Max Verstappen ยืนยันว่าเขาต้องการกลับมาแข่งขัน Nürburgring 24 Hours อีกครั้งในอนาคต หลังพลาดโอกาสคว้าชัยในการลงแข่งครั้งแรก เพราะปัญหาความเสียหายของรถช่วงท้ายการแข่งขัน
แม้ทีม Verstappen Racing จะนำการแข่งขันอยู่เกือบตลอดทั้งคืน แต่สุดท้าย Mercedes-AMG GT3 Evo หมายเลข 3 กลับต้องเข้าพิตเพราะปัญหา driveshaft จนหมดลุ้นแชมป์ในช่วงประมาณ 3 ชั่วโมงสุดท้าย
นี่ถือเป็นตอนจบที่น่าเสียดายมากสำหรับ Verstappen เพราะตลอดการแข่งขัน ทีมของเขาถูกมองว่าเป็นตัวเต็ง และทำ pace ได้ดีที่สุดกลุ่มหนึ่งของสนาม
Verstappen นำเกือบทั้งเรซ
ทีม Verstappen Racing ลงแข่งด้วยไลน์อัพที่แข็งแกร่งมาก ประกอบด้วย
Max Verstappen
Lucas Auer
Jules Gounon
Daniel Juncadella
ทั้งสี่คนช่วยกันพารถ Mercedes-AMG GT3 Evo ขึ้นนำและรักษาความได้เปรียบไว้ได้นานกว่า 21 ชั่วโมง
หลายช่วงของการแข่งขัน ทีมทำ gap ทิ้งคู่แข่งได้มากกว่า 30 วินาที และดูเหมือนกำลังจะคว้าชัยในการลงแข่ง Nürburgring 24 Hours ครั้งแรกของ Verstappen ได้สำเร็จ
แต่ช่วงท้ายการแข่งขัน ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติเริ่มปรากฏขึ้น ก่อนทีมจะพบว่า driveshaft ได้รับความเสียหาย และลุกลามไปยังระบบช่วงล่างบางส่วน
Daniel Juncadella ต้องนำรถกลับเข้าพิตทันที ก่อนทีมจะยืนยันว่าหมดโอกาสลุ้นแชมป์แล้ว

Verstappen ยังอยากกลับมาอีก
แม้ผลลัพธ์จะจบแบบน่าผิดหวัง แต่ Verstappen ยืนยันชัดเจนว่าเขาต้องการกลับมาแข่งขัน Nürburgring 24 Hours อีกครั้ง
เจ้าตัวยอมรับว่าการแข่งขันนี้เป็นหนึ่งในความฝันของตัวเองมานาน และยังรู้สึกสนุกกับประสบการณ์ทั้งหมด แม้สุดท้ายจะไม่ได้ชัยชนะก็ตาม
หลายฝ่ายมองว่าความจริงจังของ Verstappen ในโลก endurance racing เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เขาลงแข่ง GT3 และ Nürburgring หลายรายการมากขึ้นต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ Verstappen ยังเคยลงแข่ง Nürburgring Endurance Series และทำผลงานได้โดดเด่นทันที รวมถึงเคยทำลายสถิติรอบของรถ GT3 ในการทดสอบด้วย
Nürburgring กลายเป็นสนามโปรดใหม่ของ Verstappen
หนึ่งในเหตุผลที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตพูดถึงเรื่องนี้เยอะ เพราะ Verstappen ดูหลงใหล Nürburgring Nordschleife มากจริง ๆ
เจ้าตัวเคยบอกหลายครั้งว่าสนามแห่งนี้คือหนึ่งในแทร็กที่ “ท้าทายและพิเศษที่สุดในโลก”
ด้วยระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร เต็มไปด้วยโค้งความเร็วสูง ความต่างระดับ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนตลอดเวลา Nürburgring จึงถูกเรียกว่า “Green Hell” มานานหลายสิบปี
สำหรับ Verstappen ที่เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับการเมืองและข้อจำกัดบางอย่างของ Formula 1 การลงแข่ง endurance race ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เขากลับมาสนุกกับการขับรถอีกครั้ง
กระแส Verstappen ดันคนดูทะลุสถิติ
อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคืออิทธิพลของ Verstappen ต่อการแข่งขัน
ปีนี้ Nürburgring 24 Hours มีผู้ชมมากกว่า 352,000 คน ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ของรายการทันที
หลายพื้นที่ในสนามเต็มไปด้วยแฟน “Orange Army” ของ Verstappen และบรรยากาศถูกพูดถึงหนักมากบนโซเชียลตลอดสุดสัปดาห์
หลายฝ่ายมองว่าการลงแข่งของ Verstappen ช่วยดึงความสนใจจากแฟน F1 เข้าสู่โลก endurance racing ได้มหาศาล
Red Bull เริ่มเปิดทางมากขึ้น
ที่ผ่านมา Red Bull ค่อนข้างระวังเรื่องการให้นักแข่ง F1 ลงแข่งขันรายการอื่น เพราะมีความเสี่ยงทั้งด้านอุบัติเหตุและสภาพร่างกาย
แต่กรณีของ Verstappen ดูแตกต่างออกไป
หลายรายงานระบุว่า Red Bull เข้าใจดีว่าการแข่งขัน GT และ endurance racing คือสิ่งที่ Verstappen อยากทำจริง ๆ และทีมเองก็ไม่ต้องการขัดความต้องการของแชมป์โลกคนสำคัญที่สุดของตัวเอง
ยิ่งในช่วงที่อนาคตของ Verstappen กับ Formula 1 ยังมีข่าวลือออกมาต่อเนื่อง การเปิดทางให้เขาทำสิ่งที่ชอบนอก F1 ก็ถูกมองว่าเป็นวิธีรักษาความสัมพันธ์กับนักขับรายนี้เช่นกัน

อนาคต Le Mans อาจใกล้กว่าที่คิด
หลังจบ Nürburgring 24 Hours กระแสเรื่อง Le Mans ก็กลับมาทันที
หลายฝ่ายเชื่อว่าเป้าหมายระยะยาวของ Verstappen คือการลงแข่ง Le Mans 24 Hours และอาจรวมถึงการล่า Triple Crown ของโลกมอเตอร์สปอร์ตในอนาคต
ก่อนหน้านี้ Ford และหลายทีมใน WEC ก็เคยพูดถึงความสนใจร่วมงานกับ Verstappen มาแล้ว
และจากฟอร์มที่เขาแสดงใน Nürburgring ปีนี้ หลายคนเริ่มเชื่อว่า Verstappen อาจจริงจังกับเส้นทาง endurance racing มากกว่าที่เคยคิดกันไว้ตอนแรก
แม้การเปิดตัวครั้งแรกจะจบลงด้วยความผิดหวัง แต่สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต หลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นแค่ “จุดเริ่มต้น” ของ Verstappen ในโลกการแข่งขัน 24 ชั่วโมงเท่านั้น
ที่มา Skysport


ความคิดเห็น