 7 เมนูห้ามพลาด และ ลายแทงร้านดัง ที่คนท้องถิ่นยังยกนิ้วให้ ช่วยให้คุณวางแผนทริปกินได้ครบจบในครั้งเดียว 🍽️✨
7 เมนูตัวแทนฉงชิ่งที่ต้องลองให้ได้ในปี 2569
ก่อนจะออกล่าอาหาร มาดู 7 เมนูที่เรียกได้ว่าเป็น หน้าตาและจิตวิญญาณของเมืองฉงชิ่ง กันก่อน แต่ละเมนูคือจานในดวงใจทั้งของคนจีนเองและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 🌶️🍜
💡 โหมดนักชิมสายจริงจัง:
หม้อไฟและบะหมี่ฉงชิ่ง แนะนำให้ไปลองในย่าน Jiefangbei หรือ Hongyadong จะได้รสชาติสไตล์โลคัลแบบต้นตำรับที่สุด
คนชอบเผ็ดแต่อยากรอดชีวิต ลองสั่งแบบ “少辣” (เผ็ดน้อย) หรือ “加麻不加辣” (ขอความชาเพิ่ม แต่ไม่เพิ่มความเผ็ด) กำลังดี ไม่ทรมานเกินไป
ของหวานอย่างถังหยวน หรือเซาปิ่ง คือคู่หูปิดท้ายหลังจัดหม้อไฟหรือบะหมี่รสจัด 🔥🍡
1. หม่าล่าหม้อไฟ ต้นตำรับความเผ็ดชาแบบฉงชิ่ง
หม่าล่าหม้อไฟ คือเมนูซิกเนเจอร์ประจำฉงชิ่ง ที่เด่นเรื่องน้ำซุปเผ็ดชาเข้มข้น เสิร์ฟคู่เนื้อ ผัก และเครื่องในให้เลือกจิ้มได้ไม่อั้น 🫕
ใครมาเที่ยวฉงชิ่งแล้วไม่ได้แตะหม้อไฟหม่าล่า บอกเลยว่ายังมาไม่ถึงเมืองนี้จริง ๆ น้ำซุปหอมมันและเผ็ดชาสไตล์ฉงชิ่งคือจุดเด่น แถมยังมีวัตถุดิบให้เลือกเยอะมาก ทั้งเครื่องใน ไส้เป็ด ผ้าขี้ริ้ว เต้าหู้ และเนื้อต่าง ๆ
ความสนุกคือการคีบสไตล์บุฟเฟต์ เลือกทุกอย่างที่อยากลอง แล้วปล่อยให้หม้อไฟทำหน้าที่ซึมรสหม่าล่าเข้าไปเต็ม ๆ รับรองได้เลยว่ามื้อนี้จะกลายเป็นเหตุผลให้คุณอยากกลับมาฉงชิ่งอีกแน่นอน
2. บะหมี่ฉงชิ่ง หนึ่งชามที่เล่าเรื่องทั้งเมือง
บะหมี่ฉงชิ่ง คือบะหมี่เส้นเหนียวนุ่มราดซอสรสเผ็ดหอมพริก ที่คนจีนยกให้เป็นเมนูประจำเมือง 🍜
เมนูนี้คือสิ่งที่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่กินคือยังไม่เคยมาเยือนฉงชิ่ง” เส้นบะหมี่ทำจากแป้งสาลี เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี คลุกเคล้ากับซอสน้ำมันพริกหม่าล่า ที่ใส่ทั้งเครื่องเทศและผักเคียงให้รสเผ็ดหอม ไม่แปลกที่บะหมี่ฉงชิ่งจะกลายเป็นเมนูระดับอินเตอร์ที่คนทั่วโลกตามหา
🍲 ประเภทบะหมี่ฉงชิ่งที่ควรรู้
บะหมี่ฉงชิ่งไม่ใช่มีแค่แบบเดียว แต่มีหลายแนวให้เลือกตามสไตล์และระดับความโหดของรสชาติ เช่น
红油小面 (Hong You Xiao Mian) – บะหมี่น้ำมันพริกคลาสสิก เผ็ด หอม กลมกล่อม
杂酱面 (Zha Jiang Mian) – บะหมี่ราดซอสหมูสับผัดเต้าเจี้ยว รสออกเค็มมัน เผ็ดไม่จัดมาก
豌杂面 (Wan Za Mian) – บะหมี่ราดถั่วบดผสมหมูสับ หอมมัน เคี้ยวเพลิน
牛肉面 (Niu Rou Mian) – บะหมี่เนื้อวัวตุ๋นชิ้นเต็มคำ เครื่องแน่น น้ำซุปรสเข้ม
💡 เคล็ดลับคนพื้นที่:
คนฉงชิ่งจำนวนมากจะสั่งแบบ “加麻不加辣” เน้นความชาแบบหม่าล่า แต่ลดความเผ็ดลง ทำให้กินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ทรมานลิ้นจนเกินไป
✨ ทำไมต้องลองบะหมี่ฉงชิ่งสักชาม?
สำหรับชาวฉงชิ่ง บะหมี่ชามนี้ไม่ใช่แค่อาหารเช้า แต่คือ วัฒนธรรมการกินในชีวิตประจำวัน
ความลงตัวของเส้นแป้งสาลีเหนียวนุ่ม กับน้ำมันพริกหอมกลิ่นเฉพาะตัว ทำให้แต่ละคำเต็มไปด้วยรส เผ็ด–ชา–มัน ที่บาลานซ์กันอย่างพอดี ถ้าอยากเข้าใจหัวใจของอาหารฉงชิ่งจริง ๆ ต้องเริ่มจากบะหมี่ชามนี้เลย 🍜🔥
3. ไส้ไก่ตุ๋นเครื่องเทศเสี่ยวเผิง หอมเครื่องหม่าล่าแบบลึกซึ้ง
เมนูนี้คือไส้ไก่ตุ๋นในน้ำซุปหม่าล่าผสมสมุนไพรจีน ให้รสเผ็ดร้อน กลมกล่อม และหอมลึก 🍲
จานนี้คืออีกหนึ่งดาวเด่นที่คนฉงชิ่งชอบกันมาก วิธีทำคือเอาไส้ไก่มาตุ๋นกับเครื่องเทศหลากชนิดและพริกหม่าล่า ให้ทั้งรสนุ่มและกลิ่นหอมซึมเข้าไปถึงด้านใน กินคู่กับเครื่องเคียงต่าง ๆ แล้วรสชาติเผ็ดร้อนจะเด้งขึ้นมาแบบลงตัวสุด ๆ ใครอยากลองเมนูที่ทั้งแปลกและอร่อย ต้องไม่ข้ามจานนี้
4. เซาปิ่ง ขนมแป้งทอดกรอบนอกนุ่มในสไตล์ฉงชิ่ง
เซาปิ่ง คือขนมแป้งทอดพื้นเมืองของฉงชิ่ง กรอบนอกนุ่มใน โรยงาหอม เคี้ยวเพลินทุกคำ 🥮
หน้าตาของเซาปิ่งจะเป็นแผ่นแป้งกลมแบน นำไปทอดจนด้านนอกกรอบแต่ด้านในยังนุ่ม โรยด้วยงาขาวหรืองาดำหอม ๆ บางร้านใส่ไส้หมูสับหรือไส้ผักเพิ่มความฟิน เป็นของกินเล่นยอดฮิตที่เหมาะจะซื้อเดินกินระหว่างตะลุยสตรีทฟู้ดในเมือง
5. บัวลอยจีน ของหวานปิดจบมื้อเผ็ดแบบฟีลกู้ด
บัวลอยจีน คือขนมหวานไส้งาดำหรือถั่วแดงในน้ำซุปหวานร้อน ที่นิยมกินปิดท้ายหลังจัดของเผ็ด 🍡
ตัวแป้งทำจากแป้งข้าวเหนียวนุ่มหนึบ ด้านในอัดแน่นด้วยไส้ยอดนิยมอย่างถั่วแดง ถั่วลิสง หรืองาดำ จากนั้นเสิร์ฟในน้ำซุปหวานหอมร้อน ๆ หน้าตาอาจคล้ายบัวลอยบ้านเรา แต่รสชาติและฟีลลิ่งแบบจีนแท้ ๆ ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ เหมาะมากสำหรับปิดมื้อหม้อไฟหรือบะหมี่สุดจัดจ้าน
6. โจ๊กสไตล์ฉงชิ่ง มื้อเช้าแบบคนเมืองนี้กินกันจริง ๆ
โจ๊กฉงชิ่ง คืออาหารเช้าที่คนท้องถิ่นกินกันแทบทุกวัน มักเสิร์ฟคู่ไข่เยี่ยวม้า หมี่ทอด และเครื่องเคียงหลากหลาย 🍚
โจ๊กที่นี่ไม่ได้มาแบบถ้วยเรียบ ๆ แต่จัดเต็มเครื่องเคียง ไม่ว่าจะเป็นไข่เยี่ยวม้า หมี่ทอด ถั่ว และแป้งทอด ทำให้ชามเดียวอิ่มแบบจริงจัง รสชาติจะต่างจากโจ๊กบ้านเราเล็กน้อย ทั้งในเรื่องของท็อปปิ้งและสไตล์การปรุง ถ้าอยากลองใช้ชีวิตแบบคนฉงชิ่งสักวัน เริ่มต้นตอนเช้าด้วยโจ๊กสักชามคือคำตอบ
ลายแทง 3 ร้านอาหารฉงชิ่งยอดนิยมในปี 2569
หลังจากรู้จักเมนูเด็ดไปแล้ว มาดูร้านที่ควรปักหมุดกันบ้าง แต่ละที่คือร้านที่คนโลคัลพร้อมใจแนะนำ และถูกใจนักท่องเที่ยวสายกินมาแล้วนักต่อนัก
ร้าน Yueban
ร้าน Yueban เสิร์ฟอาหารสไตล์เสฉวนแบบจัดเต็ม ให้คุณได้ชิมรสชาติแบบจีนแท้ ๆ เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ เนื้อปลาต้มผักกาดดอง และ ผัดเต้าหู้สไตล์จีน รสเข้มแบบบ้าน ๆ ถูกใจทั้งคนที่นี่และนักท่องเที่ยวที่อยากลองของจริงไม่ปรับสูตร
ที่อยู่: Block D, Times House 7 Qingnian Road
เวลาทำการ: ทุกวัน 10:30–21:00
ร้าน Ba Dao Tang Chongqing Hot Pot (Nanshan Main Store)
สายหม้อไฟหม่าล่าต้องแวะ ร้านนี้เน้นหม้อไฟฉงชิ่งขนานแท้ ทั้งน้ำซุปและเครื่องต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ฟีลต้นตำรับสุด ๆ ภายในร้านตกแต่งสวย มีมุมถ่ายรูปเยอะ ยิ่งตอนกลางคืนเปิดไฟแล้วบรรยากาศดีมาก
ที่อยู่: Ba Dao Tang Chongqing Hot Pot
เวลาทำการ: ทุกวัน 09:30–23:00
ร้าน 落日 野茶集 Sunset Wild Tea Collection
ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องวิวอันดับต้น ๆ ของฉงชิ่ง นั่งกินข้าวไป มองวิวเมืองรอบทิศทางบนเนินเขาไป ฟีลดีสุด ๆ เมนูแนะนำคือ ปิ้งย่างสไตล์ฉงชิ่ง เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มสุกี้หม่าล่า จัดจ้านสมกับโลเคชัน
ที่อยู่: ห่างจากสำนักงานตำรวจชุมชนหมู่บ้านเหลียนฮัวประมาณ 50 เมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใกล้สถานีตำรวจทูซาน ถนนอี้เทียนเหมิน (ปักหมุดคำว่า Sunset Wild Tea Collection ได้เลย)
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน
คำถามฮิตเกี่ยวกับอาหารฉงชิ่ง
อาหารฉงชิ่งขึ้นชื่อเรื่องอะไรที่สุด?
จานที่ดังที่สุดแบบไม่มีใครเถียงคือ หม่าล่าหม้อไฟ (Mala Hotpot) น้ำซุปสีแดงรสเผ็ดชาเข้มข้น และ บะหมี่ฉงชิ่ง เส้นเหนียวนุ่มราดซอสพริกสุดจี๊ด สองเมนูนี้คือสิ่งที่ต้องจัดเมื่อเหยียบเมืองนี้
หม่าล่าฉงชิ่งเผ็ดมากไหม? คนไทยกินได้หรือเปล่า?
หม่าล่าฉงชิ่งมีหลายเลเวล ตั้งแต่เผ็ดเบา ๆ ไปจนถึงเผ็ดชาแบบดุดัน คนไทยส่วนใหญ่จะเลือกความเผ็ดระดับกลาง ยังได้ความมันและความหอมของพริกและเครื่องเทศอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นแสบลิ้นจนกินต่อไม่ไหว
ย่านไหนในฉงชิ่งมีของกินเยอะที่สุด?
ถ้าเน้นของกินแบบเดินชิมทั้งวัน ต้องไป ย่าน Jiefangbei และ Hongyadong เพราะมีทั้งร้านอาหารและสตรีทฟู้ดเรียงราย ทั้งหม้อไฟ บะหมี่ฉงชิ่ง และของกินเล่นพื้นเมืองให้เลือกจนตาลาย
ถ้าอยากกินแบบคนท้องถิ่นควรไปแถวไหน?
ลองไปเดินเล่นที่ Ciqikou Ancient Town ย่านเก่าแก่ที่ยังเก็บบรรยากาศคลาสสิกเอาไว้ดีมาก ที่นี่เต็มไปด้วยร้านบะหมี่ ร้านขนม และร้านน้ำชาจีนเก่า ๆ ที่เปิดมานาน ได้ฟีลโลคัลแบบของจริง
ไปฉงชิ่งช่วงไหนดีถ้าเน้นกิน?
ช่วง ตุลาคม–มีนาคม เหมาะสุด อากาศเย็นกำลังสบาย กินหม้อไฟหรือของเผ็ดร้อน ๆ แล้วฟินเป็นพิเศษ ใครอยากอินกับหม่าล่าแบบเต็มอรรถรส ลองจัดทริปช่วงนี้ดู
สรุป: ทริปเดียวได้ทั้งความเผ็ดและเสน่ห์เมืองฉงชิ่ง
ฉงชิ่งไม่ใช่แค่เมืองวิวสวย แต่คือ สวรรค์ของสายสตรีทฟู้ดและคนรักรสจัด หม้อไฟหม่าล่า บะหมี่ฉงชิ่ง เซาปิ่ง บัวลอยจีน ไปจนถึงโจ๊กสไตล์โลคัล ทุกเมนูช่วยเล่าเรื่องเมืองนี้ผ่านรสชาติ
ถ้าอยากเข้าใจฉงชิ่งให้มากกว่าภาพในโซเชียล ลองใช้ท้องนำทาง เดินกินจากเช้าไปถึงดึก แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมหลายคนถึงหลงรักเมืองนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้น 🌶️🍜🍡🍚

