รับแอปรับแอป

อันซีนหมู่เกาะแฟโร ทริปเดียวครบทั้งพัฟฟิน เดินป่า และหมู่บ้านกลางขอบฟ้า

ภาณุพงศ์ พรหมมา01-30

อันซีนแฟโรที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต

อันซีน หมู่เกาะแฟโร 12 วัน

ฤดูกาลชมนกพัพฟินแบบใกล้ชิด

หมู่เกาะแฟโรคือดินแดนในฝันของสายธรรมชาติ ทะเลสีเข้ม ตัดกับหน้าผาสูงชัน ทุ่งหญ้าสีเขียว และเหล่านกพัพฟินหน้าตากวนๆ ที่ยืนเรียงกันอยู่ตามชะง่อนผาแบบที่ใครเห็นก็ต้องใจละลาย

ราคาโปรแกรม: 199,900 บาท (รวมวีซ่าและทิปครบแล้ว)

เดินทางโดย: Thai Airways (TG)

เส้นทางจัดเต็มทั้งเมืองหลวง และหมู่บ้านธรรมชาติสุดอันซีน

  • โคเปนเฮเกน

  • หมู่เกาะแฟโร

  • เสาหินทรอลล์โคนูฟิงเกอร์

  • หมู่บ้านควีวิก

  • หมู่บ้านเคิร์กจูบูเออร์

  • เทรลานิปา

  • น้ำตกบอสดัลฟอสซูร์

  • จุดชมวิวซอร์นเฟลลี่

  • หมู่บ้านเวสต์มันนา

  • หมู่บ้านเซักซุน

  • หมู่บ้านเกยอฟ

  • สเลตตาราตินดูร์

  • หมู่บ้านไอดิ

  • เดินป่าไมกินส์

  • สำรวจนกพัฟฟินหมู่บ้านทรอลเลนส์

  • มิกลาดาเลอร์

  • หมู่บ้านกาซาดาลูร์

  • จุดชมวิวน้ำตกมูลาฟอสซูร์

  • ล่องเรือดรานการ์เนียร์

ช่วงเดินทาง: พฤษภาคม - กันยายน 2569

หมายเหตุ: แนะนำให้เช็กที่นั่งว่างก่อนจองทุกครั้ง

ภาพรวมโปรแกรม 9 วันบนดินแดนพัฟฟิน

โปรแกรมนี้เน้นจัดเต็มหมู่เกาะแฟโรเป็นหลัก เน้นทั้งเดินป่าเบาๆ วิวสายเขียว สายหมอก และคอนเทนต์สายเที่ยวต้องมีรูปลงได้ยาวทั้งปี

คุณจะได้สัมผัสทั้งหน้าผาสูงชัน หมู่บ้านริมผา หลังคาหญ้า ทะเลสาบเหนือมหาสมุทร และเกาะกลางทะเลที่เป็นแหล่งทำรังของนกพัฟฟิน

วันที่ 1: ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ยุโรปเหนือ

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ พบทีมงานและไกด์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ก่อนเช็กอินสายการบินไทยเพื่อมุ่งหน้าสู่โคเปนเฮเกน

วันที่ 2: โคเปนเฮเกน – แฟโร – เสาหินแม่มด – หมู่บ้านเก่าแก่ริมผา

  • บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่โคเปนเฮเกน จากนั้นต่อเครื่องไปสนามบินวาการ์ หมู่เกาะแฟโร

  • อิสระมื้อกลางวันในสนามบินโคเปนเฮเกน ตามสไตล์แต่ละคน

บ่ายเริ่มทริปสายธรรมชาติเต็มตัว

  • แวะชม เสาหินทรอลล์โคนูฟิงเกอร์ (Trøllkonufingur) เสาหินรูปร่างประหลาดสูงกว่า 300 เมตร ที่ตามตำนานเล่าว่าเป็นนิ้วของแม่มดที่ถูกแสงอาทิตย์สาปให้กลายเป็นหิน

  • เส้นทางเดินป่าขึ้นจุดชมวิว ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง ทางเดินสบายๆ สลับหญ้า กรวด และเนินเล็กน้อย ระหว่างทางมีทั้งทุ่งหญ้า แกะ และลำธารไหลลงมหาสมุทรแอตแลนติก

  • ชมหมู่บ้าน ควีวิก (Kvivig) หนึ่งในชุมชนเก่าแก่ที่สุดของแฟโร มีหลักฐานร่องรอยชาวไวกิ้งและบ้านเรือนสีสดริมลำธารในหุบเขา

  • แวะหมู่บ้าน เคิร์กจูบูเออร์ (Kirkjubøur) ที่มีโบสถ์หินโบราณ Magnus Cathedral ตั้งแต่ยุคไวกิ้ง ยังคงยืนหยัดท่ามกลางลมหนาวจนถึงปัจจุบัน

ค่ำเข้าที่พัก Hotel Føroyar **** หรือเทียบเท่า พร้อมดินเนอร์อุ่นๆ คลายลมทะเล

วันที่ 3: เดินป่าเทรลานิปา – น้ำตกทะเลสาบลอยฟ้า – วิวซอร์นเฟลลี่

เช้าเริ่มวันด้วยมื้อเช้าที่โรงแรม ก่อนออกเดินทางสู่แลนด์มาร์กระดับโปสการ์ด

  • มุ่งหน้าไปที่ เทรลานิปา (Trælanípa หรือ Slave Cliff) หน้าผาสูงชันริมทะเลบนเกาะ Vágar จุดไฮไลท์คือวิวทะเลสาบ Sørvágsvatn ที่ดูเหมือนลอยสูงเหนือทะเลแอตแลนติก เป็นหนึ่งในภาพ “ทะเลซ้อนทะเล” ที่สายถ่ายรูปต้องมีกลับบ้าน

  • เดินเส้นทาง Traelanipa Trail กับไกด์ท้องถิ่น ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีต่อเที่ยว ปลายทางคือ น้ำตกบอสดัลฟอสซูร์ (Bøsdalafossur) สูงราว 30 เมตร ไหลจากทะเลสาบลงสู่มหาสมุทร

กลางวันรับประทานอาหารที่ภัตตาคารท้องถิ่น ก่อนลุยต่อช่วงบ่าย

  • ขึ้นสู่ จุดชมวิวซอร์นเฟลลี่ (Sornfelli Viewpoint) ชมวิวหมู่บ้านริมทะเลสาบ ภูเขาหินคลุมหมอก และทะเลเหนือแบบพาโนรามา

  • เข้าชม พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands National Museum) ที่เมืองทอร์สเฮาน์ เมืองหลวงของแฟโร เรียนรู้ประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคไวกิ้ง โบราณวัตถุ และวิถีชีวิตชาวแฟโรแท้ๆ

ค่ำ รับประทานอาหารจีน ก่อนกลับเข้าพัก Hotel Føroyar **** (คืนที่ 2)

วันที่ 4: หมู่บ้านริมเขา หลังคาหญ้า และยอดเขาสูงที่สุดของแฟโร

เริ่มวันด้วยอาหารเช้าที่โรงแรม แล้วออกล่าแลนด์สเคปสุดอลังการอีกวัน

  • มุ่งหน้าสู่ เวสต์มันนา (Vestmanna) หมู่บ้านริมทะเลบนเกาะ Streymoy ที่ขึ้นชื่อเรื่องหน้าผานก Vestmannabjørgini เต็มไปด้วยนกทะเลหลากชนิด และเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้พลังงานเขื่อนในแฟโร

  • ต่อด้วยหมู่บ้านมรดก ซักซุน (Saksun Heritage Village) หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่โดดเด่นด้วยบ้านหลังคาหญ้า โบสถ์เก่า และฟาร์มโบราณอายุหลายร้อยปี วิวภูเขา หน้าผา น้ำตก และทะเลสาบรวมอยู่ในเฟรมเดียว

  • เดินทางต่อไป หมู่บ้านเกยอฟ (Gjógv Village) หมู่บ้านสุดโรแมนติกบนเกาะ Eysturoy ตั้งอยู่ริมหลืบผาที่เว้าเข้าไปในแผ่นดินกว่า 200 เมตร ใช้เป็นท่าเรือธรรมชาติมาหลายศตวรรษ

กลางวันทานอาหารที่ภัตตาคารท้องถิ่น ก่อนไปพิชิตยอดเขาแห่งเกาะ

ช่วงบ่าย

  • ไปยังลานจอดรถ Eiðisskarð Parking เพื่อเริ่มเดินป่าขึ้น สเลตตาราตินดูร์ (Slættaratindur) ยอดเขาที่สูงที่สุดของหมู่เกาะแฟโร สูงราว 880 เมตร เป็นเส้นทางเดินป่าที่ต้องเตรียมรองเท้าดีๆ เพราะบางช่วงเป็นทางหิน แต่วิวด้านบนคุ้มค่า ใช้เวลาไป–กลับประมาณ 2 ชั่วโมง

  • จากนั้นไปยังหมู่บ้าน ไอดิ (Eiði) หมู่บ้านริมทะเลที่มีเสน่ห์ พร้อมจุดชมวิวปราสาทหินโบลกิ (Bollagil Stone Castle) บนเนินเขา มองเห็นทะเลกว้างสุดสายตา

ค่ำ รับประทานอาหารท้องถิ่น แล้วกลับเข้าพัก Hotel Føroyar **** (คืนที่ 3)

วันที่ 5: เกาะไมกินส์ – ดินแดนหลักของนกพัฟฟิน

หลังอาหารเช้า เตรียมกล้องและเลนส์เทเลให้พร้อม เพราะวันนี้คือวันของสายนกเต็มตัว

  • เดินทางสู่ท่าเรือ Sørvági เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะ Mykines เกาะในตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติแบบดิบๆ และเป็นหนึ่งในแหล่งดูนกพัฟฟินที่สวยที่สุดในแถบอาร์กติก

  • เดินป่าบนเกาะ Mykines สำรวจจุดทำรังของนกพัฟฟิน นกทะเลสกุล Fratercula ที่มีจงอยปากสีสดในฤดูผสมพันธุ์ พร้อมเหล่านกโซนอาร์กติกอีกหลายชนิด

  • เกาะ Mykines เปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น โดยช่วงกลางเดือนพฤษภาคม – ปลายสิงหาคมถือเป็นเวลาทองในการชมนกพัฟฟินบนบกแบบใกล้มาก

กลางวันรับประทานอาหารแบบ Picnic Box ท่ามกลางวิวผาและทะเล

บ่าย

  • นั่งเรือเฟอร์รี่กลับจาก Mykines สู่ Sørvági ก่อนเดินทางกลับโรงแรม

ค่ำ รับประทานอาหารที่โรงแรม และพักผ่อนที่ Hotel Føroyar **** (คืนที่ 4)

วันที่ 6: หมู่บ้านทรอลเลนส์ – ประภาคารคาลลูร์ – ตำนานหญิงสาวแมวน้ำ

หลังอาหารเช้า เตรียมตัวขึ้นเหนือของหมู่เกาะแฟโร

  • เดินทางสู่เมือง Klaksvík เมืองใหญ่อันดับสองของแฟโร และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมประมง ก่อนนั่งเฟอร์รี่จากท่าเรือ Klaksvík ไปยังท่าเรือ Syðradalur บนเกาะ Kalsoy

  • ชมหมู่บ้านเงียบสงบ ทรอลเลนส์ (Trøllanes Village) ทางเหนือสุดของเกาะ Kalsoy หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติและตำนานโทรลล์

  • เดินทางต่อไปยัง ประภาคารคาลลูร์ (Kallur Lighthouse) จุดชมวิวระดับโลก มองเห็นหน้าผา สันเขา ทะเล และเกาะโดยรอบ เป็นโลเคชันจากภาพยนตร์ James Bond: No Time to Die ที่หลายคนอยากเห็นด้วยตาตัวเอง

  • แวะหมู่บ้าน มิกลาดาเลอร์ (Mikladalur) เพื่อชมประติมากรรม Kópakonan (หญิงสาวแมวน้ำ) ริมทะเล เชื่อมโยงกับตำนานท้องถิ่นที่เล่าขานกันมานาน

กลางวันรับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

บ่าย

  • นั่งเรือเฟอร์รี่กลับจาก Syðradalur สู่ Klaksvík

  • เที่ยวชมเมือง Klaksvík เมืองที่เกิดจากการรวมหมู่บ้านสี่แห่งเข้าด้วยกันเมื่อปี 1938 ปัจจุบันเป็นบ้านของกองเรือประมงขนาดใหญ่และท่าเรือสำคัญของประเทศ

  • จากนั้นเดินทางกลับสู่โรงแรม

ค่ำ รับประทานอาหารที่โรงแรม และพักผ่อนที่ Hotel Føroyar **** (คืนที่ 5)

วันที่ 7: หมู่บ้านกาซาดาลูร์ – น้ำตกมูลาฟอสซูร์ – ล่องเรือชม Drangarnir

วันนี้คืออีกหนึ่งวันไฮไลท์ของแฟโร

  • ออกเดินทางสู่หมู่บ้าน กาซาดาลูร์ (Gasadalur Village) บนเกาะ Vágar หมู่บ้านหลังคาหญ้า บ้านไม้สีสดตั้งอยู่บนหน้าผา มองเห็นเทือกเขา Arnafjall และเกาะ Mykines ในวันที่อากาศเปิด

  • เดินต่อไปยัง จุดชมวิวน้ำตกมูลาฟอสซูร์ (Múlafossur Waterfall View Point) น้ำตกที่ไหลจากหน้าผาลงสู่มหาสมุทร โดยมีหมู่บ้าน Gasadalur และภูเขาเป็นฉากหลัง เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า “นี่แหละแฟโร”

  • จากนั้นมุ่งหน้าสู่ท่าเรือเพื่อลงเรือไปชม Drangarnir Sea Stacks เสาหินกลางทะเลชื่อดัง พร้อมวิวเกาะ Tindhólmur และน้ำตก Múlafossur จากมุมทะเล ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 1.5 ชั่วโมง เต็มอิ่มกับการเก็บภาพหมู่เกาะจากมุมมองที่ไม่ซ้ำใคร

สายๆ–เที่ยง

  • เดินทางสู่สนามบินวาการ์ เพื่อบินต่อไปยังโคเปนเฮเกน ด้วยสายการบิน Atlantic Airways ใช้เวลาบินราว 2 ชั่วโมงเศษ

  • ถึงโคเปนเฮเกนผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ก่อนพาไปดินเนอร์อาหารไทย

ค่ำ เข้าพักโรงแรม The Square **** หรือเทียบเท่า

วันที่ 8: ปิดทริปที่โคเปนเฮเกน – กลับสู่กรุงเทพฯ

เช้ารับประทานอาหารที่โรงแรม จากนั้นเดินทางสู่สนามบินโคเปนเฮเกน เพื่อเช็กอินเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ กับสายการบินไทย

ระหว่างบินมีบริการอาหารค่ำและอาหารเช้าบนเครื่อง ให้ร่างกายได้พักหลังวันเดินป่าหลายวันติดกัน

วันที่ 9: ถึงกรุงเทพฯ พร้อมความทรงจำเกินหนึ่งอัลบั้มรูป

เช้าตรู่เดินทางถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ กลับบ้านพร้อมรูปแน่นเมม กล้องเต็มการ์ด และเรื่องเล่าจากแดนพัฟฟินที่ไม่มีวันลืม

ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่ไม่ซ้ำใคร แต่ได้ครบทั้งวิว ความลุย และความละมุนของธรรมชาติ หมู่เกาะแฟโรฤดูกาลพัฟฟิน คือคำตอบที่ควรรีบจองก่อนเต็ม