รับแอปรับแอป

ทริปในฝันพังยับที่ฮาร์บิน แต่ตำรวจท่องเที่ยวไทยไม่ปล่อยให้คุณลอยแพ

ภาคภูมิ ศรีสุข01-30

ทริปล่มที่ฮาร์บิน กับภารกิจช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไทย

ตำรวจท่องเที่ยวไทยเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ถูกลอยแพที่เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน ทันทีหลังเกิดเหตุ หลังมีกระแสในโซเชียลว่ามีบริษัททัวร์ขายโปรแกรมเที่ยวไม่เป็นไปตามที่ตกลง หลอกลวงและทิ้งนักท่องเที่ยวให้เผชิญปัญหากันเอง

กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รายงานผลการปฏิบัติกรณีนี้ โดยระบุว่าบริษัทนำเที่ยวรายหนึ่ง ขายแพ็กเกจไม่ตรงตามเงื่อนไข ทำให้นักท่องเที่ยวเสียหายจำนวนมาก จน ผบช.ทท. มีคำสั่งให้หลายหน่วยร่วมบูรณาการกำลัง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน

วันแรกที่เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังถึงไทย

  1. 3 มกราคม 2569 – วันแจ้งเหตุครั้งแรก
    นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจำนวน 16 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกเผยแพร่ข่าวในโซเชียล เดินทางกลับถึงประเทศไทย และเข้าร้องเรียนกับตำรวจท่องเที่ยวที่ กก.3 บก.ทท.1 รวมถึงกองกำกับการสืบสวน บช.ทท.

ตำรวจท่องเที่ยวไม่รอช้า นำนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มไปลงบันทึกประจำวัน ที่สถานีตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นหลักฐานเบื้องต้นในการดำเนินคดี

รวบรวมพยานหลักฐาน ตั้งกลุ่ม LINE ผู้เสียหาย

  1. เพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ทางตำรวจได้ ตั้งกลุ่ม LINE ผู้เสียหาย เพื่อใช้เป็นช่องทางประสานงาน ให้คำปรึกษา และรวบรวมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ

เบื้องต้นจึงมีการแบ่งกลุ่มผู้เสียหายออกเป็น 4 กรุ๊ป ตามโปรแกรมและรอบการเดินทางที่แตกต่างกัน เพื่อความสะดวกในการดำเนินการนำเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

พาเหยื่อเข้าแจ้งความ เดินหน้าเอาผิด

  1. กก.สืบสวน บช.ทท. ตรวจสอบข้อมูลจนทราบจำนวนผู้เสียหายครบถ้วน จากนั้นจึงนำผู้เสียหาย หรือผู้แทนที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

การสอบปากคำผู้เสียหายแบ่งออกเป็น 2 ครั้งหลัก ๆ คือ

  • ครั้งที่ 1 วันที่ 21 มกราคม 2569

  • ครั้งที่ 2 วันที่ 27 มกราคม 2569

จากนั้นพนักงานสอบสวนจะรวบรวมคำให้การและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อเดินหน้าตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ในขณะเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวอีกบางส่วน เลือกที่จะเข้าแจ้งความในท้องที่ภูมิลำเนาของตนเองในแต่ละจังหวัด เพื่อให้การดำเนินคดีครอบคลุมทุกกลุ่มผู้เสียหาย

รวบหลักฐานฟันบริษัททัวร์ – โทษหนักไม่ใช่เล่น

  1. ด้านงานสืบสวนของ บช.ทท. ได้เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทนำเที่ยวดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยประสานกับกรมการท่องเที่ยว เพื่อให้กรมฯ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหา ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต

โทษของข้อหานี้มีทั้งจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งยังมีการตรวจพบว่ามีการขายโปรแกรมทัวร์หลายรายการ ตั้งแต่ก่อนจะได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ยิ่งตอกย้ำความผิดชัดเจน

บทเรียนสำคัญสำหรับสายเที่ยวทุกคน

  1. จากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาเน้นย้ำเตือนนักท่องเที่ยวอย่างจริงจังว่า ก่อนจะโอนเงินให้ทัวร์ไหน อย่าดูแค่รูปสวยหรือโปรแรง แต่ควร ตรวจสอบข้อมูลบริษัทให้ละเอียด เสียก่อน

สิ่งที่ควรทำก่อนจองแพ็กเกจทัวร์ ได้แก่

  • ตรวจสอบว่าบริษัทมีใบอนุญาตนำเที่ยวถูกต้องหรือไม่

  • ค้นหาชื่อบริษัทในเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว

  • อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง ไม่ใช่แค่รีวิวหน้าม้า

  • เช็กให้ชัวร์ว่ารายละเอียดโปรแกรม ตั๋ว ที่พัก และสิ่งที่รวม-ไม่รวม ตรงกับที่ตกลงกัน

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางราชการ เช่น สายด่วน 1155 หรือเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง

เสียงขอบคุณจากผู้เสียหาย และข้อคิดก่อนออกทริปต่อไป

  1. นักท่องเที่ยวที่ได้รับการช่วยเหลือ ต่างกล่าวขอบคุณกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวที่เข้ามาดูแล ตั้งแต่ขั้นตอนรับฟังปัญหา พาไปลงบันทึกประจำวัน จนถึงการประสานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดำเนินคดีและอำนวยความสะดวกให้ตลอดทาง

ทริปในฝันอาจพังได้ ถ้าเราไว้ใจผิดคน แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เห็นว่า หากถูกหลอก ไม่ได้แปลว่าต้องยอมแพ้หรือเดินกลับบ้านคนเดียวบนถนนที่หนาวเหน็บเสมอไป

แค่รู้สิทธิของตัวเอง เก็บหลักฐานให้ครบ และรีบติดต่อหน่วยงานที่ช่วยเหลือได้ทันที ทริปที่เคยกลายเป็นฝันร้าย อาจกลายเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ช่วยให้คุณเที่ยวครั้งต่อไปได้อย่างฉลาดและปลอดภัยมากกว่าเดิมก็ได้