ZestBuy

ละคร AI กำลังบูมในจีน แต่กระแสต้านก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T06-03

จีนกำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของกระแส “AI Microdrama” หรือละครสั้นที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ หลังเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนบริษัทผู้ผลิตสามารถสร้างละครทั้งเรื่องได้ภายในเวลาไม่กี่วันและใช้ต้นทุนต่ำกว่าการถ่ายทำแบบดั้งเดิมหลายเท่า

ละครประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของจีน โดยเฉพาะ Douyin ซึ่งเป็นเวอร์ชันจีนของ TikTok เนื่องจากเนื้อหาออกแบบมาสำหรับการรับชมบนมือถือแบบแนวตั้ง แต่ในขณะที่ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็เริ่มเกิดเสียงวิจารณ์และข้อกังวลจากหลายฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ

อุตสาหกรรมใหม่ที่โตเร็วจนน่าตกใจ

ข้อมูลจากหลายสำนักระบุว่าในช่วงต้นปี 2026 จีนมีละครสั้นที่สร้างด้วย AI ออกสู่ตลาดหลายร้อยเรื่องต่อวัน และมีคอนเทนต์ AI จำนวนหลายหมื่นตอนถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มวิดีโอภายในเวลาเพียงเดือนเดียวเท่านั้น

ความนิยมของละครแนวนี้มาจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการถ่ายทำจริงอย่างมาก ผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องเช่าสถานที่ จ้างนักแสดงจำนวนมาก หรือใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการถ่ายทำเหมือนเดิม ส่งผลให้บริษัทสามารถผลิตคอนเทนต์ใหม่ออกมาได้อย่างต่อเนื่องและตอบสนองอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มได้รวดเร็วกว่าเดิม

บางเรื่องสามารถทำยอดชมระดับหลายสิบล้านถึงร้อยล้านวิวภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนว่าผู้ชมจำนวนมากยอมรับรูปแบบความบันเทิงใหม่นี้แล้ว

นักแสดงเริ่มกังวลเรื่องงานและรายได้

แม้อุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ฝั่งคนทำงานกลับเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบโดยตรง

มีรายงานว่านักแสดงละครสั้นหลายคนเริ่มได้รับงานน้อยลง เพราะผู้ผลิตบางส่วนหันไปใช้ตัวละคร AI แทนนักแสดงจริง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเร่งความเร็วในการสร้างคอนเทนต์

กรณีหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากในจีนคืออดีตนักแสดงละครสั้นที่เคยมีผลงานหลายร้อยเรื่อง แต่สุดท้ายต้องออกจากวงการหลังโอกาสการทำงานลดลงอย่างต่อเนื่องจากการเข้ามาของ AI

เหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้เกิดคำถามว่า หากเทคโนโลยีสร้างตัวละครและวิดีโอได้สมจริงขึ้นเรื่อย ๆ อาชีพในวงการบันเทิงบางส่วนอาจได้รับผลกระทบมากกว่าที่หลายคนคาดไว้

ประเด็นสิทธิในภาพลักษณ์เริ่มร้อนแรง

นอกจากเรื่องงานแล้ว อีกประเด็นที่ถูกวิจารณ์หนักคือการใช้ใบหน้าหรือภาพลักษณ์ของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลายกรณีในจีนพบว่าตัวละคร AI มีหน้าตาคล้ายดาราหรือบุคคลจริงอย่างเห็นได้ชัด จนเกิดข้อถกเถียงเรื่องสิทธิในภาพลักษณ์และการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

บางกรณีมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย หลังพบว่าละคร AI ใช้ใบหน้าของบุคคลจริงในการสร้างตัวละครดิจิทัลโดยไม่ได้รับความยินยอม ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเจ้าตัว

ปัญหานี้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลและบริษัทเทคโนโลยีกำลังพยายามหาทางรับมือในช่วงปี 2026

ผู้ชมเริ่มตั้งคำถามเรื่องคุณภาพเนื้อหา

แม้ AI จะช่วยให้ผลิตคอนเทนต์ได้รวดเร็วขึ้น แต่หลายฝ่ายมองว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลกำลังแลกมากับคุณภาพที่ลดลง

นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่าละคร AI หลายเรื่องมีโครงเรื่องคล้ายกัน ใช้สูตรสำเร็จเดิม ๆ และขาดความสร้างสรรค์ เนื่องจากอาศัยโมเดล AI ชุดเดียวกันในการสร้างเนื้อหาและตัวละคร

ในโลกออนไลน์ของจีน เริ่มมีการใช้คำว่า “Content Slop” เพื่อเรียกคอนเทนต์ AI จำนวนมากที่ถูกผลิตออกมาอย่างรวดเร็วแต่ไม่ได้ให้คุณค่าหรือความแตกต่างมากนัก

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ นักแสดง และคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์บางส่วนก็แสดงความกังวลว่า AI อาจทำให้คุณค่าของงานสร้างสรรค์และบทบาทของมนุษย์ในกระบวนการผลิตถูกลดความสำคัญลงในระยะยาว

จีนกำลังเป็นสนามทดสอบใหญ่ของวงการบันเทิง AI

สิ่งที่เกิดขึ้นในจีนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการทดลองขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ผลิตความบันเทิงในเชิงพาณิชย์

ปัจจุบันอุตสาหกรรม Microdrama ของจีนมีผู้ชมหลายร้อยล้านคน และมีมูลค่าตลาดระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี ขณะที่เทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI อย่าง Seedance, Kling และ Vidu ยังคงพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง

แม้ AI จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการผลิตอย่างมหาศาล แต่กระแสต่อต้านที่เกิดขึ้นก็สะท้อนว่าผู้คนยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ สิทธิของนักแสดง และความถูกต้องในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ในปี 2026 จีนจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดละครสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นพื้นที่ที่กำลังทดสอบว่า AI จะสามารถเปลี่ยนอนาคตของวงการบันเทิงได้มากเพียงใด และสังคมจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้มากแค่ไหนด้วยเช่นกัน

ที่มา nytimes

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น