รับแอปรับแอป

เปิดลายแทง KAYAKI: ปิ้งย่างปลาเกรดซาซิมิ ร้านแรกในไทยที่สายเฮลท์ตี้ต้องลอง

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-31

เทรนด์ปิ้งย่างญี่ปุ่นมาแรง และการเกิดขึ้นของ KAYAKI

ในปี 2568 เทรนด์อาหารญี่ปุ่นในไทยยังคงร้อนแรงไม่ตก โดยเฉพาะเมนู ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่ติดโผความนิยมท็อป 5 จากผลสำรวจของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ที่เก็บข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ DXT360 สะท้อนชัดว่าคนไทยยังหลงรักการย่างแบบญี่ปุ่นไม่เปลี่ยน

ท่ามกลางกระแสนี้ ได้มีร้านปิ้งย่างคอนเซ็ปต์ใหม่ถือกำเนิดขึ้นในไทยภายใต้ชื่อ KAYAKI กับไอเดีย YAKIZAKANA (YAKI = ย่าง, ZAKANA = ปลา) เน้นย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นแบบจริงจัง เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่ยังอยากสนุกกับการปิ้งย่างแบบไม่รู้สึกผิด

YAKIZAKANA: ปิ้งย่างปลาเจ้าแรกในไทยสำหรับสายเฮลท์ตี้

สามผู้บริหารรุ่นใหม่ร่วมกันปลุกปั้นร้าน KAYAKI ขึ้นภายใต้ภาพจำของการเป็น First mover ในวงการอาหารญี่ปุ่นในไทย หยิบเอาเทรนด์ ย่างปลาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำจริงจังในประเทศ มาต่อยอดให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะอาหาร

หัวใจของ KAYAKI คือการใช้ วัตถุดิบเกรดซาซิมิระดับพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ที่สามารถทานดิบได้ นำมาย่างด้วยเทคนิคเฉพาะของทางร้าน ก่อนจะเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นสูตรลับ และน้ำจิ้มที่ออกแบบมาให้เข้ากับปลาแต่ละชนิดโดยเฉพาะ เพื่อดึงรสชาติให้เด่นขึ้นแบบเต็มคำ

แรงบันดาลใจจากทริปญี่ปุ่น สู่ร้านปลาย่างเฉพาะทาง

จุดเริ่มต้นของ KAYAKI มาจากประสบการณ์การตระเวนชิมร้านท้องถิ่นในญี่ปุ่นของทีมผู้บริหาร ที่มักจะหาอะไรใหม่ ๆ ลองอยู่เสมอ ระหว่างทริปหนึ่ง พวกเขาไปเจอร้านปลาย่างที่ทำให้ “เดินกลับโรงแรมแล้วยังนึกถึง” จากคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร

ร้านนั้นเสิร์ฟ ปลาย่างแบบหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ไม่ใช่การย่างทั้งตัวหรือชิ้นใหญ่เหมือนในท้องตลาด แต่เลือกใช้ส่วนต่าง ๆ ของปลา เนื้อแต่ละส่วนให้รสและสัมผัสไม่เหมือนกัน เปรียบเทียบได้กับร้าน YAKINIKU ที่เอาเนื้อวัวหลายส่วนมาย่าง แต่เปลี่ยนจากเนื้อวัวมาเป็นเนื้อปลาแทน

ทีมผู้บริหารมองเห็นช่องว่างในตลาดไทย เพราะคอนเซ็ปต์แบบนี้ยังไม่มีใครทำ ขณะเดียวกันเนื้อปลาเป็นอาหารที่ ย่อยง่าย สุขภาพดี และเหมาะกับคนที่ชอบสายเฮลท์ตี้ ถึงจะมีส่วนที่มีไขมัน แต่เป็นไขมันดีที่ร่างกายรับได้ และยังเพิ่มเมนู ซีฟู้ด เข้ามาให้คนรักอาหารทะเลมีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น

สรุปคือ KAYAKI ภายใต้คอนเซ็ปต์ YAKIZAKANA คือร้านปลาย่างสไตล์ญี่ปุ่นเจ้าแรกในไทยที่โฟกัสทั้งความอร่อยและสุขภาพไปพร้อมกัน

ไฮไลต์หลัก: เนื้อปลาเกรดซาซิมิ ย่างแบบพอดีคำ

หัวใจสำคัญของ KAYAKI คือการคัดเลือก เนื้อปลาเกรดซาซิมิระดับพรีเมียม ที่สามารถทานดิบได้อย่างมั่นใจ แล้วนำมาทำเป็นเมนูย่างในแบบที่ให้ความรู้สึกทั้ง “ซาชิมิ” และ “ย่าง” ในคำเดียว

แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  • ปลาเนื้อแดง – เทียบได้กับ “เนื้อวัว” ของโลกปลา มีหลายระดับไขมัน

  • ปลาเนื้อขาว – ให้ความรู้สึกคล้ายเนื้อไก่ เนียนนุ่มแต่ยังมีเท็กซ์เจอร์ชัด

กลุ่มปลาเนื้อแดง: ตัวท็อประดับเดียวกับเนื้อ A5

ปลาเนื้อแดงที่ใช้เป็นหลักคือ Maguro (ปลาทูน่า) โดยเลือกมา 3 ส่วนสำคัญที่คนญี่ปุ่นนิยมเอามาทำ YAKIZAKANA:

  • Otoro (โอโทโร่)
    ส่วนที่มันแทรกสูงที่สุด อยู่บริเวณท้องด้านล่างของปลา เนื้อนุ่มละลายในปาก รสหวานมันเข้มข้น เป็นไฮไลต์ที่มักเจอในโอมากาเสะหรือซูชิระดับพรีเมียม เทียบเท่ากับเนื้อวัวเกรด A5

  • Chutoro (ชูโทโร่)
    ส่วนที่ไขมันปานกลาง อยู่ช่วงท้องตอนบน มีไขมันแทรกไม่มากเกินไป ให้ความรู้สึกบาลานซ์ระหว่างความนุ่มและความแน่นของเนื้อปลา เป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่ชอบที่สุด เทียบได้กับเนื้อเกรด A4 – A3

  • Akami (อากามิ)
    เนื้อแดงไม่ติดมัน อยู่บริเวณกลางลำตัว เป็นกล้ามเนื้อหลักของปลาที่ใช้ในการว่ายน้ำ ลีนที่สุด ไขมันน้อย เนื้อแน่นแต่นุ่ม เทียบกับเนื้อสันในของวัว

กลุ่มปลาเนื้อขาวและซีฟู้ด: ตัวช่วยเบรกที่อร่อยไม่แพ้กัน

ปลาเนื้อขาว ถูกเปรียบเทียบว่าเหมือนเนื้อไก่ ด้วยสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงเท็กซ์เจอร์ของเนื้อปลาในทุกคำ จุดเด่นคือเทคนิคการแล่แบบ ฟิลเลต์แนวเฉียง 30–40 องศา ใช้มีดคมเฉือนเพียงครั้งเดียวให้ติดหนัง

ข้อดีของการแล่แบบนี้คือ:

  • หนังปลาช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเวลาย่าง

  • ทำให้สุกไว เนื้อไม่แตกเละบนเตา

ตัวอย่างปลาเนื้อขาวยอดนิยมที่นำมาย่าง เช่น

  • Madai (มาได) – ปลากะพงแดงญี่ปุ่น

  • Kinmedai (คินเมได) – ปลากะพงแดงตาโต

  • Hamachi (ฮามาจิ) – ปลาหางเหลือง

นอกจากนี้ยังมี ซีฟู้ด ที่เอาไว้ช่วยเบรกระหว่างทานปลาเนื้อแดง เช่น

  • Aka ebi – กุ้งแดงญี่ปุ่น

  • Hotate – หอยเชลล์

  • ปลาหมึกหลากชนิด

ศาสตร์แห่งการย่างปลา: ดรายเอจ & มีเดียมแรร์แบบญี่ปุ่น

อีกหนึ่งเสน่ห์ของ KAYAKI คือการเคารพใน วัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่น ที่ใส่ใจทั้งพิธีการและรายละเอียดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมปลาไปจนถึงการย่างและเสิร์ฟ

หนึ่งในเทคนิคสำคัญคือ การดรายเอจ (Dry-aged) สำหรับปลาบางชนิด โดยเฉพาะปลาเนื้อขาว เพื่อดึงรสหวานและลดกลิ่นคาว เทคนิคนี้คนญี่ปุ่นใช้กันมาตั้งแต่ยุคเอโดะ (ปี 1603–1868) และยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ในร้าน พนักงานจะได้รับการเทรนมาเพื่อ ย่างเนื้อปลาให้เหมาะกับชนิดและระดับความสุกที่ต่างกัน ก่อนเสิร์ฟทีละคำให้ลูกค้าได้ทานอย่างถูกจังหวะ

จุดเด่นคือปลาทุกชิ้นจะถูกย่างในระดับ มีเดียมแรร์:

  • ผิวด้านนอกสุกเล็กน้อย มีกลิ่นสโมกหอม ๆ

  • ด้านในยังคงความเป็นปลาดิบ รสหวานตามธรรมชาติชัดเจน

เมื่อย่างเสร็จ จะถูกวางลงบน ข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ สูตรพิเศษ เพื่อให้น้ำมันจากเนื้อปลาไหลซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว เพิ่มทั้งกลิ่นและรส ก่อนจะทานคู่กับเครื่องเคียงและซอสต่าง ๆ เช่น

  • เกลือมะนาว

  • วาซาบิ

  • ซอสสูตรเฉพาะของ KAYAKI

พนักงานจะช่วยแนะนำว่า ปลาชนิดไหนควรทานคู่กับอะไร เพื่อให้ได้รสชาติที่สมดุลที่สุดในแต่ละคำ เป็นประสบการณ์การกินที่ทั้งสนุกและจริงจังในเวลาเดียวกัน

เซ็ตสุดคุ้ม: รวมทุกไฮไลต์ไว้ในจานเดียว

สำหรับสายกินที่อยากลองหลายอย่างในมื้อเดียว KAYAKI ออกแบบเมนู แบบเป็นเซ็ต ที่รวบรวมเมนูยอดฮิตไว้ในจานเดียว มีทั้งหมด 3 เซ็ตหลัก คือ

  1. เซ็ต SEIKAI – 6 ชิ้น (890 บาท)

    • Chutoro

    • Hamachi

    • Salmon

    • Aka ebi

    • Ika

    • Madai

  2. เซ็ต KAIYO – 7 ชิ้น (1,290 บาท)

    • Chutoro

    • Hotate

    • Akami

    • Aka ebi

    • Salmon

    • Ika

    • Madai

  3. เซ็ต KAYAKI – 8 ชิ้น (1,790 บาท)

    • Chutoro

    • Hotate

    • Akami

    • Aka ebi

    • Kinmedai

    • Ika

    • Madai

    • Otoro Suki

อัปเกรดความฟินด้วย Toro Bomb

สำหรับใครที่เลือกเซ็ต KAIYO หรือ KAYAKI ยังสามารถอัปเกรดจาก Akami เป็นเมนูสุดอลังอย่าง Toro Bomb ได้ (ข้าวหน้า Chutoro, Uni, Ikura) ในราคา 690 บาท

ทุกเซ็ตเสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม ประกอบด้วย:

  • สลัด

  • ข้าว

  • ซุป

  • ของหวาน

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนู แบบอะลาคาร์ต เพิ่มเติมได้อีกสำหรับคนที่อยากจัดเต็มบางเมนูเป็นพิเศษ

บรรยากาศ: สวนญี่ปุ่นกลางสุขุมวิท 49

นอกจากอาหารแล้ว บรรยากาศของ KAYAKI ก็ถูกออกแบบมาให้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์แบบญี่ปุ่น ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในร้าน

  • การตกแต่งเน้น กลิ่นอายญี่ปุ่นผสมผสานกับคอนเทมโพรารีและโมเดิร์น อย่างลงตัว

  • รายล้อมด้วย สวนญี่ปุ่นกลางสุขุมวิท 49 ที่ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย

  • พื้นที่ภายในร้านโปร่ง โล่ง สบายตา เหมือนได้นั่งทานอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ญี่ปุ่น

ทั้งหมดนี้ทำให้มื้อปิ้งย่างปลาไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังเป็น ประสบการณ์การดื่มด่ำบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ในกรุงเทพฯ

โลเคชัน & ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด

ใครที่อยากลองคอนเซ็ปต์ YAKIZAKANA ปิ้งย่างเนื้อปลาและซีฟู้ดเกรดพรีเมียม ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในไทย สามารถไปสัมผัสได้ที่ร้าน KAYAKI ตั้งอยู่ในโครงการ YARD 49 ซอยสุขุมวิท 49

ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านปิ้งย่างทั่วไป แต่คือ ประสบการณ์ใหม่ของสายรักสุขภาพ ที่ยังอยากได้อรรถรสของการย่างบนเตาร้อน ๆ คละคลุ้งด้วยกลิ่นสโมกและปลาดิบระดับพรีเมียมในคำเดียว

ถ้าคุณเป็นสายปิ้งย่าง แต่เริ่มรู้สึกผิดกับเนื้อย่างมัน ๆ ถึงเวลาให้โอกาส “ปลาย่าง” มาพิสูจน์แล้วว่าเฮลท์ตี้ก็ฟินได้ไม่แพ้กัน