รับแอปรับแอป

JR Sendai Station ที่เดียวครบ! ศูนย์กลางเดินทาง-ช้อป-ชิมแห่งโทโฮคุ

ณัฐวดี ชูศรี01-30

ทำไมต้องรู้จัก JR Sendai Station ตั้งแต่ก้าวแรกที่ถึงเมือง

มาถึงเมืองเซนไดครั้งแรก สถานที่ที่ควรทำความรู้จักให้ดีคือ JR Sendai Station เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานีรถไฟใหญ่ของเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือน “ประตูหลัก” ของภูมิภาคโทโฮคุที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางเข้าไว้ด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็น

  • ชินคันเซ็นจากภูมิภาคต่าง ๆ

  • รถไฟท้องถิ่นภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง

  • รถไฟเชื่อมต่อสนามบินเซนได

  • รถไฟใต้ดินในเมืองและรถบัสหลายสาย

เรียกง่าย ๆ ว่า ถ้ามาเที่ยวโทโฮคุและผ่านเซนได ยังไงก็ต้องได้ใช้สถานีนี้แน่นอนค่ะ

ภาพรวมของสถานี JR Sendai

สถานี JR Sendai เป็นสถานีหลักของ จังหวัดมิยางิ (Miyagi) อยู่ภายใต้การดูแลของ JR EAST, Sendai Airport Transit และ Sendai Subway ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในฮับการเดินทางที่สำคัญของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ที่นี่คือจุดศูนย์รวมของ

  • รถไฟใต้ดินภายในเมืองเซนได

  • รถไฟจากสนามบินเซนได

  • รถไฟเชื่อมต่อจังหวัดรอบ ๆ

  • รถไฟชินคันเซ็นจากภูมิภาคต่าง ๆ

  • จุดเชื่อมต่อรถบัสหลากหลายสาย

พูดได้เต็มปากว่า “มาสถานีเดียว ใช้ได้ครบทุกการเดินทาง”

รีวิวบรรยากาศสถานี JR Sendai

ตัวสถานีเป็นตึกยาวขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าหลายอาคารรอบ ๆ ทำให้มี Sky Walk หรือทางเดินลอยฟ้า เชื่อมแต่ละฝั่งถึงกันหมด

  • ทางเดินลอยฟ้าอยู่บริเวณชั้น 2 ของสถานี

  • เดินออกมาจะเจอลานกว้าง สามารถกระจายไปยังทิศทางต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องข้ามถนนให้วุ่นวาย

  • ชั้น 1 ด้านล่างจะเป็นโซนจอดรถบัสและจุดจอดแท็กซี่

บนทางเดินลอยฟ้าแต่ละทิศจะมีป้ายบอกทางชัดเจน บอกหมดว่าทางไหนไปห้างไหน ไปจุดไหนของสถานี หรือไปยังย่านรอบ ๆ จึงไม่ต้องกลัวหลงทาง เดินตามป้ายชิล ๆ ได้เลย โดยเฉพาะใครที่อยากเดินเที่ยวแถวสถานีไม่ไกลมาก บอกเลยว่ารอดแน่นอนค่ะ

จุดจอดรถบัสและแท็กซี่

โซนจอดรถบัสของสถานี JR Sendai จะอยู่ด้านหน้าสถานีชั้น 1 แบ่งชานชาลาตามประเภทรถอย่างเป็นระเบียบ ทั้ง

  • รถบัสสาธารณะภายในเมืองและระหว่างเมือง

  • รถบัสของโรงแรมหรือเรียวกัง ที่มารับ-ส่งแขก (บางแห่งอยู่ลึกเข้าไปในป่าเขาด้วยซ้ำ)

ตรงกลางบริเวณทางเข้าชั้น 1 จะเป็น จุดจอดแท็กซี่ ซึ่งมีการจัดคิวอย่างชัดเจน

  • ต้องขึ้น-ลงในจุดที่กำหนดเท่านั้น

  • ห้ามเดินไปโบกแท็กซี่มั่ว ๆ เอง

  • ต้องต่อแถวรอเรียกตามคิวแบบเป็นระเบียบญี่ปุ่นสไตล์

ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า ใช้ง่าย สบายตัว

เดินเข้ามาในสถานีจะมีทางเดินยาว ๆ ให้เดินต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ควรมองหาให้เจอให้ไวคือ ตู้ล็อกเกอร์ฝากของ ซึ่งมักจะกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในสถานี อย่างเช่นตรงหน้าห้องน้ำแบบในภาพ

ตู้แบบในรูปเป็นแบบไม่ใช้กุญแจ เป็นระบบอัตโนมัติ มีหลายขนาดให้เลือก ขนาดที่ฮอตที่สุดแน่นอนคือ ไซส์ใหญ่ ที่ใส่กระเป๋าเดินทางประมาณ 28 นิ้วได้ แต่แบบที่ทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหม่ ๆ บางแบบอาจจะไม่ค่อยพอดี

วิธีที่ 1: ใช้เงินสด (เหรียญหรือธนบัตร)

  • วางสัมภาระในล็อกเกอร์ว่างแล้วปิดประตู

  • กดเลือกฟังก์ชันนำกระเป๋าเข้า (หน้าจอสัมผัส)

  • ระบบจะแสดงจำนวนเงินที่ต้องชำระ หรือบางครั้งจะพิมพ์สลิปออกมาให้ 1 ใบ เป็นรหัสไว้ใช้ตอนเปิดตู้

  • ชำระเงินตามระบบที่กำหนด (บางแบบจ่ายตอนฝาก บางแบบจ่ายตอนมารับของ)

วิธีที่ 2: ใช้บัตร IC Card

วิธีนี้สะดวกแบบสุด ๆ เหมาะกับสายพกบัตรแตะ

  • ใส่ของในล็อกเกอร์แล้วปิดประตูให้เรียบร้อย

  • กดเลือกเมนูฝากของในตู้

  • แตะบัตร IC Card ที่เราใช้เดินทาง (เช่น Suica ฯลฯ)

  • ระบบจะหักเงินในบัตรและล็อกตู้ให้โดยอัตโนมัติ

ตอนจะมารับของก็แค่

  • กดเลือกเมนู “นำของออก” บนหน้าจอ

  • แตะบัตร IC Card ใบเดิมอีกครั้ง

  • ตู้จะปลดล็อกทันที ไม่ต้องจำรหัสให้ปวดหัว

ทริกสำคัญ:

  • ถ้ามาโดยรถบัสหรือมาถึงเช้า ๆ เจอตู้ล็อกเกอร์ว่างที่ไหน แนะนำให้รีบจับจองเลย

  • ช่วงเวลาเร่งด่วนหรือนักท่องเที่ยวเยอะ ๆ ตู้จะเต็มเร็วมาก

  • โดยเฉพาะสถานีใหญ่ที่มีชินคันเซ็นจอดเหมือนที่นี่ โอกาสเจอตู้ว่างน้อยลงเรื่อย ๆ เลยค่ะ

เดินตัวเบาในโถงสถานี

หลังจากปล่อยกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาตะลุยสถานีแบบตัวเบา ๆ ได้อย่างสบายใจ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมี Sense ทิศทาง ก็ไม่ต้องกังวล เพราะในสถานีเต็มไปด้วยป้ายบอกทางละเอียดมาก

สิ่งที่ป้ายบอกเอาไว้ เช่น

  • เคาน์เตอร์บริการของ JR

  • ทางไปชานชาลารถไฟไปสนามบิน

  • จุดรับของหาย

ลองสังเกตจุดสำคัญและจำตำแหน่งคร่าว ๆ เอาไว้ รับรองว่า มีประโยชน์แน่นอน เพราะทุกฟังก์ชันที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ มีครบหมดในสถานีนี้จริง ๆ

โซนตรงกลางของสถานีเป็นโถงใหญ่เพดานสูง ให้ฟีลคล้ายสนามบินขนาดย่อม ดูโปร่ง โล่ง และโอ่อ่ามาก อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นชั้นลอยให้มองลงมาเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ชัดเจนว่าโซนไหนขายอะไร อยู่ตรงไหนบ้าง

ถ้ามองจากชั้นลอยจะเห็นเลยว่า สถานีกว้างมาก ตรงโถงกลางช่วงเวลาปกติที่ร้านค้าทำการ จะมีการตั้งบูธขายของฝาก ของดีประจำจังหวัดมิยางิและพื้นที่ใกล้เคียงอยู่เป็นประจำ

ส่วนใหญ่จะเป็น

  • ร้านอาหารท้องถิ่น

  • ผลิตภัณฑ์ของดีของแต่ละพื้นที่

  • ของฝากราคาย่อมเยาและสินค้าเฉพาะถิ่นที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองอื่น

สายช้อปของฝากท้องถิ่นนี่คือเดินเพลิน น้ำลายสอแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ

จุดแลนด์มาร์กกระจกสีในสถานี

อีกหนึ่งมุมที่โดดเด่นมากของสถานี JR Sendai คือ ผนังกระจกสีขนาดใหญ่ ที่ให้ฟีลเหมือนงานกระจกในโบสถ์คริสต์ แต่จับมาอยู่ในสถานีรถไฟอย่างลงตัวและอลังการ

จุดนี้ถือว่าเป็น แลนด์มาร์กประจำสถานี และมักถูกใช้เป็นจุดนัดพบยอดฮิต

  • คนมักจะมายืนรอกันบริเวณราวกั้นหน้ากระจกสี

  • หาง่าย มองเห็นเด่นชัดจากหลายมุม

  • ด้านซ้ายมือจะมีจอแผนที่แบบหน้าจอสัมผัสให้ค้นข้อมูลพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

ฝั่งตรงข้ามกับกระจกสีจะเป็น ทางเข้าสู่ชานชาลารถไฟ พอเดินออกจากประตูตอกตั๋วก็จะเจอกระจกสีบานใหญ่โผล่มาตรงหน้าแบบเต็ม ๆ

เพราะฉะนั้นเวลาใครนัดเจอกันที่สถานีเซนได แค่บอกว่า “เจอกันตรงกระจกสีใหญ่” ก็คือเข้าใจตรงกัน หากันเจอไว ไม่ต้องเดินวนหานาน

ร้านค้าและของฝากในสถานี JR Sendai

สายของฝากต้องรักที่นี่ เพราะโซนร้านขายของฝากในสถานีใหญ่และแน่นไม่แพ้โตเกียวเลยทีเดียว โดยเฉพาะของขึ้นชื่อของเมืองเซนไดอย่าง ลิ้นวัว (Gyutan) ที่มาแรงมาก

สิ่งที่มักจะเห็นในร้านของฝาก เช่น

  • ขนมขบเคี้ยวรสลิ้นวัวย่าง

  • ลิ้นวัวย่างแช่แข็งสำหรับซื้อกลับบ้าน

ราคาของฝากที่นี่จัดว่าค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับบางจังหวัด แต่คนก็ยอมควักเงินจ่าย เพราะชื่อเสียงของ ลิ้นวัวเซนได มันการันตีความอร่อยจริง ๆ

ถนนลิ้นวัว Gyutan Dori: สวรรค์ของสายเนื้อ

ถ้าขึ้นไปชั้น 3 ของสถานี จะเจอโซนที่สายกินต้องร้องกร๊าด นั่นคือ “ถนนลิ้นวัว (Gyutan Dori / 牛たん通り)”

ที่นี่คือย่านรวมร้านอาหารที่เน้นเมนูลิ้นวัวแบบจัดเต็ม เดินผ่านแต่ละร้านคือหอมจนใจสั่น เมนูดูน่ากินไปหมด

  • ส่วนใหญ่เป็นร้านลิ้นวัวย่างหลากสไตล์

  • แต่ก็ยังมีร้านซูชิและร้านอาหารเมนูอื่น สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อวัว

เรียกว่า อยากกินอะไร มีให้เลือกเกือบครบ สำหรับมื้ออร่อยภายในสถานี

ที่นี่สมชื่อถนนลิ้นวัวจริง ๆ เพราะทุกร้านจะมีเมนูที่ใช้ลิ้นวัวเป็นพระเอก ทั้งแบบ

  • เซ็ตเมนูลิ้นวัวพร้อมเครื่องเคียง

  • กับแกล้มลิ้นวัวจานเล็ก

  • จานเดี่ยวลิ้นวัวแบบจัดเต็ม

  • เราย่างเองหรือให้ร้านย่างให้ก็มี

ข้อดีของการกินลิ้นวัวที่สถานีเซนไดคือ ราคาย่อมเยากว่ากินลิ้นวัวในโตเกียวหรือจังหวัดอื่น ในขณะที่คุณภาพยังดีงามอยู่

โดยประมาณแล้ว เซ็ตหนึ่งราคาราว ๆ 2,000 เยน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับชื่อเสียงและรสชาติ

มีเซ็ตขนาดเล็กที่ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,700 เยน (หมายเหตุ: ราคาเมนูอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา) แต่รสชาติคือคุ้มเกินราคาไปไกลมาก

ลิ้นวัวนุ่ม ๆ ข้าวร้อน ๆ กับเครื่องเคียงครบชุด เป็นมื้อที่ทำให้คนหลายคนติดใจจนอยากกลับไปซ้ำ รอบเดียวไม่เคยพอจริง ๆ

ถ้าใครกระเป๋าหนัก ไม่ต้องคิดเยอะ เมนูพรีเมียมแค่ไหนก็จัดได้เต็มที่ เพราะ ลิ้นวัวอร่อย ๆ แบบต้นตำรับ ไม่ได้หากินกันง่าย ๆ ถนนเส้นนี้พูดได้เต็มปากว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อเลยค่ะ

ถ้าไม่กินเนื้อวัว ก็ยังมีของดีรออยู่

ใครที่ไม่ทานเนื้อวัว ไม่ต้องน้อยใจ เพราะเมืองเซนไดยังมีของอร่อยอีกอย่างที่ดังทั่วญี่ปุ่น นั่นคือ อาหารทะเลสด ๆ

ที่เซนไดขึ้นชื่อเรื่อง

  • ซาชิมิเนื้อปลาแน่น ๆ

  • ข้าวหน้าปลาดิบหลากหน้า

  • ซูชิแบบต่าง ๆ

จังหวัดที่มีแหล่งประมงของตัวเองอย่างมิยางิ ทำให้มีวัตถุดิบจากทะเลหลายชนิด และขายในราคาที่น่ารักกว่าในเมืองหลวงอย่างโตเกียวเยอะพอสมควร

แต่ละร้านอาจจะไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่แต่ละร้านก็มีเมนูเด็ดและแฟนประจำของตัวเอง หลายร้านถึงขั้นต้องต่อคิวแนวยาวรอกันเลยทีเดียว

สรุป: JR Sendai Station ไม่ใช่แค่สถานีรถไฟ

จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นเลยว่า JR Sendai Station เป็นมากกว่าสถานีรถไฟธรรมดา ๆ

ที่นี่คือ

  • ศูนย์กลางการเดินทางของโทโฮคุ

  • แหล่งรวมร้านอาหารเด็ดทั้งลิ้นวัวและอาหารทะเล

  • แหล่งช้อปปิ้งของฝากท้องถิ่นคุณภาพแน่น

  • จุดนัดพบและแลนด์มาร์กสวย ๆ อย่างกระจกสีในสถานี

ใครมีแพลนมาเที่ยวโทโฮคุหรือแวะเซนได อย่ามองสถานีนี้เป็นแค่ที่ขึ้น-ลงรถไฟ ลองเผื่อเวลา เดินเล่น ช้อป ชิม ในสถานีดูซักหน่อย แล้วจะรู้ว่าแค่เดินในสถานีหนึ่งแห่ง ก็เหมือนได้เที่ยวอีกหนึ่งที่เลยค่ะ