รับแอปรับแอป

7 รองเท้าพื้นไม่ลื่นที่ต้องมีติดตู้ ลุยฝน ลุยเที่ยว ไม่มีคำว่าล้ม!

ก้องภพ แสนดี01-30

เดินลุยฝน ลุยเที่ยวได้แบบไม่กลัวลื่น

ช่วงฝนตก ถนนเปียก ฟุตปาธลื่น ๆ นี่คือฝันร้ายของสายเดินเที่ยวมาก ๆ เดินเพลิน ๆ แต่อาจพลาดลื่นได้แบบไม่ทันตั้งตัว

เพราะงั้นใครที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ หรือเตรียมตัวไปเที่ยวหน้าฝน รองเท้าพื้นไม่ลื่นดี ๆ สักคู่คือของจำเป็น ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย ช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัย และทำให้เดินมั่นใจได้ทุกก้าว

ด้านล่างนี้คือทริกเลือกรองเท้าพื้นไม่ลื่นแบบเข้าใจง่าย พร้อมลิสต์รองเท้าที่เหมาะทั้งวันธรรมดาและทริปเที่ยวที่ต้องเจอฝน เจอน้ำแน่นอน

ทริกเลือกรองเท้าพื้นไม่ลื่นให้รอดทั้งฝน ทั้งทริป

1. ดูวัสดุพื้นรองเท้าให้ดี

  • เลือกพื้นยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์ที่นิ่มและยืดหยุ่น

  • พื้นแบบนี้จะเกาะพื้นได้ดีกว่าพลาสติกแข็ง ๆ

  • เลี่ยงพื้นแข็ง เรียบ ๆ เพราะเวลาเจอน้ำทีไร โอกาสลื่นสูงมาก

2. เช็กลายดอกยาง (Grip Pattern)

  • มองหารองเท้าที่มีร่องลึก ลายชัด ๆ

  • ลายแบบซิกแซก หรือรังผึ้งจะช่วยเพิ่มแรงเสียดทานได้ดี

  • ยิ่งดอกยางเด่นเท่าไร ยิ่งช่วยลดโอกาสลื่นตอนเดินบนพื้นเปียก

3. ทดสอบความยืดหยุ่นของพื้น

  • ลองจับรองเท้างอเบา ๆ ถ้าพื้นยืดหยุ่นกำลังดี เวลาเดินจะสบายและซัพพอร์ตเท้า

  • พื้นแข็งเกินไป นอกจากเสี่ยงลื่นแล้ว ยังทำให้เมื่อยเท้าเร็วด้วย

4. น้ำหนักรองเท้าก็สำคัญ

  • รองเท้าที่เบาเกินไปมักยึดเกาะพื้นไม่ดี

  • ควรเลือกคู่ที่ไม่หนัก แต่มีน้ำหนักพอให้ยืนและเดินได้อย่างมั่นคง

  • น้ำหนักที่บาลานซ์ดี = เดินมั่นใจมากขึ้น

5. เลือกให้ตรงกับการใช้งานจริง

  • ใส่ทำงาน? ใส่เดินเที่ยว? ใส่ลุยป่า?

  • รองเท้าแต่ละแบบถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องการเกาะพื้นเป็นพิเศษ

6. ต้องลองเดินจริงก่อนซื้อ

  • ลองใส่แล้วเดินบนพื้นเรียบ หรือพื้นเอียงนิด ๆ ดูว่าลื่นไหม

  • เช็กว่ารองเท้าพอดีเท้า ไม่หลวมจนเดินแล้วสั่นหรือส่าย

  • ถ้าตอนลองยังรู้สึกไม่มั่นคง พอไปใช้จริงยิ่งลำบากกว่าเดิม

7 รองเท้าพื้นไม่ลื่น เดินมั่นใจได้ทุกสถานการณ์

1. Skechers Work Nampa Slip Resistant

รุ่นนี้พื้นรองเท้าออกแบบแบบ Goodyear Performance ช่วยให้การยึดเกาะพื้นหนึบแต่ยังน้ำหนักเบา ใส่เดินทั้งวันก็ยังรอด เพราะมีระบบรองรับอุ้งเท้า ARCH FIT มาช่วยซัพพอร์ต

ลุคโดยรวมดูเท่ ใส่แมตช์กับชุดทำงานหรือชุดเที่ยวก็ไม่ยาก เหมาะกับคนที่เดินเยอะในแต่ละวันแล้วอยากได้รองเท้าคู่เดียวจบ

  • เหมาะกับใคร : ผู้หญิงหรือผู้ชายที่อยากได้รองเท้าดูเท่ เดินสบาย และกันลื่นไปพร้อมกัน

  • ราคา : 2,490 บาท

  • พิกัด : ช็อป Skechers ทุกสาขา

2. Dansko Professional

ใครอยากได้รองเท้าพื้นไม่ลื่นที่ทั้งเท่และจริงจังในเรื่องการใช้งาน ต้องมองรุ่นนี้เลย พื้นรองเท้าเป็นทรง Rocker มี APMA Seal การันตีเรื่องการรองรับอุ้งเท้า ช่วยให้ยืนหรือเดินนาน ๆ ได้สบายขึ้น

รองเท้ารุ่นนี้ฮิตมากในกลุ่มคนทำงานโรงพยาบาลและครัว เพราะต้องเจอพื้นเปียกและลื่นบ่อย ๆ แต่สายแฟก็ใส่ได้เพลิน มีให้เลือกมากกว่า 10 แบบและหลายสี เรียกว่า กันลื่นก็ได้ ความจึ้งก็มา

  • เหมาะกับใคร : สาว ๆ ที่อยากได้รองเท้ามีเสริมส้นนิด ๆ แต่งตัวง่าย ใส่ได้ทั้งวัน

  • ราคา : ประมาณ 4,600 บาท

  • พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

3. New Balance 327 Series Running

รุ่นนี้คือรองเท้าไลฟ์สไตล์ที่หยิบมาใส่ได้ทุกวัน ดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าในยุค 1970 ดูเรียบแต่เท่มาก ที่สำคัญคือพื้นรองเท้าออกแบบให้ยึดเกาะกับพื้นถนนได้ดี

ถ้าอยากได้รองเท้าคู่ใหม่ที่ใส่เที่ยว ใส่เดินเล่น หรือใส่ไปทำงานแบบไม่ต้องคิดเยอะ คู่นี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ลงทุนแล้วคุ้ม ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์

  • เหมาะกับใคร : คนที่ต้องการรองเท้าพื้นเกาะดี ดีไซน์สวย ใส่ได้ในชีวิตประจำวันแบบชิค ๆ

  • ราคา : 4,000 บาท

  • พิกัด : ช็อป New Balance ทุกสาขา

4. Crocs Bistro Clogs

สาย Crocs ห้ามมองข้ามรุ่นนี้ พื้นรองเท้ามีพิเศษตรงดอกยางกันลื่นแน่น ๆ ทรงรองเท้าบีบกระชับเท้าดี แถมยังมีลุคคลาสสิกตามสไตล์แบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคย

ข้อดีอีกอย่างคือ น้ำหนักเบา แถมทำความสะอาดง่ายมาก เปียกเลอะน้ำหรือโคลนก็ล้างแป๊บเดียวจบ ใครเคยใส่แบรนด์นี้อยู่แล้วน่าจะรู้เลยว่ามันเหมาะมากกับการลุยฝนหรือเดินบนพื้นเปียก

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยากได้รองเท้าไว้ลุยน้ำโดยเฉพาะ เดินในวันที่ฝนเทแค่ไหนก็ยังเอาอยู่

  • ราคา : 1,690 บาท

  • พิกัด : Crocs ทุกสาขา

5. Five Ten

รุ่นนี้คือสายลุยตัวจริง เพราะใช้ยาง Stealth Rubber ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเกาะพื้น เรียกได้ว่าแทบไม่มีโอกาสลื่น เหมาะมากกับกิจกรรมที่ต้องเจอพื้นเปียกหรือพื้นที่สมบุกสมบัน

ใครที่ชอบปีนเขา เดินป่า หรือเดินทางในเส้นทางที่มีน้ำตลอดทาง คู่นี้คือเพื่อนร่วมทริปที่ไว้ใจได้สุด ๆ ถึงราคาจะสูงหน่อยแต่คุณภาพและความปลอดภัยที่ได้กลับมาถือว่าคุ้ม

  • เหมาะกับใคร : คนชอบเดินป่า ปีนเขา หรือทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ที่ต้องเจอน้ำบ่อย ๆ

  • ราคา : ประมาณ 4,000 - 6,000 บาท

  • พิกัด : ร้านสินค้านำเข้าทั่วไป

6. Red Wing Tradesman Boots

บู๊ทคู่นี้ออกแบบมาสายทำงานจริงจัง แต่ถ้าอยากหยิบมาใส่เที่ยวก็เท่ไม่เบา ตัวรองเท้าเป็นแบบหุ้มข้อ กันน้ำ และพื้นรองเท้าทำมาเพื่อกันลื่นโดยเฉพาะ

คนที่ต้องยืนหรือเดินบนพื้นเปียกทั้งวันจะรู้สึกว่ามันช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เยอะมาก ที่สำคัญยังได้ลุคเท่ ๆ สไตล์เวิร์กบู๊ทติดมาด้วย

  • เหมาะกับใคร : คนที่ต้องทำงานหนัก อยู่กับพื้นที่ลื่นตลอดเวลา หรืออยากได้บู๊ทไว้ใส่เที่ยวแบบเน้นความปลอดภัย

  • ราคา : ประมาณ 8,000 - 10,000 บาท

  • พิกัด : ช็อป Red Wing ทุกสาขา

7. TEVA – Hurricane XLT 2

สายเที่ยวลุย ๆ ต้องรู้จักรุ่นนี้ เป็นรองเท้าแตะลำลองที่เหมาะกับกิจกรรมทั้งบนบกและในน้ำ สายรัดเป็นแบบ Soft Molded Straps นุ่ม ไม่บาดเท้า

จุดเด่นคือพื้นดอกยางกันลื่นที่ออกแบบมาเพื่อเดินบนพื้นเปียกหรือเล่นน้ำโดยเฉพาะ แถมน้ำหนักเบาและรองรับแรงกดดีมาก ใส่เดินทั้งวันก็ยังสบาย

  • เหมาะกับใคร : คนที่อยากได้รองเท้าใส่เดินในวันปกติก็ได้ พอถึงเวลาเล่นกิจกรรมที่ต้องโดนน้ำก็ยังเอาอยู่

  • ราคา : 2,890 บาท

  • พิกัด : ช็อป TEVA ทุกสาขา และร้านอุปกรณ์ Activewear ทั่วไป

สรุป: รองเท้าพื้นไม่ลื่น คือของต้องมี ไม่ใช่ของแถม

หลายคนอาจรู้สึกว่ารองเท้าพื้นไม่ลื่นดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่พอถึงฤดูฝนหรือวันที่ต้องเดินทางเยอะ ๆ รองเท้าที่เกาะพื้นดีคือสิ่งที่ช่วยเซฟทั้งร่างกายและทริปของเรา

มีรองเท้าพื้นไม่ลื่นดี ๆ ติดตู้ไว้สักคู่ ต่อให้ต้องเดินบนพื้นเปียกบ่อยแค่ไหนก็ยังมั่นใจได้ ลองเลือกจากแบรนด์และสไตล์ที่ชอบ รวมกับงบของตัวเอง เชื่อว่าพอซื้อมาแล้วได้ใช้จริงแน่นอน ยิ่งสายเที่ยวสายลุย บอกเลยว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมาก