ทำไมต้องรู้จัก JR Sendai Station ตั้งแต่ก้าวแรกที่ถึงเมือง
มาถึงเมืองเซนไดครั้งแรก สถานที่ที่ควรทำความรู้จักให้ดีคือ JR Sendai Station เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานีรถไฟใหญ่ของเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือน “ประตูหลัก” ของภูมิภาคโทโฮคุที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางเข้าไว้ด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็น
ชินคันเซ็นจากภูมิภาคต่าง ๆ
รถไฟท้องถิ่นภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
รถไฟเชื่อมต่อสนามบินเซนได
รถไฟใต้ดินในเมืองและรถบัสหลายสาย
เรียกง่าย ๆ ว่า ถ้ามาเที่ยวโทโฮคุและผ่านเซนได ยังไงก็ต้องได้ใช้สถานีนี้แน่นอนค่ะ
ภาพรวมของสถานี JR Sendai
สถานี JR Sendai เป็นสถานีหลักของ จังหวัดมิยางิ (Miyagi) อยู่ภายใต้การดูแลของ JR EAST, Sendai Airport Transit และ Sendai Subway ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในฮับการเดินทางที่สำคัญของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ที่นี่คือจุดศูนย์รวมของ
รถไฟใต้ดินภายในเมืองเซนได
รถไฟจากสนามบินเซนได
รถไฟเชื่อมต่อจังหวัดรอบ ๆ
รถไฟชินคันเซ็นจากภูมิภาคต่าง ๆ
จุดเชื่อมต่อรถบัสหลากหลายสาย
พูดได้เต็มปากว่า “มาสถานีเดียว ใช้ได้ครบทุกการเดินทาง”
รีวิวบรรยากาศสถานี JR Sendai
ตัวสถานีเป็นตึกยาวขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าหลายอาคารรอบ ๆ ทำให้มี Sky Walk หรือทางเดินลอยฟ้า เชื่อมแต่ละฝั่งถึงกันหมด
ทางเดินลอยฟ้าอยู่บริเวณชั้น 2 ของสถานี
เดินออกมาจะเจอลานกว้าง สามารถกระจายไปยังทิศทางต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องข้ามถนนให้วุ่นวาย
ชั้น 1 ด้านล่างจะเป็นโซนจอดรถบัสและจุดจอดแท็กซี่
บนทางเดินลอยฟ้าแต่ละทิศจะมีป้ายบอกทางชัดเจน บอกหมดว่าทางไหนไปห้างไหน ไปจุดไหนของสถานี หรือไปยังย่านรอบ ๆ จึงไม่ต้องกลัวหลงทาง เดินตามป้ายชิล ๆ ได้เลย โดยเฉพาะใครที่อยากเดินเที่ยวแถวสถานีไม่ไกลมาก บอกเลยว่ารอดแน่นอนค่ะ
จุดจอดรถบัสและแท็กซี่
โซนจอดรถบัสของสถานี JR Sendai จะอยู่ด้านหน้าสถานีชั้น 1 แบ่งชานชาลาตามประเภทรถอย่างเป็นระเบียบ ทั้ง
รถบัสสาธารณะภายในเมืองและระหว่างเมือง
รถบัสของโรงแรมหรือเรียวกัง ที่มารับ-ส่งแขก (บางแห่งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเขาด้วยซ้ำ)
ตรงกลางบริเวณทางเข้าชั้น 1 จะเป็น จุดจอดแท็กซี่ ซึ่งมีการจัดคิวอย่างชัดเจน
ต้องขึ้น-ลงในจุดที่กำหนดเท่านั้น
ห้ามเดินไปโบกแท็กซี่มั่ว ๆ เอง
ต้องต่อแถวรอเรียกตามคิวแบบเป็นระเบียบญี่ปุ่นสไตล์
ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า ใช้ง่าย สบายตัว
เดินเข้ามาในสถานีจะมีทางเดินยาว ๆ ให้เดินต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ควรมองหาให้เจอให้ไวคือ ตู้ล็อกเกอร์ฝากของ ซึ่งมักจะกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในสถานี อย่างเช่นตรงหน้าห้องน้ำแบบในภาพ
ตู้แบบในรูปเป็นแบบไม่ใช้กุญแจ เป็นระบบอัตโนมัติ มีหลายขนาดให้เลือก ขนาดที่ฮอตที่สุดแน่นอนคือ ไซส์ใหญ่ ที่ใส่กระเป๋าเดินทางประมาณ 28 นิ้วได้ แต่แบบที่ทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหม่ ๆ บางแบบอาจจะไม่ค่อยพอดี
วิธีที่ 1: ใช้เงินสด (เหรียญหรือธนบัตร)
วางสัมภาระในล็อกเกอร์ว่างแล้วปิดประตู
กดเลือกฟังก์ชันนำกระเป๋าเข้า (หน้าจอสัมผัส)
ระบบจะแสดงจำนวนเงินที่ต้องชำระ หรือบางครั้งจะพิมพ์สลิปออกมาให้ 1 ใบ เป็นรหัสไว้ใช้ตอนเปิดตู้
ชำระเงินตามระบบที่กำหนด (บางแบบจ่ายตอนฝาก บางแบบจ่ายตอนมารับของ)
วิธีที่ 2: ใช้บัตร IC Card
วิธีนี้สะดวกแบบสุด ๆ เหมาะกับสายพกบัตรแตะ
ใส่ของในล็อกเกอร์แล้วปิดประตูให้เรียบร้อย
กดเลือกเมนูฝากของในตู้
แตะบัตร IC Card ที่เราใช้เดินทาง (เช่น Suica ฯลฯ)
ระบบจะหักเงินในบัตรและล็อกตู้ให้โดยอัตโนมัติ
ตอนจะมารับของก็แค่
กดเลือกเมนู “นำของออก” บนหน้าจอ
แตะบัตร IC Card ใบเดิมอีกครั้ง
ตู้จะปลดล็อกทันที ไม่ต้องจำรหัสให้ปวดหัว
ทริกสำคัญ:
ถ้ามาโดยรถบัสหรือมาถึงเช้า ๆ เจอตู้ล็อกเกอร์ว่างที่ไหน แนะนำให้รีบจับจองเลย
ช่วงเวลาเร่งด่วนหรือนักท่องเที่ยวเยอะ ๆ ตู้จะเต็มเร็วมาก
โดยเฉพาะสถานีใหญ่ที่มีชินคันเซ็นจอดเหมือนที่นี่ โอกาสเจอตู้ว่างน้อยลงเรื่อย ๆ เลยค่ะ
เดินตัวเบาในโถงสถานี
หลังจากปล่อยกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาตะลุยสถานีแบบตัวเบา ๆ ได้อย่างสบายใจ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมี Sense ทิศทาง ก็ไม่ต้องกังวล เพราะในสถานีเต็มไปด้วยป้ายบอกทางละเอียดมาก
สิ่งที่ป้ายบอกเอาไว้ เช่น
เคาน์เตอร์บริการของ JR
ทางไปชานชาลารถไฟไปสนามบิน
จุดรับของหาย
ลองสังเกตจุดสำคัญและจำตำแหน่งคร่าว ๆ เอาไว้ รับรองว่า มีประโยชน์แน่นอน เพราะทุกฟังก์ชันที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ มีครบหมดในสถานีนี้จริง ๆ
โซนตรงกลางของสถานีเป็นโถงใหญ่เพดานสูง ให้ฟีลคล้ายสนามบินขนาดย่อม ดูโปร่ง โล่ง และโอ่อ่ามาก อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นชั้นลอยให้มองลงมาเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ชัดเจนว่าโซนไหนขายอะไร อยู่ตรงไหนบ้าง
ถ้ามองจากชั้นลอยจะเห็นเลยว่า สถานีกว้างมาก ตรงโถงกลางช่วงเวลาปกติที่ร้านค้าทำการ จะมีการตั้งบูธขายของฝาก ของดีประจำจังหวัดมิยางิและพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เป็นประจำ
ส่วนใหญ่จะเป็น
ร้านอาหารท้องถิ่น
ผลิตภัณฑ์ของดีของแต่ละพื้นที่
ของฝากราคาย่อมเยาและสินค้าเฉพาะถิ่นที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองอื่น
สายช้อปของฝากท้องถิ่นนี่คือเดินเพลิน น้ำลายสอแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ
จุดแลนด์มาร์กกระจกสีในสถานี
อีกหนึ่งมุมที่โดดเด่นมากของสถานี JR Sendai คือ ผนังกระจกสีขนาดใหญ่ ที่ให้ฟีลเหมือนงานกระจกในโบสถ์คริสต์ แต่จับมาอยู่ในสถานีรถไฟอย่างลงตัวและอลังการ
จุดนี้ถือว่าเป็น แลนด์มาร์กประจำสถานี และมักถูกใช้เป็นจุดนัดพบยอดฮิต
คนมักจะมายืนรอกันบริเวณราวกั้นหน้ากระจกสี
หาง่าย มองเห็นเด่นชัดจากหลายมุม
ด้านซ้ายมือจะมีจอแผนที่แบบหน้าจอสัมผัสให้ค้นข้อมูลพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่
ฝั่งตรงข้ามกับกระจกสีจะเป็น ทางเข้าสู่ชานชาลารถไฟ พอเดินออกจากประตูตอกตั๋วก็จะเจอกระจกสีบานใหญ่โผล่มาตรงหน้าแบบเต็ม ๆ
เพราะฉะนั้นเวลาใครนัดเจอกันที่สถานีเซนได แค่บอกว่า “เจอกันตรงกระจกสีใหญ่” ก็คือเข้าใจตรงกัน หากันเจอไว ไม่ต้องเดินวนหานาน
ร้านค้าและของฝากในสถานี JR Sendai
สายของฝากต้องรักที่นี่ เพราะโซนร้านขายของฝากในสถานีใหญ่และแน่นไม่แพ้โตเกียวเลยทีเดียว โดยเฉพาะของขึ้นชื่อของเมืองเซนไดอย่าง ลิ้นวัว (Gyutan) ที่มาแรงมาก
สิ่งที่มักจะเห็นในร้านของฝาก เช่น
ขนมขบเคี้ยวรสลิ้นวัวย่าง
ลิ้นวัวย่างแช่แข็งสำหรับซื้อกลับบ้าน
ราคาของฝากที่นี่จัดว่าค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับบางจังหวัด แต่คนก็ยอมควักเงินจ่าย เพราะชื่อเสียงของ ลิ้นวัวเซนได มันการันตีความอร่อยจริง ๆ
ถนนลิ้นวัว Gyutan Dori: สวรรค์ของสายเนื้อ
ถ้าขึ้นไปชั้น 3 ของสถานี จะเจอโซนที่สายกินต้องร้องกร๊าด นั่นคือ “ถนนลิ้นวัว (Gyutan Dori / 牛たん通り)”
ที่นี่คือย่านรวมร้านอาหารที่เน้นเมนูลิ้นวัวแบบจัดเต็ม เดินผ่านแต่ละร้านคือหอมจนใจสั่น เมนูดูน่ากินไปหมด
ส่วนใหญ่เป็นร้านลิ้นวัวย่างหลากสไตล์
แต่ก็ยังมีร้านซูชิและร้านอาหารเมนูอื่น สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อวัว
เรียกว่า อยากกินอะไร มีให้เลือกเกือบครบ สำหรับมื้ออร่อยภายในสถานี
ที่นี่สมชื่อถนนลิ้นวัวจริง ๆ เพราะทุกร้านจะมีเมนูที่ใช้ลิ้นวัวเป็นพระเอก ทั้งแบบ
เซ็ตเมนูลิ้นวัวพร้อมเครื่องเคียง
กับแกล้มลิ้นวัวจานเล็ก
จานเดี่ยวลิ้นวัวแบบจัดเต็ม
เราย่างเองหรือให้ร้านย่างให้ก็มี
ข้อดีของการกินลิ้นวัวที่สถานีเซนไดคือ ราคาย่อมเยากว่ากินลิ้นวัวในโตเกียวหรือจังหวัดอื่น ในขณะที่คุณภาพยังดีงามอยู่
โดยประมาณแล้ว เซ็ตหนึ่งราคาราว ๆ 2,000 เยน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับชื่อเสียงและรสชาติ
มีเซ็ตขนาดเล็กที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,700 เยน (หมายเหตุ: ราคาเมนูอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา) แต่รสชาติคือคุ้มเกินราคาไปไกลมาก
ลิ้นวัวนุ่ม ๆ ข้าวร้อน ๆ กับเครื่องเคียงครบชุด เป็นมื้อที่ทำให้คนหลายคนติดใจจนอยากกลับไปซ้ำ รอบเดียวไม่เคยพอจริง ๆ
ถ้าใครกระเป๋าหนัก ไม่ต้องคิดเยอะ เมนูพรีเมียมแค่ไหนก็จัดได้เต็มที่ เพราะ ลิ้นวัวอร่อย ๆ แบบต้นตำรับ ไม่ได้หากินกันง่าย ๆ ถนนเส้นนี้พูดได้เต็มปากว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อเลยค่ะ
ถ้าไม่กินเนื้อวัว ก็ยังมีของดีรออยู่
ใครที่ไม่ทานเนื้อวัว ไม่ต้องน้อยใจ เพราะเมืองเซนไดยังมีของอร่อยอีกอย่างที่ดังทั่วญี่ปุ่น นั่นคือ อาหารทะเลสด ๆ
ที่เซนไดขึ้นชื่อเรื่อง
ซาชิมิเนื้อปลาแน่น ๆ
ข้าวหน้าปลาดิบหลากหน้า
ซูชิแบบต่าง ๆ
จังหวัดที่มีแหล่งประมงของตัวเองอย่างมิยางิ ทำให้มีวัตถุดิบจากทะเลหลายชนิด และขายในราคาที่น่ารักกว่าในเมืองหลวงอย่างโตเกียวเยอะพอสมควร
แต่ละร้านอาจจะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่แต่ละร้านก็มีเมนูเด็ดและแฟนประจำของตัวเอง หลายร้านถึงขั้นต้องต่อคิวแนวยาวรอกันเลยทีเดียว
สรุป: JR Sendai Station ไม่ใช่แค่สถานีรถไฟ
จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นเลยว่า JR Sendai Station เป็นมากกว่าสถานีรถไฟธรรมดา ๆ
ที่นี่คือ
ศูนย์กลางการเดินทางของโทโฮคุ
แหล่งรวมร้านอาหารเด็ดทั้งลิ้นวัวและอาหารทะเล
แหล่งช้อปปิ้งของฝากท้องถิ่นคุณภาพแน่น
จุดนัดพบและแลนด์มาร์กสวย ๆ อย่างกระจกสีในสถานี
ใครมีแพลนมาเที่ยวโทโฮคุหรือแวะเซนได อย่ามองสถานีนี้เป็นแค่ที่ขึ้น-ลงรถไฟ ลองเผื่อเวลา เดินเล่น ช้อป ชิม ในสถานีดูซักหน่อย แล้วจะรู้ว่าแค่เดินในสถานีหนึ่งแห่ง ก็เหมือนได้เที่ยวอีกหนึ่งที่เลยค่ะ

