ภาพรวมแนวคิดการออกแบบของ LG: เมื่อดีไซน์ต้อง “เข้าใจชีวิต”
ตลอดเส้นทางกว่า 37 ปีในไทย และมากกว่านั้นในระดับโลก LG วางตัวเองเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้ขายแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ขาย “ประสบการณ์การใช้ชีวิต” ภายใต้พันธกิจ Life’s Good และวิสัยทัศน์การเป็น Smart Life Solution Company แนวคิดหลักคือการผสานฟังก์ชันจริงจังเข้ากับดีไซน์ที่กลมกลืนกับบ้านและไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
จากอดีตที่เริ่มจากสารเคมีและเครื่องสำอาง จนถึงการเป็นผู้ผลิตวิทยุ พัดลม โทรศัพท์ ตู้เย็น ทีวี แอร์ และเครื่องซักผ้ารายแรกของเกาหลีใต้ LG เดินมาสู่ยุคที่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ เป็นจุดศูนย์กลางของประสบการณ์ดิจิทัลในบ้าน และเป็นองค์ประกอบสำคัญของ “บ้านอัจฉริยะ” ที่เชื่อมต่อผ่าน AI และ IoT
ในวันนี้ แนวคิดออกแบบของ LG จึงไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง เข้าใจผู้ใช้ ปรับตัวได้ และอยู่ร่วมกับบ้านได้ทุกสไตล์ ตั้งแต่คอนโดเล็กๆ ไปจนถึงบ้านเดี่ยวและโฮมออฟฟิศ ผ่านการออกแบบที่คิดครบทั้งรูปทรง วัสดุ สี พื้นที่ และสมองกล AI ที่อยู่เบื้องหลัง
ดีไซน์มินิมอล วัสดุ สี และการประหยัดพื้นที่ในบ้าน
LG เลือกภาษาดีไซน์แบบ “เรียบแต่มีรายละเอียด” เห็นชัดตั้งแต่ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไปจนถึงแอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ จุดร่วมคือความมินิมอล เส้นสายสะอาด และการลดความเทอะทะ เพื่อให้เข้าได้กับแทบทุกสไตล์บ้าน
องค์ประกอบเด่นด้านดีไซน์ที่สะท้อนอยู่ในหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่
ความบางและแนบผนัง: เช่น LG OLED evo W6 ดีไซน์วอลเปเปอร์ไร้สาย และ LG OLED evo G6 ที่ออกแบบให้แนบผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้ทีวีดูกลายเป็นส่วนหนึ่งของผนังมากกว่าเป็น “กล่องทีวี”
Super Slim / ขอบบาง: ทีวี QNED หลายรุ่นใช้แนวคิด Super Slim Design ขอบจอบาง ขาตั้งแบบ V-Shape ให้ลุคโมเดิร์น แต่ยังมั่นคงและวางกับเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย
ดีไซน์แนวตั้ง / ทาวเวอร์: ผลิตภัณฑ์อย่าง LG WashTower™ (ทั้ง Gen แรกและ Gen 2) ถูกออกแบบให้ซัก-อบในชุดเดียวแบบแนวตั้ง ช่วยประหยัดพื้นที่แนวราบ เหมาะกับบ้านหรือคอนโดที่ต้องการฟังก์ชันเต็มแต่พื้นที่จำกัด
กระจกและผิวเงาแบบพรีเมียม: แอร์ LG DUALCOOL™ AI Air ArtCool ใช้ดีไซน์กระจกสีดำเงา Black Shiny Mirror ทำให้แอร์ไม่ใช่แค่กล่องขาวบนผนัง แต่กลายเป็น “ชิ้นงานดีไซน์” ที่เข้ากับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนสมัยใหม่
องค์ประกอบแนวตั้งที่เป็นเฟอร์นิเจอร์: เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare AeroTower ถูกออกแบบให้ดูคล้ายงานตกแต่ง มากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ตั้งกลางห้องได้โดยไม่รู้สึกเกะกะสายตา
ในครัว ตู้เย็น Multi-Door และรุ่นใหม่ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ FIT-MAX-AI เน้นทั้งการจัดสรรช่องเก็บ (MAX ความจุ) และการจัดฟอร์มให้เข้ากับเคาน์เตอร์หรือผนัง (FIT พื้นที่) ทำให้ตู้เย็นขนาดใหญ่ แต่ไม่ดูเทอะทะเกินไปเมื่อวางจริงในบ้าน

ฟังก์ชันอัจฉริยะ: AI, IoT และ ThinQ ที่ซ่อนอยู่ในดีไซน์
เบื้องหลังดีไซน์ที่เรียบตา LG ซ่อนระบบอัจฉริยะไว้จำนวนมาก ผ่านแพลตฟอร์ม LG ThinQ และแนวคิด AI in Action ที่เน้นให้ AI ลงมือทำงานจริง ไม่ใช่แค่ชื่อบนกล่อง
1. AI ในงานบ้าน: FIT-MAX-AI และ Affectionate Intelligence
ในกลุ่ม Home Appliance Solution LG ใช้แนวคิด FIT-MAX-AI
FIT – การออกแบบให้ติดตั้งได้ลงตัวทุกพื้นที่ เช่น เครื่องซักผ้าฝาหน้าและ WashTower ที่ออกแบบให้แผงควบคุมเข้าถึงง่าย แม้เป็นชุดซัก-อบสองชั้น
MAX – เพิ่มความจุทั้งถังซักและช่องแช่เย็น เช่น WashTower ซัก 21 กก./อบ 16 กก. หรือรุ่นซัก 25 กก./อบ 20 กก. และตู้เย็น Multi-Door ความจุ ~21.6 คิว ที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวขนาดกลาง–ใหญ่
AI – ใช้ระบบอย่าง AI DD™ วิเคราะห์น้ำหนัก ความนุ่มของผ้า และระดับความสกปรก เพื่อเลือกการหมุนที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ช่วยถนอมผ้าและเพิ่มความสะอาด
ภายใต้แนวคิด Affectionate Intelligence LG ไม่ได้เน้นว่า AI แค่ “ฉลาด” แต่ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้จริง เช่น
เครื่องซักผ้าใช้ AI DD™ ปรับรูปแบบซักให้เหมาะกับผ้าแต่ละประเภท
ตู้เย็นใช้ AI FRESH ติดตามการใช้งาน ปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับการเก็บอาหาร และช่วยบริหารพลังงาน
แอร์ใช้ Perfect Comfort AI เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและสภาพแวดล้อมในห้อง เพื่อคุมอุณหภูมิและแรงลม
2. AI ในความบันเทิง: The Next OLED TV และ AI Voice ID
ในกลุ่ม Media Entertainment Solution LG ยกระดับทีวีให้เป็นมากกว่าหน้าจอ แกนหลักคือชิป α11 AI Processor Gen3 และแนวคิด Optimized for Every Me ที่เน้นประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ฟังก์ชันเด่น เช่น
AI Voice ID – ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ไม่เพียงฟังคำสั่ง แต่สามารถระบุตัวตนของผู้พูด และนำเข้าสู่หน้า My Page ซึ่งเป็นหน้าโปรไฟล์เฉพาะบุคคล
Home Hub บนทีวี – ใช้ทีวีเป็นศูนย์ควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน ผ่านแอป LG ThinQ และควบคุมด้วย Magic Remote ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดจากจอเดียว
AI Super Upscaling / Dynamic Tone Mapping – ในทีวี QNED evo บางรุ่น ช่วยปรับความละเอียด แสง และคอนทราสต์แบบอัตโนมัติในแต่ละฉาก เพื่อให้ภาพลื่นตาและสมจริง
3. IoT และการเชื่อมต่อผ่าน LG ThinQ
ทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลักของ LG เชื่อมโยงผ่าน แอป LG ThinQ ไม่ว่าจะเป็น
เครื่องซักผ้าที่ควบคุมการซัก–อบ ตรวจสถานะ และรับแจ้งเตือนผ่านสมาร์ตโฟน
แอร์และเครื่องฟอกอากาศที่สามารถสั่งเปิดล่วงหน้า ตรวจคุณภาพอากาศ หรือบริหารพลังงานผ่าน AI kW Manager
ทีวีที่ทำหน้าที่เป็นฮับแสดงสถานะอุปกรณ์ในบ้าน และควบคุมได้จากโซฟา
ทั้งหมดนี้ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของ LG กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะ ที่เน้นการใช้งานจริงมากกว่าการโชว์ฟีเจอร์บนกระดาษ
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์หลักและการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
1. ทีวี LG: จาก OLED สู่ QNED และ NanoCell
ทีวี LG มีสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ OLED ระดับสูงไปจนถึง UHD และ NanoCell ซึ่งแต่ละกลุ่มถูกออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
LG OLED / OLED evo – ใช้เทคโนโลยีที่แต่ละพิกเซลเปล่งแสงเอง ให้สีดำสนิท คอนทราสต์สูง รองรับรีเฟรชเรตถึง 120Hz เหมาะสำหรับทั้งดูหนังและเล่นเกม รุ่นเด่น เช่น OLED65C5ZSA, OLED42C5PSA ดีไซน์บาง แนบผนังได้ และเน้นความพรีเมียม
QNED / QNED evo / MiniLED – ผสาน Quantum Dot และ NanoCell กับระบบ Mini LED ให้ความสว่างสูง เหมาะกับห้องสว่าง และให้สีสันสดใส รุ่น QNED92, QNED8Z และ QNED80 มาพร้อมดีไซน์ขอบบาง รองรับฟีเจอร์เล่นเกมเช่น VRR, FreeSync Premium, ALLM
UHD AI UA84 – เช่นรุ่น 43 และ 55 นิ้ว ใช้ 4K Super Upscaling และ AI Magic Remote ที่ทำงานเหมือนเมาส์ ช่วยให้ควบคุมทีวีและสมาร์ตโฮมได้สะดวก
NanoCell – ดีไซน์จอใหญ่ ราคาคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ตทีวีที่สีสันสมจริง ใช้งานทั่วไป สตรีมมิง และคอนเทนต์หลากหลาย
ดีไซน์ทั้งหมดเน้นการวางได้ทั้งบนชั้นและติดผนัง มีหลายขนาดตั้งแต่ 32 นิ้ว ไปจนถึง 77 นิ้วขึ้นไป เพื่อให้เข้าได้กับทั้งคอนโด ห้องนั่งเล่น และโฮมเธียเตอร์ภายในบ้าน
2. เครื่องซักผ้า LG: จากฝาบน 2 ถัง ถึง WashTower
เครื่องซักผ้า LG ถูกออกแบบให้มีทั้งความจุหลากหลายและประเภทการใช้งาน เพื่อให้เหมาะกับหลายรูปแบบบ้าน
ฝาบน – อย่างรุ่น T2517VBTB (17 กก.) ใช้ระบบ Inverter มีโปรแกรมซัก 6 รูปแบบ ฟังก์ชันขยี้ก่อนซัก กรองฝุ่น และประตูปิดนุ่ม รองรับครอบครัวที่ซักปริมาณมากแต่ต้องการใช้งานสะดวก
ฝาหน้า – รุ่น FV1411S4W1, FB1209S6W, FV1412S2B ฯลฯ ใช้ AI DD™, ระบบ TurboWash™360, Steam และ Inverter Direct Drive ช่วยให้ซักสะอาด ถนอมผ้า และประหยัดพลังงาน ดีไซน์เน้นความเรียบ และแผงควบคุมที่อ่านง่าย
เครื่องซักผ้า 2 ถัง – เช่น TT10NARG, TT16WAPG, TT13WARG ดีไซน์เรียบง่าย ใช้พลาสติกหนา 3 มม. เน้นความทนทาน มีระบบ Wind Jet Dry ช่วยให้ผ้าแห้งเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดและระบบไม่ซับซ้อน
WashTower™ – เช่น WT1410NHEG, WT2116SHEG รวมเครื่องซักและอบในชุดเดียวแบบตั้งซ้อน แต่มีแผงควบคุมกลาง ใช้ AI DD™, TurboWash™360 และ Smart Pairing™ ที่เลือกโปรแกรมอบตามการซักโดยอัตโนมัติ ดีไซน์เหมาะกับบ้านสมัยใหม่ที่ต้องการฟังก์ชันเต็มแต่พื้นที่แนวตั้งมีมากกว่าแนวราบ
3. แอร์และโซลูชันอากาศ: DUALCOOL และ Perfect Comfort AI
ในกลุ่ม Eco Solution LG เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมในบ้านที่เย็นสบายและอากาศสะอาด พร้อมคุมพลังงาน
DUALCOOL™ AI Air ArtCool – ใช้ระบบ Perfect Comfort AI เรียนรู้การใช้งานและสภาพห้อง ปรับอุณหภูมิและแรงลมอัตโนมัติ ดีไซน์ ArtCool กระจกดำเงา และระบบ Total Air Care พร้อม Plasmaster Ionizer และ Freeze Cleaning
ระบบ AI kW Manager – ให้ผู้ใช้บริหารการใช้พลังงานผ่าน LG ThinQ ดูการใช้ไฟและควบคุมให้สอดคล้องงบและพฤติกรรมในบ้าน
Puricare และ AeroTower – ออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของเฟอร์นิเจอร์ พร้อมระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศและฟิลเตอร์ที่รองรับการใช้งานจริงในบ้านเมืองร้อน
4. LG SIGNATURE 2026: เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เข้าใจ” ผู้ใช้
ในงาน InnoFest 2026 LG เปิดตัว LG SIGNATURE รุ่นใหม่ ที่เน้นการเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะมากกว่าผลิตภัณฑ์เดี่ยว
ตู้เย็น LG SIGNATURE – มีระบบสนทนา AI ด้วย LLM แสดงผลบนจอ LCD 6.8 นิ้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุม ใช้ AI Fresh ติดตามพฤติกรรมการใช้ ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ และใช้ ThinQ Food กับกล้องในตู้เพื่อระบุส่วนผสมและแนะนำเมนู
เตาอบ LG SIGNATURE – ใช้ AI Gourmet จดจำเมนูมากกว่า 85 รายการ ตั้งโหมดปรุงอัตโนมัติ มีฟีเจอร์ AI Browning ตรวจสอบการอบแบบเรียลไทม์ และสามารถดูสถานะผ่านสมาร์ตโฟน
ในแง่ดีไซน์ LG SIGNATURE ใช้แนวทาง 3 สไตล์คือ Seamless, Iconic และ Tailored เพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้ากลมกลืนกับบ้านแต่ละแบบ ตั้งแต่สไตล์มินิมอลเรียบเนียนไปจนถึงสไตล์ที่เน้นความโดดเด่นเป็นชิ้นงานดีไซน์
ความทนทานและการประหยัดพลังงานที่ฝังอยู่ในดีไซน์
ดีไซน์ของ LG ไม่ได้เน้นแค่ “หน้าตา” แต่รวมถึงโครงสร้างภายในและเทคโนโลยีที่ช่วยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าในระยะยาว
องค์ประกอบสำคัญที่ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานหนัก ได้แก่
มอเตอร์ Inverter และ Inverter Direct Drive – ลดการใช้พลังงาน ลดเสียง และลดการสึกหรอ เห็นได้ในเครื่องซักผ้าและแอร์หลายรุ่น พร้อมการรับประกันมอเตอร์ยาวนานถึง 10 ปีในหลายรุ่น
Dual Inverter Compressor™ ในแอร์ – เช่น แอร์ DUALCOOL ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ ลดการกินไฟ แต่ยังทำความเย็นได้รวดเร็ว
การจัดการพลังงานด้วย AI – เช่น AI kW Manager ในแอร์ และระบบบริหารพลังงานในตู้เย็นที่ช่วยบาลานซ์ความเย็นกับการใช้ไฟ
วัสดุที่ทนทาน – เช่น ถังซักสเตนเลสในเครื่องซักผ้าฝาหน้า และพลาสติกหนา 3 มม. ในเครื่องซักผ้า 2 ถัง ที่ออกแบบให้รับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ลดโอกาสเสียหาย
ในภาพรวม LG พยายามผสานเทคโนโลยีประหยัดพลังงานเข้ากับดีไซน์ที่คิดถึงการใช้งานจริง เช่น ทำให้แอร์หรือเครื่องฟอกอากาศทำงานอัตโนมัติตามคุณภาพอากาศ หรือเครื่องซักผ้าปรับเวลาซักและรูปแบบการหมุนให้เหมาะสมกับผ้าและปริมาณ เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทั้งความสะดวกและความคุ้มค่าในบิลค่าไฟ
วิธีเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้า LG ให้เข้ากับบ้านและไลฟ์สไตล์
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์และคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ สามารถสรุปแนวทางเลือกอุปกรณ์ LG ให้เหมาะกับรูปแบบบ้านได้ดังนี้
1. คอนโดหรือห้องขนาดเล็ก
ทีวี: เลือกขนาด 32–43 นิ้ว เช่น Smart TV 32 นิ้ว หรือ UHD AI UA84 ขนาด 43 นิ้ว เหมาะกับระยะดูใกล้ และพื้นที่จำกัด
เครื่องซักผ้า: ฝาหน้าขนาด 7–10 กก. หรือ WashTower รุ่นเล็ก (เช่น 14/10 กก.) เพื่อลดพื้นที่แนวราบ และใช้ประโยชน์จากแนวตั้ง
แอร์: แอร์ติดผนังอินเวอร์เตอร์ เช่นรุ่น IXY11B หรือ ArtCool สำหรับห้องนั่งเล่น/ห้องนอน ให้เย็นไวและประหยัดไฟ
2. บ้านเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดกลาง–ใหญ่
ทีวี: ขนาด 50–75 นิ้ว หรือใหญ่กว่า เช่น LG OLED evo หรือ QNED สำหรับห้องนั่งเล่นที่ต้องการโฮมเธียเตอร์
ตู้เย็น: Multi-Door ขนาด ~21.6 คิว อย่างรุ่น GV-B25FFGDB สำหรับครอบครัวที่ต้องเก็บอาหารปริมาณมาก
เครื่องซักผ้า: ฝาหน้าหรือ WashTower ความจุ 11–21 กก. หรือมากกว่า ขึ้นกับจำนวนสมาชิกและปริมาณผ้า รวมถึงรุ่นที่มีระบบ Steam สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือคนแพ้ง่าย
แอร์และโซลูชันอากาศ: ระบบ DUALCOOL หรือ Multi V (ในระดับโครงการ/เชิงพาณิชย์) ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ Puricare เพื่อคุณภาพอากาศในบ้านทั้งหลัง
3. โฮมออฟฟิศและพื้นที่ใช้งานผสม
ทีวี / มอนิเตอร์: ทีวี QNED หรือ OLED ที่รองรับ Game Optimizer และ HDMI 2.1 เพื่อใช้ทั้งงานและความบันเทิง รวมถึงจอเกมมิ่ง UltraGear OLED 27GX704A-B สำหรับงานสร้างสรรค์และเล่นเกม
เครื่องปรับอากาศและฟอกอากาศ: เลือกแอร์อินเวอร์เตอร์และเครื่องฟอกอากาศที่รองรับ LG ThinQ เพื่อควบคุมจากระยะไกลและเชื่อมกับระบบ AI ในบ้าน
เครื่องซักผ้า: หากโฮมออฟฟิศอยู่ร่วมกับบ้าน อาจเลือก WashTower หรือฝาหน้าความจุ 11–13 กก. เพื่อรองรับทั้งผ้าบ้านและผ้าจากสำนักงานย่อยเล็กๆ
ประสบการณ์ใช้งานจริงและเสียงตอบรับต่อดีไซน์และฟังก์ชัน
ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายท่านสะท้อนภาพร่วมกันว่า จุดแข็งของ LG คือการผสมผสานฟีเจอร์จริงจังกับประสบการณ์ใช้งานที่เข้าใจผู้ใช้
ในฝั่ง ทีวี ผู้เชี่ยวชาญอย่างนายกาฝากและทีมบรรณาธิการ mybest ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์อย่าง AI Super Upscaling, Dynamic Tone Mapping Pro, Game Optimizer, Magic Remote และระบบเสียง Dolby Vision / Dolby Atmos ซึ่งช่วยให้ทีวี LG เหมาะกับทั้งหนัง เกม และการสตรีม
ในฝั่ง เครื่องซักผ้า ผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณศรัณย์ (วี) เน้นย้ำความสำคัญของ AI DD™, TurboWash™360, ระบบ Inverter และโครงสร้างถังซักที่ทนทาน รวมถึงการออกแบบให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ใช้จริง เช่น ขนาดถัง การใช้งานประตู และระบบควบคุมผ่านสมาร์ตโฟน
แคมเปญอย่าง LG Subscribe ยังสะท้อนอีกมิติหนึ่งของการตอบโจทย์ผู้ใช้ นั่นคือรูปแบบการเป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปรับตามไลฟ์สไตล์ โดยให้ลูกค้าเลือกใช้เครื่องซักผ้า ตู้เย็น แอร์ ทีวี และอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านโมเดลสมัครสมาชิก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการลองใช้ผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริงโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ทันที
ภาพลักษณ์แบรนด์ LG: ผู้นำดีไซน์และนวัตกรรมที่ผสมความสวยกับประสิทธิภาพ
จากเส้นทางที่เริ่มต้นด้วยวิทยุเครื่องแรกของเกาหลี สู่การเป็นราชาแห่ง OLED และระบบ AI ภายในบ้าน LG สร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนในฐานะแบรนด์ที่ กล้าคิด กล้าทดลอง และให้ความสำคัญกับทั้งดีไซน์และการใช้งานจริง
ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมากมาย เช่น CES Innovation Awards, Red Dot, iF Design Award และ Good Design Award ซึ่งสะท้อนความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสวยและทำงานได้ดี
นำเทคโนโลยีอย่าง OLED TV, InstaView Door-in-Door™ ตู้เย็นเคาะดูข้างใน, WashTower เครื่องซัก–อบแบบทาวเวอร์ และ LG SIGNATURE ที่ใช้ AI เป็นแกนกลาง มาปรับนิยามเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ปรับองค์กรและแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2566–2567 เพื่อสอดรับกับบทบาทใหม่ในฐานะ Smart Life Solution Company และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Labor Home บ้านที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานร่วมกันเพื่อลดภาระงานบ้านของผู้ใช้
ทั้งหมดนี้ทำให้ดีไซน์ของ LG ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์แบบครบวงจร ที่เชื่อมโยง รูปลักษณ์ – ฟังก์ชัน – AI – พลังงาน – และไลฟ์สไตล์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบ และยังคงเดินหน้าพัฒนาเพื่อนำพาผู้ใช้ไปสู่ชีวิตที่ “Life’s Good” อย่างยั่งยืน


ความคิดเห็น