รับแอปรับแอป

ส่องลุคเมกอัพ Met Gala 2025 เมื่อหน้าผมกลายเป็นตัวตนที่เดินได้บนพรมแดง

พงษ์เทพ อินทรชัย01-31

Met Gala 2025: เมื่อ “ความงาม” คือสเตทเมนต์ตัวจริง

งาน Met Gala 2025 ยังคงครองบัลลังก์อีเวนต์แฟชั่นที่คนทั้งโลกรอคอย แต่ปีนี้สิ่งที่แย่งซีนชุดหรูได้แบบสูสี คือ เมกอัพและทรงผมที่ถูกใช้เป็นภาษาบอกตัวตน ภายใต้ธีม “Superfine: Tailoring Black Style” และเดรสโค้ด “Tailored For You” ที่เปิดทางให้ทุกคนตีความสไตล์ในแบบของตัวเองอย่างมีความหมาย

พรมแดงปีนี้จึงไม่ได้มีแค่ความสวย แต่คือการเล่าเรื่องผ่านสีสัน เส้นโค้ง และรายละเอียดเล็กๆ ที่ตั้งใจใส่ลงไปในทุกลุค

Doechii & Sydney Sweeney: พลังคอนทราสต์ที่บาลานซ์กันอย่างลงตัว

เปิดพรมแดงด้วย Doechii แรปเปอร์สุดจัดจ้านที่ใช้ผมทรงกลมทรงพลังเป็นเหมือนมงกุฎของตัวเอง จับคู่กับเมกอัพโทนเดียวกัน ทรงผมและสีสันไปในทิศทางเดียวกันแบบไม่แย่งซีนกันเอง

จุดที่ทำให้ลุคนี้น่าจดจำคือแก้มที่แต่งลาย Louis Vuitton แบบมินิมัล ดูไม่เยอะ แต่ชัดว่าคือการผสมโลกบิวตี้เข้ากับแฟชั่นอย่างฉลาด

ด้าน Sydney Sweeney เลือกความเซ็กซี่ที่มีความคลาสสิกซ่อนอยู่ ด้วยดวงตาที่ถูกคัดสรรอย่างประณีตโดย Melissa Hernandez ในลุคจาก Armani Beauty เน้นเสน่ห์สายตาให้ดูดึงดูดแต่ไม่ดุเกินไป

เสริมด้วยปอยผมวินเทจจาก Glen Oropeza ที่จัดทรงได้กลิ่นอายแบบฮอลลีวูดเก่า แต่จับมาเล่าใหม่ให้ดูโมเดิร์น กลายเป็นลุคที่ทั้งหวาน เฉี่ยว และร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

Doja Cat & Gigi Hadid: วินเทจยุค 80s กับความหรูแบบไม่ต้องตะโกน

Doja Cat มาในโหมดเล่นใหญ่แต่คุมโทนละเอียด ชุด Marc Jacobs ถูกพาคู่มากับเมกอัพกลิ่นอายยุค 80s ที่คัดมาแล้วว่า 怀เก่าแต่ไม่เชย

  • เปลือกตาเฉดพาสเทล เพิ่มความสนุกให้ลุค

  • ริมฝีปากแดงซาตินที่ดูหรูหรา แต่ไม่กลบทุกอย่างจนหมด

ทุกอย่างจบลงที่ฟีลลิ่ง “จัดเต็มแต่ไม่ล้น” ซึ่งเป็นโจทย์ยากที่เธอทำได้อย่างสบาย

ส่วน Gigi Hadid เลือกลุคผมลอนสไตล์ pin-up girl ที่สื่อถึงยุคทองของฮอลลีวูดอย่างชัดเจน ลอนผมดูเรียบง่ายแต่กลับให้พลังบางอย่างที่ทำให้ทั้งลุคดูแข็งแรงขึ้นทันที

ความน่าสนใจของทั้งสองลุคคือ การบาลานซ์ระหว่างความคลาสสิกกับความร่วมสมัย ทำให้วินเทจไม่กลายเป็นคอสเพลย์ แต่กลายเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง

Lupita, Lisa, Sabrina: ดีเทลเล็กๆ ที่สาดพลังแบบไม่ต้องพูดเยอะ

หนึ่งในลุคที่ทำเอาหลายคนหยุดเลื่อนฟีดคือ Lupita Nyong’o ที่เปลี่ยนใบหน้าตัวเองให้กลายเป็นงานอาร์ตที่ขยับได้ ด้วยอายไลเนอร์ทรงคมที่ลากเส้นอย่างมั่นใจ ผิวโกลว์ใสแบบ Glass Skin และคิ้วประดับคริสตัลจาก Chanel Beauty ที่ทำให้กรอบหน้าดูมีมิติราวกับงานประติมากรรม

ความโดดเด่นของลุคนี้คือ การเล่นกับพื้นผิวและแสง ผิวใสสะท้อนไฟบนพรมแดง ขณะที่คริสตัลบนคิ้วช่วยสร้างจุดโฟกัสใหม่ให้ใบหน้าแบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นบ่อย

ในอีกฟากหนึ่ง Lisa เลือกใช้ความสดใสแบบเคป๊อปไอคอนมาเติมสีบนพรมแดง ด้วยแก้มบลัชสูงใต้ตา ที่ให้ฟีลแบบ girlie chic แต่ซ่อนพลังความมั่นใจไว้ข้างใน

  • อายไลเนอร์ทรงคม ทำให้ดวงตาดูคมกริบ

  • ริมฝีปากกลอสสีโรส หวานกำลังดีแต่ไม่จืดชืด

ด้าน Sabrina Carpenter มาในลุคไลเนอร์ลอยเฉดน้ำตาลช็อกโกแลต ที่ไม่ได้แค่เก๋ แต่ยังช่วยเสริมโครงหน้าให้ดูเฉี่ยวและชัดเจนขึ้น เป็นการใช้เมกอัพเพื่อแกะสลักโครงหน้าอย่างน่าสนใจ

Anne Hathaway & Dua Lipa: เรียบ เป๊ะ แต่ออร่าแรงสุดปลายผม

ช่วงท้ายค่ำคืน พรมแดงยังไม่หมดเซอร์ไพรส์ เพราะ Anne Hathaway เลือกโชว์ความงามแบบนิ่งแต่ตรึงสายตา ด้วยผมหางม้าครึ่งศีรษะที่เก็บทุกเส้นอย่างเนี้ยบ เปิดใบหน้าและโชว์สร้อยคอประดับที่กลายเป็นจุดโฟกัสสำคัญของลุค

ทรงผมที่เหมือนจะเรียบทั่วไป กลับช่วยให้กรอบหน้าและเครื่องประดับดูโดดเด่นขึ้น กลายเป็นการใช้ “ความน้อย” เพื่อดัน “ความมาก” ให้ชัดกว่าเดิม

ส่วน Dua Lipa หยิบเทรนด์ Kiss Curl มาใช้ได้อย่างน่าสนใจ ปอยผมเส้นเล็กที่ดัดโค้งรับไปกับใบหน้า กลายเป็นดีเทลเล็กๆ ที่เติมความเรโทรให้ลุคแบบพอดี ไม่เยอะไป ไม่หลุดธีม

เพียงแค่เส้นผมบางเส้น แต่กลับกลายเป็นสเตทเมนต์ที่ทุกคนมองเห็นบนพรมแดง นี่คือพลังของดีเทลที่ถูกคิดมาแล้วอย่างดี

บทสรุป: บิวตี้ลุคบนพรมแดง = ภาพสะท้อนตัวตน

จากทุกลุคที่ผ่านพรมแดงในปีนี้ จะเห็นชัดว่าความงามใน Met Gala ไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่า “สวย” อีกต่อไป แต่คือการใช้เมกอัพและทรงผมเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องของตัวเอง

  • สีที่เลือก ไม่ใช่แค่โทนที่เข้ากับผิว แต่คืออารมณ์ที่อยากส่งออกไป

  • ทรงผมที่จัด ไม่ได้มีไว้แค่เสริมหน้า แต่คือส่วนหนึ่งของบุคลิก

  • ดีเทลเล็กๆ ตั้งแต่คริสตัลบนคิ้วจนถึงปอยผมเส้นเดียว ล้วนมีบทบาทในภาพรวม

ในยุคที่ทุกคนมีพื้นที่เล่าเรื่องของตัวเองบนโซเชียล งานพรมแดงอย่าง Met Gala เลยกลายเป็นเหมือนรันเวย์ของตัวตน ที่ใช้ เมกอัพและทรงผมเป็นภาษา

และปี 2025 ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่า ใครที่เข้าใจภาษานี้มากที่สุด ก็คือคนที่ทำให้ทั้งโลกหยุดมองได้ โดยไม่ต้องพูดแม้แต่คำเดียว