เปิดศึกมือถือเกมมิ่งตลาดกลาง ที่ไม่ยอมเป็นแค่ “กลาง”
สายเกมมิ่งที่กำลังมองหามือถือใหม่ เตรียมตัวอัปเกรดชีวิตได้เลย เพราะ realme P3 Series 5G กระโดดลงสังเวียนตลาดกลางแบบไม่เกรงใจใคร จัดเต็มทั้งสเปก เกม กล้อง และดีไซน์ แต่ดันเปิดราคามาแบบเข้าถึงง่ายสุด ๆ
ซีรีส์นี้มีด้วยกัน 2 รุ่นคือ realme P3 Ultra 5G และ realme P3 5G ชูจุดเด่นแบบชัด ๆ ว่าเป็นสมาร์ตโฟนเกมมิ่งระดับกลางสาย Dual Performance ที่ให้ทั้งพลังและความคุ้มค่าแบบเกินหน้าเกินตาคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน
ราคาเริ่มต้นเพียง 9,999 บาท
เน้นความแรงลื่น เล่นเกมยาว ๆ แบบไม่สะดุด
กล้อง AI ฉลาดจัด ระดับใช้งานจริงแล้วรู้สึกต่าง
ดีไซน์จัดเต็มสไตล์สายแต่งเครื่อง ไม่ใช่แค่แรงแต่ต้องสวยด้วย
realme P3 Series 5G: คอนเซ็ปต์ “Segment Redefiner”
เบื้องหลังของซีรีส์นี้คือแนวคิดที่จะ เขย่าตลาดมือถือระดับกลาง ให้ไม่ใช่แค่เล่นได้พอใช้ แต่ต้องเล่นดีจนลืมว่าราคาไม่ถึงระดับเรือธง
หัวใจของ P Series 5G คือการหาจุดสมดุลระหว่าง
ประสิทธิภาพ ระดับสูง
การถ่ายภาพและฟีเจอร์ AI ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ดีไซน์ ที่พรีเมียม แต่มาในราคาที่คนรุ่นใหม่เอื้อมถึง
ใครที่เคยคิดว่ามือถือราคากลาง ๆ ต้องยอมแลกอะไรบางอย่างไปสักอย่าง ทั้งเรื่องเกม กล้อง หรือดีไซน์ ซีรีส์นี้คือคำตอบว่า “ไม่จำเป็นอีกต่อไป” เพราะเขาตั้งใจอัดทุกด้านให้มันสุดในกรอบราคาของตัวเอง
ชิปเซ็ตตัวแรง: ยิงยาวทั้งวัน เล่นเกม เปิดแอปไม่มีกลัวค้าง
realme P3 Ultra 5G: ตัวท็อปสายโหด
รุ่น Ultra จัดเต็มด้วยชิป MediaTek Dimensity 8350 Ultra ที่เน้นแรงแบบจริงจัง
ประสิทธิภาพ GPU เพิ่มขึ้นถึง 60%
การใช้พลังงานลดลงถึง 55%
คะแนน AnTuTu ทะลุ 1.45 ล้าน
เปิดแอปได้ 30 แอป ใน 95 วินาที แบบไม่สะดุด
ชิปนี้ยังมาพร้อม MediaTek Imagiq 980 สำหรับงานกล้องโดยเฉพาะ ใครชอบถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอแล้วเอาไปตัดต่อเล่นคอนเทนต์คือได้ใช้ของจริงแน่นอน
สายเกมมิ่งก็ไม่ถูกลืม เพราะรองรับเกมยอดฮิตอย่าง
CODM
Free Fire
MLBB
ด้วยเฟรมเรต สูงสุด 120FPS และเล่นต่อเนื่องยาว ๆ ได้ถึง 6 ชั่วโมง แบบเฟรมเสถียร ไม่สวิงให้หงุดหงิด
realme P3 5G: รุ่นน้องแต่แรงไม่เบา
ฝั่งรุ่น P3 5G ใส่ชิป Snapdragon 6 Gen 4 ที่ถือว่าแรงสุดในระดับราคาเดียวกัน ใช้สถาปัตยกรรม 4nm เน้นทั้งแรงและประหยัดไปพร้อมกัน
ประสิทธิภาพ CPU เพิ่มขึ้นประมาณ 15%
คะแนน Benchmark อยู่ราว 760,000
รองรับเกมยอดฮิตอย่าง Free Fire, HOK และ MLBB ที่เฟรมเรต 120FPS เช่นกัน
พูดง่าย ๆ คือถึงจะเป็นรุ่นน้อง แต่ดีพอสำหรับคนที่เน้นเล่นเกมจริงจัง และใช้งานหลายแอปในแต่ละวันแบบไม่ต้องกลัวเครื่องอึดอัด
ฟีเจอร์เกมมิ่ง: ของระดับแฟลกชิปย้ายลงมาอยู่ในกลางตลาด
ทั้ง P3 Ultra 5G และ P3 5G ไม่ได้เน้นแค่แรง แต่เสริมด้วยฟีเจอร์สายเกมมิ่งตัวจริง
GT Boost: โหมดเพิ่มพลังการเล่นเกมให้ได้เฟรมเรตและความนิ่งสูงสุด
AI Motion Control: เพิ่มลูกเล่นด้วยการใช้ท่าทางควบคุม เพิ่มความมันไปอีกระดับ
AI Ultra Touch Control: ลดความหน่วงของการสัมผัส ทำให้การเล็ง การยิง การลากนิ้ว ตอบสนองได้แม่นและไวกว่าเดิม
ใครชอบเล่นเกมแนว MOBA หรือ Battle Royale จะรู้สึกชัดเจนเลยว่าควบคุมตัวละครได้แม่นขึ้น เพราะทัชมันตอบเร็ว ไม่หน่วงให้หัวร้อน
บางแต่แบตอึด: เล่นยาว ดูยาว ไม่ต้องวิ่งหาปลั๊ก
realme P3 Ultra 5G: บาง 7.38 มม. แต่แบต 6000mAh
รุ่น Ultra คือสายโหดที่ซ่อนมาในร่างบาง
แบตใหญ่ 6000mAh
ตัวเครื่องบางเพียง 7.38 มม.
ชาร์จไว 80W Ultra Charge
ระบบระบายความร้อน VC Cooling พื้นที่ใหญ่ถึง 6,050 ตร.มม.
หน้าจอเองก็ไม่ธรรมดา
จอ AMOLED ความละเอียด 1.5K
ขอบบางเพียง 1.6 มม. และโค้งทั้ง 4 ด้าน
รีเฟรชเรต 120Hz
ใช้เทคโนโลยี 3840Hz PWM Dimming ถนอมสายตามากขึ้น โดยเฉพาะเวลาใช้ในที่แสงน้อย
รวม ๆ คือเหมาะสุดทั้งสายเล่นเกม สายดูคอนเทนต์ และคนที่ต้องจับเครื่องทั้งวัน
realme P3 5G: แบตใหญ่ เทคโนโลยีจัดเต็มไม่แพ้กัน
รุ่น P3 5G ก็มากับแบต Titan 6000mAh เท่ากัน แต่ปรับสมดุลด้านอื่นให้เหมาะกับคนที่เน้นใช้งานยาว ๆ
ชาร์จไว 45W Super Flash Charge
เล่นเกม MLBB ต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมง
มีเทคโนโลยี Bypass Charging ช่วยลดความร้อนขณะชาร์จ ยืดอายุแบตไปในตัว
ด้านหน้าจอจัดให้แบบสายเกมมิ่งแท้ ๆ
จอ AMOLED Esports Display
รีเฟรชเรต 120Hz
ความสว่างสูงสุด 2000nits ทำให้มองเห็นชัดแม้กลางแจ้ง
ระบบระบายความร้อนใช้ VC aerospace ที่เคลมว่าระบายได้ดีกว่ากราไฟต์ทั่วไปถึง 10 เท่า ทั้งหมดนี้ถูกแพ็กมาในเครื่องที่บางเพียง 7.97 มม. บางกว่าเรือธงหลายรุ่นในตลาดตอนนี้ด้วยซ้ำ
ทั้งสองรุ่นยังรองรับมาตรฐานกันน้ำ IP66/IP68/IP69 ที่จัดว่าโหดมากในกลุ่มราคานี้
กล้อง AI สายจริงจัง: ถ่ายง่าย แต่ภาพได้ระดับโปร

realme P3 Ultra 5G: Sony เซ็นเซอร์ใหญ่ ถ่ายวิดีโอได้โหด
กล้องหลักความละเอียด 50MP จาก Sony
เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.56 นิ้ว รับแสงดีขึ้น ภาพใส เคลียร์ในที่มืด
อัดวิดีโอได้สูงสุด 4K 60fps ภาพเนียนระดับงานภาพยนตร์
realme P3 5G: กล้อง AI 50MP พร้อมโหมดช่วยสายคอนเทนต์
กล้องหลัก 50MP AI
ฟีเจอร์ AI Snap Mode และ AI Shutter ช่วยจับจังหวะวัตถุเคลื่อนไหวให้คมชัด ไม่หลุดโฟกัสง่าย ๆ
ทั้งซีรีส์ยังใส่เทคโนโลยี NEXT AI ของ realme เข้ามาช่วยยกระดับการถ่ายภาพให้ใช้ง่ายขึ้น แม้คนไม่เก่งเรื่องกล้องก็ถ่ายออกมาดูดีได้
ฟีเจอร์ AI เด่น ๆ เช่น
AI Eraser: ลบคนหรือวัตถุที่ไม่อยากให้ติดในภาพได้แบบเนียน ๆ
AI Correction: ช่วยแก้ภาพเบลอ ภาพหลับตา หรือภาพที่ไม่คม ให้ดูดีขึ้นแบบอัตโนมัติ
AI Recording Summary: แปลงการประชุมยาว ๆ ให้กลายเป็นสรุปสั้น ๆ ภายในไม่กี่วินาที เหมาะมากกับสายทำงานและสายเรียน
ดีไซน์สายอวกาศ: มือถือเกมมิ่งที่ไม่จำเป็นต้องดุดันเสมอไป
realme P3 Ultra 5G: Glowing Lunar Design
ดีไซน์ของรุ่น Ultra ได้แรงบันดาลใจจาก “ละอองดวงจันทร์” ใช้เทคโนโลยี Starlight Ink ทำให้ฝาหลังสะท้อนเป็นเหมือนหมู่ดาวเปลี่ยนสีไปตามมุมแสง
ฝาหลังเล่นแสงเหมือนมีดาวนับพัน
ดีไซน์ Cosmic Star Ring Deco รอบโมดูลกล้อง ให้ฟีลเหมือนมองออกจากผิวดวงจันทร์สู่อวกาศ
มีสองสีให้เลือก: Glowing Lunar White และ Neptune Blue

realme P3 5G: โทนจักรวาลเทา-เขียว
รุ่น P3 5G เน้นดีไซน์เรียบเท่แต่ยังคุมธีมจักรวาลอยู่
สี Comet Grey โทนเทาแบบสายจริงจัง
สี Starlight Green โทนเขียวที่ให้ฟีลอวกาศละมุน ๆ
คอนเซ็ปต์ชัดว่าอยากเป็นมือถือที่ช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าตามฝันของตัวเองแบบไร้ขีดจำกัด เหมือนกับดวงดาวที่ไม่มีวันหมดไปจากท้องฟ้า

สเปกและราคา: คุ้มไหมสำหรับสายเกมมิ่ง?

realme P3 Ultra 5G
ความจุ 12GB / 256GB
ราคา 13,999 บาท
สี Glowing Lunar White และ Neptune Blue
เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องที่ครบทุกด้าน แรง ชาร์จไว จอคม กล้องดี ดีไซน์จัดเต็ม ใช้เป็นเครื่องหลักได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ

realme P3 5G
ความจุ 8GB / 256GB
ราคา 9,999 บาท
สี Comet Grey และ Starlight Green
ใครที่อยากได้มือถือเกมมิ่งในงบไม่เกินหมื่น แต่ยังอยากได้แบตใหญ่ จอ 120Hz ระบบระบายความร้อนดี ๆ และฟีเจอร์ AI แบบจัดเต็ม รุ่นนี้คือโคตรน่ามอง
ทั้งสองรุ่นยังมีโปรโมชันของแถมอย่าง P3 Series Giftbox มูลค่า 1,299 บาท, แผ่นรองเมาส์, หูฟัง realme buds T200 Lite หรือพัดลมระบายความร้อน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละช่องทาง
เหมาะกับใครในสายเกมมิ่ง?
สาย เกมมือถือจริงจัง: อยากได้เฟรมเรตนิ่ง ทัชไว ไม่ร้อนง่าย
สาย ดูหนัง/คอนเทนต์: จอ AMOLED 120Hz + แบตใหญ่ เลื่อนฟีดหรือดูยาว ๆ สบายตา
สาย คอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่: กล้อง AI + ฟีเจอร์ลบคน ลบวัตถุ + 4K60 ทำให้ถ่ายและตัดง่ายขึ้น
คนที่อยากได้มือถือเครื่องหลักที่ใช้ได้ทั้งทำงานและเล่น โดยไม่ต้องจ่ายถึงระดับเรือธง
สรุป สำหรับสายอุปกรณ์เกมมิ่งที่กำลังมองหามือถือไว้เล่นแบบจัดเต็ม แต่ไม่อยากควักเกินหมื่นกว่า ๆ ซีรีส์นี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรเข้าไปลองจับ ลองเล่นด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ เพราะสเปกบนกระดาษบอกเลยว่า “ไม่ได้มาเล่น ๆ”

